ฟู่ซือเหยียนปล่อยเขา แล้วจัดระเบียบสูท สายตาเย็นยะเยียบตกไปบนใบหน้าของเขา
“นายไม่ต้องยั่วยุให้ฉันมีน้ำโห ไม่ว่าจะเป็นเสิ่นชิงซูหรือว่าแม่ลูกเสี่ยวชู ก็ไม่มีวันตกมาถึงนาย ให้ดีนายรู้จักวางตัวหน่อย ไสหัวกลับประเทศเคของนายไปซะ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เห็นแก่มิตรภาพเก่า ๆ แล้วกัน!”
พูดจบ ฟู่ซือเหยียนก็ชักสายตากลับแล้วหมุนตัวเดินออกไป
เฟิงอวิ๋นเฉียนมองแผ่นหลังของฟู่ซือเหยียน แล้วฉีกยิ้มออกมา คล้ายกับเจอเรื่องอะไรที่ทำให้เขาตื่นเต้นอย่างนั้น “ฟู่ซือเหยียน คนที่ผิดสัญญาต้องเจอกรรมตามสนอง กรรมตามสนองของนายกำลังจะมาแล้วเหรอ?”
...
การทานข้าวรร่วมกันจบลง
ทุกคนออกมาจากภัตตาคาร
เมืองซิงเป็นเมืองตามแนวชายฝั่ง ฤดูหนาวไม่มีหิมะตก ทว่าลมหนาวบาดลึกถึงกระดูก โดยเฉพาะเมื่อเข้ายามกลางคืน ลมหนาวพัดฟิ้วทำคนเจ็บผิวหน้าไปหมด
หลังออกมาจากภัตตาคาร เสิ่นชิงซูถูกทำให้หนาวจนหรี่ตาลง จึงซุกใบหน้าครึ่งซีกเข้าไปในปกเสื้อที่ดึงขึ้นสูง
เจี่ยงเหวินจิ่นดื่มเหล้าย่อมขับรถไม่ได้อยู่แล้ว เวินจิ่งซีเอากุญแจรถของเขาไปขับ
คนขับรถของเฟิงอวิ๋นเฉียนขับรถมา หลังเขากับเจี่ยงเหวินจิ่นและอาจารย์ถูบอกลากัน สุดท้ายก็มองเสิ่นชิงซูที่ยืนอยู่ข้างเจี่ยงเหวินจิ่น “คุณเสิ่น สะดวกให้ช่องทางการติดต่อไหมครับ?”
ห่างออกไปไม่กี่ก้าว เมื่อฟู่ซือเหยียนได้ยินประโยคนี้ ดวงตาดำขลับก็หรี่ลง ก่อนจะเบือนหน้ามองไป
ในความมืดยามค่ำคืน ใบหน้าครึ่งซีกของเสิ่นชิงซูซ่อนอยู่ในคอเสื้อ เผยออกมาเพียงดวงตาคู่หนึ่ง
ไฟนีออนของเมืองสะท้อนเข้าไปในดวงตาของเธอ คล้ายกับแสงฟุ้งระยิบระยับอยู่ในดวงตาเธอ
ทว่าในวินาทีนี้ ดวงตาคู่นี้กำลังมองไปที่เฟิงอวิ๋นเฉียน สายตาเย็นยะเยียบ “ขอโทษค่ะ ไม่สะดวก”
เมื่อฟู่ซือเหยียนได้ยินประโยคนี้ คิ้วดำดุจน้ำหมึกก็เลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตาไปมองเฟิงอวิ๋นเฉียน
เฟิงอวิ๋นเฉียนคล้ายกับไม่แปลกใจนัก เขาชักมือกลับนิ่ง ๆ แล้วชำเลืองมองไปทางฟู่ซือเหยียนทีหนึ่ง
ทั้งสองคนสบตากัน ริมฝีปากบางของฟู่ซือเหยียนกระตุกเล็กน้อย พร้อมแค่นเสียงฮึที่สั้นกระชับออกมาทีหนึ่ง
“ขอโทษนะครับ เป็นผมที่ล่วงเกินแล้ว” เฟิงอวิ๋นเฉียนยิ้มชืด ๆ อย่างสุขุมนุ่มลึก “งั้นคุณเสิ่น แล้วก็อาจารย์ทั้งสอง ผมขอตัวก่อนนะครับ”
เสิ่นชิงซูก้มหน้า ทว่าไม่ได้ตอบกลับใด ๆ
เจี่ยงเหวินจิ่นและอาจารย์ถูต่างเมาสะลึมสะลือกันสองสามส่วน ทว่าสัมผัสบรรยากาศลุ่มลึกนี้ไม่ได้แต่อย่างใด จึงบอกลาเฟิงอวิ๋นเฉียนอย่างเป็นมิตร
ฟู่ซือเหยียนยืนมองรถที่เข้าไปในถนนใหญ่เบื้องหน้าอยู่ที่เดิม กระทั่งเงารถหายไปในความมืดยามราตรี เขาขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะชักสายตากลับ
…
อยู่ที่เมืองซิงหนึ่งสัปดาห์ นอกจากวันที่เพิ่งมาถึงวันนั้นแล้ว หลังจากนั้นสองสามวันเสิ่นชิงซูกับเวินจิ่งซีก็ขังตัวอยู่ในห้องบูรณะง่วนอยู่กับการบูรณะเครื่องลายครามชิ้นนั้น
ระหว่างนั้น เฟิงอวิ๋นเฉียนก็มาอีกสองครั้ง แต่เขาเพียงมาดูความคืบหน้าของการบูรณะ ทว่าไม่ได้มาตามตื๊อเสิ่นชิงซูแต่อย่างใด
วันที่แปด เครื่องลายครามก็บูรณะเสร็จเรียบร้อย
ขณะเฟิงอวิ๋นเฉียนรีบมาที่พิพิธภัณฑ์หลังจากได้ข่าว ก็ถูกแจ้งว่าเสิ่นชิงซูกับเวินจิ่งซีมุ่งหน้าไปที่สนามบินแล้ว
เขาฉีกยิ้ม ก่อนจะบอกลาเจี่ยงเหวินจิ่นสองสามคำ
ออกมาจากพิพิธภัณฑ์ เฟิงอวิ๋นเฉียนก็ให้เลขาที่ติดตามมาด้วยจองตั๋วเครื่องบิน
เลขาสาวอายุยังน้อยมากความสามารถถามเขาว่า “คุณเฟิงคะ คืนนี้เราต้องบินไปกรุงโรม ทางนั้นรอคุณสามวันแล้วค่ะ”
“งั้นก็รอต่อไปอีกหน่อย” เฟิงอวิ๋นเฉียนกัดซิการ์ พลางฉีกยิ้มอย่างไม่แยแส “กระต่ายน้อยที่ถูกตาต้องใจหนีไปแล้ว ฉันต้องไปตาม!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...