“เดี๋ยวก่อน!”
เวินจิ่งซีเข้ามาขวางหน้าเสิ่นชิงซูไว้ทันที สีหน้าของเขาจริงจัง “พวกเราเพิ่งจะลงจากเครื่องบินมานะ คุณจะให้เสิ่นชิงซูเดินทางไกลต่อเครื่องอีกแล้วเหรอ รีบยังไงก็ไม่ถึงขนาดนี้!”
“ใช่!” เฉียวซิงเจียดึงเสิ่นชิงซูมาอยู่ข้างกาย จ้องมองฟู่ซือเหยียนเขม็ง แล้วพูดอย่างไม่พอใจว่า “คุณอยากจะคลั่งรักมันก็เรื่องของคุณ แต่อาซูของพวกเราไม่ขอบ้าไปกับคุณด้วยหรอก!”
ฟู่ซือเหยียนมองเวินจิ่งซีที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเย็นเยียบ
เขาสูงกว่าเวินจิ่งซีเล็กน้อย ประกอบกับวันนี้เขาสวมชุดสีดำล้วนเหมือนเช่นเคย ทั่วทั้งร่างจึงแผ่กลิ่นอายที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง
“นี่เป็นเรื่องระหว่างผมกับเสิ่นชิงซู คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง”
เมื่อเผชิญหน้ากับฟู่ซือเหยียน เวินจิ่งซีกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาขมวดคิ้ว ใบหน้าหล่อเหลาเผยให้เห็นถึงความแน่วแน่มั่นคงและความถูกต้องอันเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่ม
“เรื่องของอาซูก็คือเรื่องของผม!”
น้ำเสียงของเขาใสดังกังวาน หนักแน่นและทรงพลัง
เมื่อได้ยินดังนั้น ฟู่ซือเหยียนก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นก็หันไปปรายตามองเสิ่นชิงซู เขายกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเยาะเย้ย “ที่เขาพูดมา คุณเห็นด้วยไหม”
เสิ่นชิงซูมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
ตอนนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะเดินทางต่อไปยังกานาในทันทีจริง ๆ
ถึงแม้ว่าตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่เที่ยวเล่นในเมืองอวิ๋น เฉียวซิงเจียและเวินจิ่งซีจะพยายามดูแลเธออย่างเต็มที่ แต่คงเป็นเพราะกำลังตั้งครรภ์ พอผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เธอก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก
ตอนนี้เธอแค่อยากจะกลับบ้านไปอาบน้ำ แล้วนอนสบาย ๆ บนเตียงของตัวเองสักงีบ
“ที่เขาพูดก็ถูกแล้วค่ะ ฉันเหนื่อยจริง ๆ อยากจะพักผ่อนสักสองสามวัน”
แต่ฟู่ซือเหยียนกลับพูดว่า “ผมยื่นขอเส้นทางการบินไว้แล้ว เราจะไปโดยเครื่องบินส่วนตัว คุณพักผ่อนบนเครื่องบินได้”
สีหน้าของเสิ่นชิงซูเย็นชาลงทันที “ฉันเมาเครื่องบินค่ะ การต้องนั่งเครื่องบินต่อเนื่องเป็นสิบยี่สิบชั่วโมง ฉันทนไม่ไหวหรอก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฟู่ซือเหยียนก็เม้มปาก จ้องมองใบหน้าของเสิ่นชิงซู
ครู่ใหญ่ เขาถอนหายใจออกมาคล้ายกับจนปัญญา “ผมให้ฉินเยี่ยนเฉิงเตรียมยาแก้เมาเครื่องบินมาด้วย”
“ฟู่ซือเหยียน” เสิ่นชิงซูจ้องมองเขา หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง “แค่ไม่กี่วันคุณก็รอไม่ได้เลยเหรอคะ”
เสิ่นชิงซูสูดหายใจเข้าลึก ๆ หันไปมองเวินจิ่งซีแล้วยิ้มตาหยี “ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้ลิมิตตัวเองดี”
เธอรู้ว่าเวินจิ่งซีกำลังเป็นห่วงว่าร่างกายของเธอจะทนไม่ไหว และคำพูดนี้ของเธอก็เป็นการตอบสนองต่อความกังวลของเวินจิ่งซีนั่นเอง
เวินจิ่งซีฟังความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเธอออก ก็ถอนหายใจ รู้สึกทั้งสงสารและโมโหในเวลาเดียวกัน “นิสัยแบบคุณนี่... สักวันผมต้องโมโหจนตายแน่ ๆ!”
เสิ่นชิงซูเม้มปาก ก้มหน้ามองพื้นไม่พูดอะไรอีก
สายตาของฟู่ซือเหยียนปรายมองใบหน้าของเวินจิ่งซีแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปทางเฉียวซิงเจีย “หมอเฉียว ไม่ทราบว่าคุณจะยินดีเดินทางไปกานากับพวกเราด้วยไหมครับ”
“ฉันไปด้วยได้เหรอ?” เฉียวซิงเจียรู้สึกประหลาดใจ การได้ไปเป็นเพื่อนเสิ่นชิงซูย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ว่านี่มันกะทันหันเกินไป!
เธอที่เป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน การลาหยุดหนึ่งสัปดาห์ก็ถือว่าถึงขีดสุดแล้ว ถ้าจะลาเพิ่มอีก... โรงพยาบาลไม่ยอมอนุมัติแน่!
ฟู่ซือเหยียนดูเหมือนจะมองความกังวลของเธอออก จึงกล่าวเสริมว่า “ถ้าคุณตัดสินใจว่าจะไป เรื่องการลาหยุดเดี๋ยวผมคุยกับโจวชิงเจ๋อเอง”
ถ้าอย่างนั้นจะลังเลอะไรอีกล่ะ!
“ไป!” เฉียวซิงเจียหันไปมองเสิ่นชิงซู “อาซู เราไปด้วยกันนะ ถือซะว่าได้กำไรไปเที่ยวงบหลวงอีกรอบ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...