เหยาซินปั๋วมองเห็นแล้วเช่นกัน
เพียงแต่ พวกเขาเห็นแค่ด้านหลัง มองเห็นใบหน้าไม่ชัด
แม้จะมองเห็นใบหน้าไม่ชัด เหรินจี่เฟิงกลับสรุปด้วยจิตใต้สำนึกว่าคนคนนั้นคือหลินอู๋
ถึงอย่างไร ความสัมพันธ์ระหว่างหลินอู๋กับลูกสาวของเฟิงถิงเซินนั้นดีมากจริง ๆ
หลังจากที่เหรินจี่เฟิงมองอีกนิดหน่อย เห็นว่าเฟิงจิ่งซินโผเข้าใส่อ้อมแขนของเงาร่างนั้นอย่างมีความสุข เขาไม่มองอีก พูดกับเหยาซินปั๋วว่า “ไปเถอะ”
จิตใต้สำนึกของเหยาซินปั๋วก็คิดว่าอีกฝ่ายเป็นหลินอู๋เช่นกัน ได้ยินเหรินจี่เฟิงพูดแบบนั้น เขาค่อนข้างประหลาดใจ พูดว่า “นายมาเข้าไปทักทายเขาหน่อยเหรอ”
เหรินจี่เฟิงไม่ได้พูดอะไรมาก กลับพูดเสียงเรียบว่า “ไปเถอะ”
พวกเขาก็หันหลังเดินจากไปแล้ว
หรงฉือที่อยู่อีกด้านหนึ่งไม่ได้สังเกตเห็นพวกเขา
ในขณะเดียวกัน
บ้านตระกูลหลิน
ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว
หลินอู๋ถือโทรศัพท์ แล้วโทรศัพท์ไปหาเฟิงถิงเซิน อยากชวนเขาไปทานอาหารด้วยกัน
โทรติดแล้ว แต่ไม่มีคนรับ
ยี่สิบกว่านาทีผ่านไป ทางเฟิงถิงเซินก็ยังไม่มีสัญญาณตอบรับแต่อย่างใด
เธอถือโทรศัพท์ไว้ นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้โทรศัพท์ไปหาเฟิงถิงเซินต่อ
หลังจากนั้นไม่นาน เธอลงมาชั้นล่าง อยากจะหาอะไรดื่มหน่อย แต่ตอนที่เธอเดินลงมาจากชั้นบน ซุนเยว่ชิงกับคุณย่าหลินก็เพิ่งกลับมาจากข้างนอกพอดี
หลินอู๋ทักขึ้น “กลับมาแล้วเหรอคะ?”
“อืม” พอเห็นเสื้อผ้าบนตัวเธอยังคงเป็นชุดนอนลำลองที่ใส่ตั้งแต่เช้า ซุนเยว่ชิงวางกระเป๋าลง ก็ถามว่า “อยู่บ้านทั้งวัน ไม่ออกไปไหนเลยเหรอ?”
“ค่ะ”
ซุนเยว่ชิงกับคุณย่าหลินจริง ๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่เจอหรงฉือกับเฟิงถิงเซินที่ร้านอาหารเมื่อช่วงกลางวันมากนัก และทึกทักเอาเองว่าครอบครัวพวกเขาสามคนออกมาทานอาหารด้วยกัน หลินอู๋คงรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...