เฟิงอวิ๋นเฉียนเชิญด้วยความเป็นมิตร เจี่ยงเหวินจิ่นเองก็ไม่ดีที่จะบอกปัด
แต่คืนนี้เขามีนัด
เขาครุ่นคิดพลางมองเฟิงอวิ๋นเฉียน “คืนนี้ผมกับอาจารย์ถูของกลุ่มปกป้องสิทธิกรมศิลปากรนัดคนของทีมทนายทานข้าวด้วยกัน ถ้าคุณเฟิงไม่ถือสา ไปด้วยกันไหมครับ?”
เฟิงอวิ๋นเฉียนยิ้มตอบชืด ๆ “คนที่ยินดีทำคุณูปการเพื่อการปกป้องวัตถุโบราณ ผมนับถือมาก ๆ เลยครับ ได้รู้จักกันยิ่งดีอยู่แล้ว”
…
ร้านอาหารส่วนตัวแห่งหนึ่งในเมืองซิง
ขณะพวกเจี่ยงเหวินจิ่นมาถึงห้องรับรอง พวกอาจารย์ถูเขาก็มาถึงแล้ว
อาจารย์ถูและเจี่ยงเหวินจิ่นเป็นเพื่อนร่วมเรียนเก่ากัน ทั้งสองคนมีอุดมการณ์เดียวกันมาตั้งแต่สมัยเรียน จนอายุปูนนี้แล้ว ก็ยังมีปณิธานทำเพื่อประเทศชาติอย่างสุดความสามารถ
“อาจารย์เจี่ยงมาแล้วเหรอ เร็วเข้า ฉันจะแนะนำให้นายรู้จัก คนนี้คือทนายมือทองอันดับหนึ่งที่มีชื่อเสียงของเมืองเป่ย ทนายฟู่ซือเหยียน!”
เมื่อได้ยินชื่อของฟู่ซือเหยียน เสิ่นชิงซูและเวินจิ่งซีก็พลันชะงัก
หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็สบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย
เวินจิ่งซีทำเสียง ‘จิ๊’ ออกมาทีหนึ่ง “โลกใบนี้มันแคบจริง ๆ!”
เสิ่นชิงซูเม้มปาก ยอมรับเล็กน้อย
ขนาดนี้ยังมาเจอกันได้ มันก็แคบจริง ๆ
“สองท่านนี้คือทนายจ้าวกับทนายฉู่ของทีมทนายฟู่...” อาจารย์ถูชื่นชมฟู่ซือเหยียนมาก เมื่อกี้ตอนที่พวกเจี่ยงเหวินจิ่นเขายังไม่มา เขากับฟู่ซือเหยียนพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ยิ่งคิดว่าครั้งนี้ตนหามาถูกคนแล้ว!
“อันที่จริงที่ฉันแนะนำทนายฟู่เมื่อกี้ยังมีนัยด้วยนิดหน่อย ตอนนี้ทนายฟู่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศ ฉันเคยดูรายการทอล์คโชว์ตุลาการที่เขาไปออกก่อนหน้านี้ ยังหนุ่มยังแน่นมีความสามารถ หาได้ยาก! หาได้ยากสุด ๆ!”
เจี่ยงเหวินจิ่นรุดหน้าขึ้นมาจับมือกับฟู่ซือเหยียน “ทนายฟู่ ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว”
ฟู่ซือเหยียนจับมือกับเจี่ยงเหวินจิ่น น้ำเสียงทุ้มต่ำ “อาจารย์เจี่ยง ยินดีที่ได้พบกันครับ”
ส่วนความสัมพันธ์ของฟู่ซือเหยียนกับเสิ่นชิงซู เวินจิ่งซีเคยเล่าให้เขาฟังคร่าว ๆ ผ่านทางโทรศัพท์แล้ว
เจี่ยงเหวินจิ่นมองฟู่ซือเหยียนที่สีหน้าเคร่งขรึมบุคลิกน่าเกรงขาม ได้แต่ทอดถอนใจอยู่ภายในใจประโยคหนึ่งว่า : มีความสามารถ แต่นิสัย...ไม่พูดถึงก็ช่างมันเถอะ!
เพียงแต่การรวมกลุ่มของอาจารย์ถูในวันนี้ ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อการปกป้องวัตถุโบราณ เจี่ยงเหวินจิ่นจะไม่ทำลายบรรยากาศการทานข้าวร่วมกันเพราะเหตุผลส่วนตัว
เจี่ยงเหวินจิ่นคิดแบบนี้ เวินจิ่งซีและเสิ่นชิงซูเองก็คิดแบบนี้เช่นเดียวกัน
หลังแนะนำให้รู้จักกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันไปนั่ง
เสิ่นชิงซูถูกจัดให้นั่งระหว่างเจี่ยงเหวินจิ่นและเวินจิ่งซี ฝั่งตรงข้ามบังเอิญเป็นฟู่ซือเหยียนพอดี
ฟู่ซือเหยียนมองมาที่เสิ่นชิงซู ทว่าเห็นเธอเบือนหน้าไปพูดคุยอยู่กับเวินจิ่งซี เขาก็ขมวดคิ้วเข้าหากันในทันใด
เวินจิ่งซีและเสิ่นชิงซูกำลังพูดคุยกันถึงปัญหาการบูรณะเครื่องลายครามชิ้นนั้น ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ
สายตาของเฟิงอวิ๋นเฉียนกวาดไปบนหน้าของเสิ่นชิงซูชืด ๆ จากนั่นก็สลับกลับมาตกที่ใบหน้าของฟู่ซือเหยียน
ตรงทางเดินเงียบมาก ไฟบนทางเดินตรงผนังสะท้อนดวงไฟสีส้มแสนอบอุ่นออกมา เฟิงอวิ๋นเฉียนยืนอยู่ห่างจากตำแหน่งของเธอเพียงไม่กี่ก้าว ชุดสูทสีเทาเหล็กขับร่างสูงใหญ่และความหล่อเหลาของเขาให้เด่น
เขาล้วงกล่องซาการ์ออกมาจากในกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะชักซิการ์ออกมาจุดไฟตัวหนึ่ง แล้วสูบช้า ๆ สองสามที
เสิ่นชิงซูขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าคนคนนี้มาขวางเธอ
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเฟิงอวิ๋นเฉียน เสิ่นชิงซูก็รู้สึกว่าสายตาที่เขามองตนแปลกประหลาดอยู่เล็กน้อย
ความประทับใจแรกที่เธอมีต่อเฟิงอวิ๋นเฉียนก็ไม่ดี จึงไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับเขามากเกินไป
เฟิงอวิ๋นเฉียนเดินเข้ามาทางเธอพร้อมนิ้วที่คีบซิการ์เอาไว้
ทว่าเสิ่นชิงซูไม่อยากสูดควันซิการ์มือสอง จึงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
เมื่อเห็นดังนั้น เฟิงอวิ๋นเฉียนจึงชะงักฝีเท้า เลิกคิ้ว นิ้วคีบซิการ์เอาไว้ พลางพ่นควันออกมาทีหนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยการประเมินตกไปบนใบหน้าของเสิ่นชิงซู
“คุณเสิ่นกับทนายฟู่สนิทกันเหรอครับ?”
เสิ่นชิงซูอึ้งไป
เฟิงอวิ๋นเฉียนมาขวางเธอเอาไว้เพราะคำถามนี้น่ะเหรอ?
เขารู้จักกับฟู่ซือเหยียน?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...