เมืองซิง สนามบินนานาชาติ
เครื่องบินลงจอด เมื่อเสิ่นชิงซูและเวินจิ่งซีออกมาจากสนามบินก็เห็นเจี่ยงเหวินจิ่นและไป๋เจี้ยนเหวิน
“อาจารย์ อาจารย์แม่” เสิ่นชิงซูทักทายพร้อมฉีกยิ้มเล็กน้อย
ไป๋เจี้ยนเหวินแทบอยากจะรุดหน้าไปอ้าแขนกอดเสิ่นชิงซู
“ขอฉันดูหน่อย สีหน้าดีขึ้นไม่น้อยเลย แต่ผอมเกินไป” ไป๋เจี้ยนเหวินปล่อยเธอ ก่อนจะมองประเมินอย่างละเอียด สุดท้ายสายตาตกไปอยู่บนท้องที่ยังออกไม่ชัดของเธอ
“เป็นแฝดจริง ๆ เหรอ?”
เสิ่นชิงซูฉีกยิ้มพร้อมพยักหน้า
“นี่ ฉันชอบมาก!” ไป๋เจี้ยนเหวินกุมมือของเสิ่นชิงซู แล้วตบหลังมือเธอเบา ๆ “กลับบ้าน อาจารย์แม่สั่งให้ป้าจางตุ๋นซุปไก่ไว้แล้ว บำรุงให้พวกเธอสามแม่ลูกดี ๆ”
“ขอบคุณค่ะอาจารย์แม่”
“โธ่ คนกันเองพูดเหมือนเป็นคนอื่นทำไม!”
“นั่นน่ะสิ!” เวินจิ่งซีรีบฟ้อง “เธอขอบคุณผมทุกวัน เมื่อคืนผมเพิ่งบอกเธอไป ตอนนี้เธอก็เอาอีกแล้ว! อาจารย์แม่ อาจารย์ต้องจัดการเธอนะ!”
เสิ่นชิงซูมองเขาทีหนึ่ง
เวินจิ่งซีเลิกคิ้ว “ผมพูดเรื่องจริงนี่!”
“อาซู อาจารย์แม่ของเธอกับเสี่ยวเวินพูดถูก เป็นอาจารย์เพียงหนึ่งวันแต่เป็นพ่อไปตลอดชีวิต ในเมื่อเธอยังยอมรับอาจารย์อย่างฉัน งั้นเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน เธอก็ทำตัวตามสบายหน่อย เอาแต่เกรงใจแบบนี้ กลับกันจะเห็นได้ชัดว่าไม่สนิทสนมกันแล้ว” เจี่ยงเหวินจิ่นมองเสิ่นชิงซูพลางเอ่ย
“ค่ะ” เสิ่นชิงซูตอบรับ ในใจผุดความอบอุ่นขึ้นมา
…
หลังกินข้าวเที่ยงที่บ้านเจี่ยงเหวินจิ่นเสร็จ เจี่ยงเหวินจิ่นก็พาเสิ่นชิงซูและเวินจิ่งซีออกจากบ้าน
เมื่อมาถึงสถานที่ ถึงรู้ว่าที่แท้คนใหญ่คนโตที่เจี่ยงเหวินจิ่นพูดถึง ก็คือ ‘คุณเฟิง’ คนนั้นนี่เอง
เจี่ยงเหวินจิ่นพูดแนะนำ “ท่านนี้คือคุณเฟิงอวิ๋นเฉียน ผู้ก่อตั้ง ‘จื้อเซิ่งไฟแนนซ์เชียลกรุ๊ป’ ของประเทศเค ครั้งนี้เขาเป็นคนออกเงินทุนเอาเครื่องลายครามวัตถุโบราณที่ถูกปล้นไปในปีนั้นกลับมา คุณเฟิง สองคนนี้คือนักศึกษาของผม เสิ่นชิงซูกับเวินจิ่งซีครับ”
เฟิงอวิ๋นเฉียนเป็นคนเชื้อสายจีน ผิวสีน้ำผึ้ง คิ้วกระบี่ดวงตาดารา เป็นใบหน้าแบบตะวันออกตามแบบฉบับ มีความรู้สึกหล่อเหลาของดาราเมืองก่างยุคต้นปี 90 อย่างมาก
เขายื่นมือออกไปตรงหน้าเวินจิ่งซีก่อน แล้วเอ่ยทักทายด้วยความสุภาพ “สวัสดีครับคุณเวิน ได้รู้จักคนมีความสามารถที่เกิดขึ้นมาใหม่จากมาตุภูมิ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ”
เวินจิ่งซีจับมือกับเขา คนวัยหนุ่มสาวไม่มีความตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย ฉีกยิ้มอย่างใจเย็น “คุณเฟิงพูดเกินไปแล้ว ยังต้องขอบคุณที่คุณูปการอันใหญ่หลวงที่คุณทำเพื่อปกป้องโบราณวัตถุ”
ทว่าตอนนี้เครื่องลายครามถูกเจียงเยว่ซูจัดการเสียจนเรียกได้ว่ายุ่งเหยิงไปหมด
เจี่ยงเหวินจิ่นเห็นดังนั้นสีหน้าก็เคร่งขรึมลง “นี่มันเหลวไหลเกินไปแล้ว!”
“ระดับนี้...” เวินจิ่งซีลูบคาง พลางหันหน้าไปดูด้วยความสบาย ๆ “คุณคิดว่านานแค่ไหนกว่าจะบูรณะเสร็จ?”
สีหน้าของเสิ่นชิงซูเองก็เคร่งขรึมเช่นกัน “กาวน้ำที่เธอใช้ไม่ถูก งานแยกส่วนอย่างน้อยต้องใช้เวลาสามวัน หลังจากนี้...ก็มีแค่เราสองคน อย่างน้อยที่สุดต้องใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ถึงจะบูรณะเสร็จ”
“คุณมั่นใจก็พอแล้ว” เวินจิ่งซีเอ่ย “ผมเห็นของที่แปะไปมั่วซั่วพวกนี้ ผมก็ปวดหัวแล้ว!”
ขั้นตอนการบูรณะหยาบเกินไป ไม่ว่านักบูรณะศิลป์ที่มีฝีมือนิดหน่อยคนไหนเห็นแล้วก็แทบจะอกแตกตายกันทั้งนั้น
เสิ่นชิงซูเองก็ประหลาดใจ
เธอคิดไม่ถึงว่าระดับการบูรณะของเจียงเยว่ซูจะ...ย่ำแย่ขนาดนี้
ดูท่าการบ่มเพาะที่ตระกูลเจียงมีต่อเจียงเยว่ซูในหลายปีมานี้จะใช้จ่ายไปกับการโปรโมต
ทว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เสิ่นชิงซูควรกังวล เรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ของเธอก็คือบูรณะเครื่องลายครามชิ้นนี้ให้เสร็จ
งานบูรณะจะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ เฟิงอวิ๋นเฉียนบอกว่าคืนนี้เขาจะเป็นเจ้าภาพ เลี้ยงข้าวสามศิษย์อาจารย์เจี่ยงเหวินจิ่น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...