เวินจิ่งซีออกมาจากลิฟต์ เกือบชนเข้ากับฟู่ซือเหยียน
ฟู่ซือเหยียนสีหน้าหม่นเศร้า ไม่แม้แต่จะมองเขา เดินผ่านเขาแล้วก้าวเข้าลิฟต์ไปเลย
เวินจิ่งซีขมวดคิ้วและหันไปดู ประตูลิฟต์กำลังค่อย ๆ ปิดพอดี
“รีบร้อนขนาดนี้เลยเหรอ? เกิดเรื่องกับโจวอวี๋ชูหรือไงเนี่ย?”
เวินจิ่งซียักไหล่ หันตัวเดินเข้าสตูดิโอไป
นำของไปวางที่ห้องบูรณะแล้ว เวินจิ่งซีก็ไปหาเสิ่นชิงซูที่ออฟฟิศ
เสิ่นชิงซูนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ก้มหน้า มือข้างหนึ่งกุมขมับ สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก
เวินจิ่งซีเดินเข้ามา งอนิ้วเคาะโต๊ะสองสามที
เสิ่นชิงซูชะงัก เงยหน้ามองเขา
เวิ่นจิ่งซีถามเธอ “ฟู่ซือเหยียนมาทำอะไรอีก?”
“เขาคิดว่าโพสต์แฉเมื่อคืนเป็นฝีมือฉัน”
เวินจิ่งซีขมวดคิ้ว “โพสต์แฉอะไร?”
เสิ่นชิงซูเล่าเรื่องให้เขาฟังคร่าว ๆ
เวินจิ่งซีฟังจบ ก็ของขึ้น “ฟู่ซือเหยียนนี่มันเก่งจนน่าหมั่นไส้จริง ๆ! แต่ว่าเรื่องโพสต์แฉ เป็นฝีมือฮีโร่นิรนามคนไหนกันแน่? เรื่องที่คุณแต่งงานกับฟู่ซือเหยียนลับ ๆ นี่คนที่รู้ก็มีไม่กี่คนนี่นา? ไม่ใช่ผม ไม่ใช่คุณ แล้วยังจะเป็นใครได้อีก?”
“ฉันก็คิดไม่ออก” เสิ่นชิงซูหลับตาลง ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “แต่ตอนนี้ฟ้องไม่ได้ โพสต์แฉก็ไม่ได้ ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริง ๆ?”
เวินจิ่งซีเองก็จนปัญญาไปชั่วขณะ
เจอผู้ชายอย่างฟู่ซือเหยียน ซวยอภิมหาซวยจริง ๆ!
......
ณ โรงพยาบาล นอกห้องฉุกเฉิน
ตอนที่โจวชิงเจ๋อมาถึง โจวอวี๋ชูยังอยู่ระหว่างการกู้ชีพ
สถานการณ์ของโจวอวี๋ชูเข้าขั้นวิกฤตจริง ๆ ถุงเลือดถุงแล้วถุงเล่าถูกส่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
โจวชิงเจ๋อสีหน้าแย่มาก พอเห็นฟู่ซือเหยียนก็ปรี่เข้าไป โชคดีที่ฉินเยี่ยนเฉิงว่องไวพอ รั้งไว้ได้ทันเวลา!
“ผู้อำนวยการโจว ใจเย็นก่อน อย่าให้เสียบรรยากาศเลยนะครับ!” ฉินเยี่ยนเฉิงคว้าตัวไว้ ออกแรงไม่น้อยกว่าจะลากเขาออกมาจากด้านหน้าฟู่ซือเหยียนได้
โจวชิงเจ๋อถลึงตาใส่ฟู่ซือเหยียนอย่างอำมหิตและดุดันอย่างสุดขีด “ผมเตือนคุณไว้นะ ถ้าช่วยเสี่ยวชูไว้ไม่ได้ละก็ ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่!”
เมื่อได้ยิน โจวชิงเจ๋อถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ ใจที่ร้อนรนกระวนกระวายอยู่ในที่สุดก็สงบลง
ฟู่ซือเหยียนขนตาสั่นไหวเล็กน้อย สองมือที่กำแน่นก็ค่อย ๆ คลายออก
......
โจวอวี๋ชูถูกย้ายเข้าห้องไอซียูเพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
สองวันมานี้ ฟู่ซือเหยียนกับโจวชิงเจ๋อเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งวันทั้งคืน
โจวอวี๋ชูยังคงอยู่ในอาการโคมา
หัวหน้าเฉินบอกว่าโรคซึมเศร้าที่เธอเป็นอยู่เดิมก็รุนแรงมากอยู่แล้ว พอมาเสียเลือดมากจากการกรีดข้อมือครั้งนี้อีก ก็เท่ากับว่าถ่ายเลือดทั้งตัวรอบหนึ่ง ช่วยชีวิตกลับมาได้ก็ถือว่าปาฏิหาริย์แล้ว
ส่วนจะฟื้นเมื่อไรนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ไปของเธอเอง
ด้วยเหตุนี้ โจวชิงเจ๋อยิ่งมองฟู่ซือเหยียนด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นมิตรเข้าไปใหญ่
แต่ฟู่ซือเหยียนไม่ได้สนใจโจวชิงเจ๋อเลยตั้งแต่ต้น
เขาเฝ้าโจวอวี๋ชูไม่ห่างแม้แต่ก้าวเดียว เฝ้ารักษาคำสัญญาที่เขาต้องใช้ทั้งชีวิตรักษามัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...