เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นชิงซูก็ยิ้มให้เฉียวซิงเจีย
พอมีเฉียวซิงเจียอยู่ด้วย อารมณ์ของเธอก็ไม่หนักอึ้งหรือฉุนเฉียวเหมือนเก่า
“ถ้าอย่างนั้นผมก็จะไปด้วย!” เวินจิ่งซีพูดขึ้น
“คุณไปไม่ได้” ฟู่ซือเหยียนปฏิเสธด้วยสีหน้าเย็นชา
“ทำไมล่ะ?” เวินจิ่งซีถลึงตาใส่เขา “เครื่องบินส่วนตัวก็เอามาใช้แล้ว จะมีผมเพิ่มอีกสักคนไม่ได้หรือไง?”
ฟู่ซือเหยียนมองเขา พลางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “มันไม่แตกต่างกันก็จริง แต่ผมมีเหตุผลอะไรที่ต้องให้คุณขึ้นเครื่องบินของผมด้วย?”
เวินจิ่งซีคำรามอย่างเกรี้ยวกราด “ฟู่ซือเหยียน คุณมันจงใจหาเรื่องผม!”
“ผมก็แค่คิดว่าคุณมันส่วนเกิน”
พูดจบฟู่ซือเหยียนก็ไม่สนใจเวินจิ่งซีอีก เขาหันหลังเดินไปยังช่องทางวีไอพี
เวินจิ่งซีแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา เขาได้แต่สบถด่าไล่หลังฟู่ซือเหยียนไปเป็นชุด
เสิ่นชิงซูเห็นว่าเวินจิ่งซีโกรธจัดจริง ๆ จึงพูดปลอบ “เสี่ยวเวิน คุณอยู่ที่นี่ก็ดีแล้วนะ สตูดิโอก็ต้องให้คุณช่วยดูด้วย”
เวินจิ่งซีที่กำลังเดือดดาล พอได้ยินเช่นนั้นก็อารมณ์เย็นลงทันที
“ในเมื่อคุณพูดขนาดนี้แล้ว” เวินจิ่งซีลูบจมูกตัวเองอย่างไว้ฟอร์ม “ถ้าอย่างนั้นผมจะยอมฝืนใจช่วยคุณดูแลสตูดิโอให้แล้วกัน!”
“อืม” เสิ่นชิงซูมองเขาแล้วพูดต่อ “พอผลตรวจสร้อยข้อมือออกมาเมื่อไหร่ ให้รีบติดต่อฉันทันทีนะ”
“ผมรู้แล้วน่า”
ตอนนี้เวินจิ่งซีอารมณ์ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่วายกำชับอีกสองสามประโยคด้วยความเป็นห่วง “พอไปถึงที่นั่น ถ้าฟู่ซือเหยียนกล้ารังแกคุณเมื่อไหร่ โทรหาผมได้ทุกเมื่อเลยนะ บ้านผมก็ไม่ได้จน พ่อผมก็มีเครื่องบินส่วนตัวเหมือนกัน!”
เสิ่นชิงซูถึงกับหัวเราะให้กับความไม่อยากยอมแพ้แบบแปลก ๆ ของเขา “วางใจเถอะ มีซิงซิงอยู่กับฉันด้วย ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอก”
ตอนนั้นเอง ฉินเยี่ยนเฉิงก็เดินเข้ามา มองเวินจิ่งซีแล้วกระแอมเบา ๆ “คุณเวินวางใจได้เลยครับ ผมก็จะไปด้วย ผมขอเอาเกียรติของผมเป็นประกันว่าจะพาคุณเสิ่นกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน”
เวินจิ่งซีมีความประทับใจในตัวฉินเยี่ยนเฉิงอยู่บ้าง “คุณหมอฉิน ผมเชื่อว่าคุณก็แค่คบเพื่อนแบบไม่รอบคอบ อาซูของผมก็ฝากคุณด้วยแล้วกัน!”
“…” ฉินเยี่ยนเฉิงถึงกับหลุดขำกับคำพูดของเวินจิ่งซี “วางใจเถอะครับ ฟู่ซือเหยียนถึงจะนิสัยแย่ไปหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับทำเรื่องผิดกฎหมายหรือเรื่องนอกลู่นอกทางหรอก”
เวินจิ่งซีกลอกตามองบน “นอกใจในขณะสมรสก็ผิดกฎหมายเหมือนกัน โอเค๊?”
สายตาคมกริบและเย็นชาจึงตวัดมองไปยังฉินเยี่ยนเฉิง “นายเอายาอะไรมาให้? ทำไมเธอกินแล้วไม่ได้ผล?”
“ก็ยาแก้เมาเครื่องบินไง!” ฉินเยี่ยนเฉิงเองก็สงสัยเช่นกัน “ยานี่เป็นยาที่ได้ผลดีที่สุด แต่ทำไมถึงใช้กับเธอไม่ได้ผลเลยล่ะ?”
เฉียวซิงเจียได้ฟังคำพูดของฉินเยี่ยนเฉิง ในใจก็รู้สึกกระอักกระอ่วน
แน่นอนว่าต้องไม่ได้ผลอยู่แล้ว เพราะเสิ่นชิงซูไม่ได้กินยานั่นเข้าไปเลย!
ท้องอยู่จะกินยาแก้เมาเครื่องบินได้อย่างไร!
เฉียวซิงเจียจึงต้องกัดฟันพูดความจริงครึ่งหนึ่งและโกหกครึ่งหนึ่งออกไป “ช่วงก่อนหน้านี้อาซูผอมลงไปมาก ตอนนี้ไม่ใช่แค่โลหิตจางแต่ยังความดันต่ำด้วย เมื่อก่อนเธอนั่งรถก็ไม่เคยเมาเลย แต่ช่วงนี้เวลาฉันกับเธอออกไปข้างนอกกัน นั่งรถไม่ถึงสิบนาทีเธอก็บอกว่าเวียนหัวแล้ว อาจจะเป็นเพราะความดันต่ำกับภาวะโลหิตจางก็ได้”
“ทั้งโลหิตจางทั้งความดันต่ำ เป็นแบบนี้ไม่ดีเลยนะ ต้องบำรุงร่างกายดี ๆ หน่อย...เฮ้อ!”
ยิ่งพูดฉินเยี่ยนเฉิงก็ยิ่งรู้สึกว่าฟู่ซือเหยียนไม่ใช่คน การทรมานหญิงสาวให้ลำบากไปมาเช่นนี้ มันช่างไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!
เขาหันไปมองฟู่ซือเหยียน
ฟู่ซือเหยียนจ้องมองใบหน้าที่หลับตาแน่นของเสิ่นชิงซู แววตาของเขาลึกล้ำจนยากจะคาดเดา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...