เสิ่นชิงซูกลับถึงสตูดิโอก็ใกล้ฟ้าสางแล้ว เธอเปลี่ยนชุดนอน เมื่อนอนลงก็หลับไปอย่างอ่อนล้า
ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไรก็ถูกเสียงเคาะประตูเร่งรีบทำให้ตื่น
เสิ่นชิงซูลืมตาขึ้นพึ่บ จ้องเพดานอันคุ้นเคย หายใจหอบอยู่นานกว่าจะคืนสติ
เธอฝันไป
ในความฝัน ช่วงล่างของเธอคือธารเลือดสยดสยอง ทั้งยังได้ยินเสียงทารกร้องไห้ราง ๆ
เสียงลู่เสี่ยวหานดังมาจากนอกประตู “พี่ชิงซู พี่ตื่นหรือยังคะ”
เสิ่นชิงซูขนตาสั่นไหว ยันตัวลุกขึ้นมานั่ง ก่อนจะเลิกผ้าห่มลงจากเตียง
ในตอนที่ลุกขึ้นยืน หัวหนักเท้าเบา
“พี่ชิงซู... พี่ชิงซู...”
ลู่เสี่ยวหานน้ำเสียงน้ำเสียงร้อนรนยิ่งขึ้น
“มาแล้ว” เสิ่นชิงซูยันร่างอันหนักอึ้งเดินไปเปิดประตู
พอเปิดประตูออก ลู่เสี่ยวหานที่อยู่ข้างนอกจึงโล่งอก
“พี่ชิงซู พี่ทำฉันตกใจหมดเลย สิบโมงแล้วพี่ยังไม่ออกมาอีก ฉันยังนึกว่าพี่จะเกิดเรื่อง”
นาฬิกาชีวิตของเสิ่นชิงซูตรงมาก ไม่เคยนอนตื่นสาย
วันนี้นอนตื่นตายแล้วจริง ๆ
“ฉันไม่เป็นไร” เสิ่นชิงซูเสียงแหบแห้ง
ลู่เสี่ยวหานรู้สึกผิดปกติจึงขมวดคิ้วมองสำรวจเธอ “สีหน้าพี่ชิงซูแย่มากเลย ไม่สบายหรือเปล่าคะ?”
เสิ่นชิงซูได้ยินจึงเอามือลูบหน้าผาก เหมือนจะร้อนอยู่หน่อย ๆ
“อาจเพราะหลายวันนี้ค่อนข้างยุ่งน่ะ พักสองสามวันก็หายแล้ว”
“จะได้ยังไงล่ะคะ?” ลู่เสี่ยวหานเอื้อมมือมาสัมผัสหน้าผากของเธอ “พี่เป็นไข้อยู่นะ! ต้องไปโรงพยาบาล!”
เสิ่นชิงซูรู้ว่าการไปโรงพยาบาลมันยุ่งมาก “ฉันกินยาแก้ไข้หน่อยก็หายแล้ว”
ลู่เสี่ยวหาน “ไม่ไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อยเหรอ?”
“ไม่ต้อง ฉันจะนอนอีกเดี๋ยว”
เสิ่นชิงซูยืนไม่ค่อยมั่นคง จึงกลับไปนอนที่เตียงเหมือนเดิม
ลู่เสี่ยวหานเดินตามเข้ามาด้วยความเป็นห่วง “ช่วงนี้ไข้หวัดใหญ่ระบาดเยอะ พี่ไปให้หมอดูหน่อยเถอะ?”
“ไม่ต้องจริง ๆ” เสิ่นชิงซูมองเธอและพูด “ปีนี้สตูดิโอไม่รับงานแล้ว วันนี้เธอให้บัญชีจ่ายเงินเดือนให้ทุกคน จ่ายให้พอเดือนธันวา แล้วให้โบนัสคนละเก้าแสน พรุ่งนี้เริ่มหยุดประจำปีอย่างเป็นทางการ เอาไว้หลังเทศกาลบัวลอยค่อยทำงาน”
ลู่เสี่ยวหานตกใจ “ให้โบนัสเยอะอย่างนี้เลยเหรอคะ?”
ถึงรายได้กิจการของสตูดิโอปีนี้จะงดงามมาก แต่คนละเก้าแสน นับ ๆ ดูแล้วก็เกือบห้าล้าน!
“ครึ่งปีแรกทุกคนทำโอทีเป็นเพื่อนฉัน โดยเฉพาะคุณจางกับพวกพี่หลี่อายุมากแล้ว สมควรให้โบนัสกับพวกเขา”
การบูรณะวัตถุโบราณมีหลายประเภท ถึงงานบูรณะของราคาพวกนั้นจะยากมาก มีแต่เสิ่นชิงซูที่ทำได้ แต่สตูดิโอก็ยังมีงานทั่ว ๆ ไปร้อยละหกสิบ ต้องอาศัยช่างฝีมือของสตูดิโอหลายคน
ลู่เสี่ยวหานคิดแล้วจึงพูด “งั้นของฉันก็น้อยหน่อยเถอะ คุณจางกับพวกพี่หลี่เป็นปรมาจารย์ด้านเทคนิค พวกเขาสมควรได้เงินนี้ ฉันเป็นแค่ผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ ที่ไม่สลักสำคัญอะไรกับสตูดิโอ ได้เงินเยอะอย่างนี้ฉันจะรู้สึกผิด!”
“เธอจะไม่สลักสำคัญได้ยังไง?” เสิ่นชิงซูน้ำเสียงจริงจัง “สตูดิโอก่อตั้งมาถึงตอนนี้ เธอวิ่งเต้นจัดการเรื่องใหญ่น้อยทั้งหมด เพราะมีเธออยู่ ฉันถึงได้วางใจ”
ลู่เสี่ยวหานถูกชมจนเขิน เอามือกอบใบหน้ายิ้มหวาน
“พี่ชิงซู พี่ดีจังเลย! เจ้านายที่สวยเหมือนนางฟ้าแถมยังมีความสามารถเหนือคนแบบพี่เนี่ย หาไม่ได้อีกแล้วนะ!”
เสิ่นชิงซูหัวเราะเบา ๆ “ปากเธอหวานกว่าฟู่ซืออวี่อีกนะ”
พอพูดถึงฟู่ซืออวี่ ลู่เสี่ยวหานก็ถาม “ซืออวี่ล่ะคะ? เมื่อคืนไม่ได้อยู่เหรอ?”
“เมื่อคืนกลางดึกเขาไข้สูงไม่ลด หลอดลมอักเสบเลยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล สองสามวันนี้พ่อกับย่าเขาจะอยู่เป็นเพื่อนเขาเอง”
“หา?” ลู่เสี่ยวหานขมวดคิ้ว “พี่คงไม่ได้ติดซืออวี่มาหรอกนะ?”
เสิ่นชิงซูอึ้ง
ลู่เสี่ยวหานเดินไปลากมือเธอ “ไปกันเถอะ ไข้หวัดใหญ่รอบนี้ไม่ใช้เล่น ๆ นะ ฉันจะพาพี่ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”
ที่แรกเสิ่นชิงซูไม่อยากไป แต่พอคิดถึงว่าตัวเองยังท้องอยู่...
เธอถอนหายใจเบา ๆ “ก็ได้ เธอออกไปก่อน ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะออกไป”
“ค่ะ”
ฟู่ซือเหยียนได้ยินพลันขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะพูดอะไรก็ได้ยินเสียงโจวอวี๋ชูดังมาจากข้างหลัง
“ซือเหยียน ได้ยาหรือยังคะ?”
โจวอวี๋ชูสวมชุดผู้ป่วยหลวม ๆ คลุมเสื้อสูทของผู้ชายที่ไหล่ตัวหนึ่ง ตอนนี้ยืนอยู่ข้างฟู่ซือเหยียนทำให้ดูเหมือนนกน้อยพึ่งพิงเป็นพิเศษ ใบหน้าสวยระดับดาราถูกแมสปิดบังไปกว่าครึ่ง ระหว่างพูด ดวงตาที่ปรากฏอยู่ด้านนอกมองไปทางเสิ่นชิงซู
“คุณเสิ่น? คุณก็มาเอายาเหรอคะ?” น้ำเสียงของเธออ่อนโยนระคนความห่วงใย
เสิ่นชิงซูขมวดคิ้ว ไม่อยากข้องแวะกับโจวอวี๋ชูมากเกินไป
เฉียวซิงเจียที่อยู่ด้านข้างเข้ามากระซิบที่ข้างหูเธอ “นี่ก็คือ...โจวอวี๋ชูเหรอ?”
เฉียวซิงเจียไม่ติดตามดารา แต่โจวอวี๋ชูคือราชินีภาพยนตร์คนใหม่ที่เพิ่งได้ตุ๊กตาทองมา ช่วงนี้มีแต่โฆษณาของเธอตามเมืองใหญ่ ๆ ในประเทศ เฉียวซิงเจียจึงเมินใบหน้าดาราอันยิ่งใหญ่นี้ของโจวอวี๋ชูได้ยาก
เสิ่นชิงซูพยักหน้าเรียบ ๆ
เฉียวซิงเจียตกตะลึงพรึงเพริด เธอมองโจวอวี๋ชู แล้วมองฟู่ซือเหยียน จากนั้นก็เข้าใจทันใด!
เธอเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน มองเสิ่นชิงซูและพูดว่า “พวกเขา...อยู่ด้วยกันแล้วเหรอ?”
เสิ่นชิงซูไม่ได้ตอบ แต่คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว
“เฮ้ย! ฉะนั้นที่พวกเธอหย่ากันก็เพราะเธอ?”
เสิ่นชิงซูไม่อยากพูดเรื่องนี้ในที่สาธารณะ เธอข่มอารมณ์แล้วลากเฉียวซิงเจีย “เราไปกันเถอะ”
เฉียวซิงเจียรู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที “ไปอะไร พวกเธอยังไม่ได้หย่ากันสักหน่อย! นี่ยัยนั่นก็คือรู้ว่าเป็นน้อยแต่ก็ยังเป็น!”
เพราะเสียงดังไปนิด จึงดึงดูดสายตาของผู้คนโดยรอบ
โจวอวี๋ชูตาแดงขึ้นมาทันที ร่างบางโคลงไปเล็กน้อย และถูกฟู่ซือเหยียนรับไว้ได้ทัน
โจวอวี๋ชูร้องไห้กระซิก “ซือเหยียน คุณเสิ่นเข้าใจฉันผิดแล้ว...”
เฉียวซิงเจียมุมปากกระตุก มองโจวอวี๋ชูทำท่าทำทางน้ำตาจะไหลก็ยกมือขึ้นปรบมือ “สมกับที่เป็นราชินีภาพยนตร์ ข้าน้อยขอคารวะ!”
โจวอวี๋ชูแอบอิงอยู่ในวงแขนของฟู่ซือเหยียนเบา ๆ ร่างกายอ้อนแอ้นสั่นเทิ้มไม่หยุด
“คุณเสิ่น ฉันไม่ได้ทำอะไรที่ผิดต่อคุณเลย...” โจวอวี๋ชูมองเสิ่นชิงซู น้ำตาหยดเผาะ “คุณให้เพื่อนคุณใส่ร้ายฉันได้ยังไงกันคะ?”
ฟู่ซือเหยียนหน้าดำทะมึนมองไปทางเสิ่นชิงซู “เสิ่นชิงซู ขอโทษเสี่ยวชู”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...