การมาประเทศกานาครั้งนี้เป็นการเดินทางกะทันหัน
เสิ่นชิงซูและเฉียวซิงเจียต่างก็เตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศของที่นี่มาไม่ทัน
โชคยังดีที่เสื้อผ้าที่นำมาจากเมืองอวิ๋นก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเสื้อผ้าสำหรับฤดูใบไม้ผลิที่บางเบา
ทั้งสองจึงเลือกชุดเดรสที่ค่อนข้างบางเบาจากเสื้อผ้าที่นำมาเปลี่ยน
หลังจากป่วยไปครั้งหนึ่ง เสิ่นชิงซูก็ดูผ่ายผอมลงไปอีก
ชุดเดรสสีขาวนวลที่เธอสวมใส่อยู่นั้นเป็นแบบคอวีเล็ก ๆ ซึ่งไม่อาจปิดบังไหปลาร้าที่เด่นชัดจนแทบจะเลี้ยงปลาได้ของเธอ
สวยก็จริง แต่สำหรับคนท้องแล้ว รูปร่างแบบนี้ช่างน่าเป็นห่วงเหลือเกิน
เฉียวซิงเจียสำรวจมอง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังท้องน้อยของเธอ
เธอยื่นมือไปลูบเบา ๆ “บ้านไหนเขาท้องแฝดแล้วผอมแห้งแบบเธอบ้าง พอจัดการเรื่องนี้เสร็จ กลับไปเมืองเป่ยเมื่อไหร่ฉันจะไปกำชับน้าฉินให้ช่วยบำรุงเธอให้หนัก ๆ!”
โดยธรรมชาติแล้วเสิ่นชิงซูเป็นคนผอมง่ายอยู่แล้ว ประกอบกับช่วงนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเกินไป ทำให้เธอคิดมากจนน้ำหนักลดลงเร็วยิ่งขึ้น
เฉียวซิงเจียชักมือกลับแล้วถอนหายใจ “แต่สภาพแบบนี้ของเธอก็มีข้อดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยก็ไม่มีใครสงสัยว่าเธอเป็นคนท้อง!”
เสิ่นชิงซูมองตัวเองในกระจกเงาบานยาว ก่อนจะลูบท้องของตัวเองอย่างเงียบงัน
ตอนที่เสิ่นชิงซูและเฉียวซิงเจียลงไปข้างล่างก็เป็นเวลาแปดโมงเช้าแล้ว
พวกเขาเช่ารถในท้องถิ่น โดยมีฉินเยี่ยนเฉิงเป็นคนขับ และฟู่ซือเหยียนนั่งอยู่ข้างคนขับ
เฉียวซิงเจียควงแขนเสิ่นชิงซู เปิดประตูหลังแล้วก้มตัวขึ้นรถ
เมื่อประตูปิดลง ฉินเยี่ยนเฉิงก็สตาร์ตรถ “เราไปหาอะไรกินเป็นมื้อเช้ากันก่อนดีกว่า กินเสร็จแล้วค่อยไป ยังเช้าอยู่เลย”
จริงอย่างที่ว่า ต้องกินข้าวก่อน
เมื่อวานเสิ่นชิงซูอาเจียนทั้งวัน ตอนนี้ก็รู้สึกหิวขึ้นมาแล้วเหมือนกัน
ห้านาทีต่อมา รถก็จอดลงที่หน้าร้านอาหารเช้าแห่งหนึ่งริมชายฝั่ง
นี่คือร้านอาหารเช้าของคนจีน
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมายังกานามากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อนร่วมชาติชาวจีนจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ
เจ้าของร้านอาหารเช้ามาจากแถบหมิ่นหนาน มณฑลฝูเจี้ยน เป็นคนอัธยาศัยดี มีทั้งน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ เกี๊ยว ซาลาเปา เรียกว่ามีครบทุกอย่าง
แม้กระทั่งโจ๊กลูกเดือย โจ๊กมันเทศ หรือนมถั่วลิสงก็ยังมีอยู่ในเมนู
เสิ่นชิงซูสั่งโจ๊กลูกเดือยหนึ่งชาม
ร้านอาหารเช้านี้ฉินเยี่ยนเฉิงเป็นคนเลือก เขาเองสั่งน้ำถั่วลิสง ดื่มไปพลางชมว่าอร่อยไป ทำท่าทางราวกับว่ามาเที่ยวพักผ่อนอย่างเต็มที่
จึงได้รับสายตาเย็นชาจากเฉียวซิงเจียไปหนึ่งที
ฉินเยี่ยนเฉิงสัมผัสได้ถึงสายตาของเฉียวซิงเจีย เขาจึงกระแอมออกมาอย่างกระอักกระอ่วน แล้วมองเธอพร้อมกับหัวเราะแห้ง ๆ “อย่าทำแบบนี้สิครับ ผมแค่อุดหนุนเพื่อนร่วมชาติด้วยกัน!”
เฉียวซิงเจียกัดปาท่องโก๋คำโตแล้วถลึงตาใส่เขา “คุณคิดว่ามาเที่ยวพักร้อนจริง ๆ เหรอคะ อาซูของเราถูกบังคับให้มาทำภารกิจที่นี่ กินข้าวตอนนี้ฉันยังกลัวว่าจะอาหารไม่ย่อยเลย คุณรู้ไหม!”
ฉินเยี่ยนเฉิง “...”
เมื่อเทียบกับการพูดคุยกันระหว่างเฉียวซิงเจียและฉินเยี่ยนเฉิงแล้ว ฟู่ซือเหยียนและเสิ่นชิงซูกลับดูเย็นชาต่อกันที่สุด
แม้ว่าทั้งสองจะนั่งอยู่ตรงข้ามกัน แต่ตลอดเวลานั้นอย่าว่าแต่พูดคุยเลย แม้แต่สบตากันก็ยังไม่มี
เสิ่นชิงซูนั่งกินโจ๊กเงียบ ๆ เธอกินช้า แต่โจ๊กลูกเดือยหนึ่งชาม เธอก็กินไปได้สองในสามส่วน
ฟู่ซือเหยียนเองก็กินไม่มากเช่นกัน ในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้ายเขาไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาของเขาก็จับจ้องอยู่ที่เสิ่นชิงซูตลอดเวลา
เพียงแต่ว่า ตลอดเวลานั้นเสิ่นชิงซูทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ เมื่อกินอิ่มแล้ว เธอก็วางช้อนลง หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก
เธอเงยหน้าขึ้นมองเฉียวซิงเจีย
เฉียวซิงเจียเองก็กินเสร็จแล้วและกำลังรอเธออยู่เช่นกัน
เพื่อนสาวต่างสบตากัน ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกันอย่างรู้งาน แล้วหันหลังเดินออกไปข้างนอก
ด้านหลัง ฉินเยี่ยนเฉิงมองแผ่นหลังของพวกเธอ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ฟู่ซือเหยียน แล้วกระซิบถามเขา “เพื่อน นายรับประกันจริง ๆ นะว่าจะไม่หลอกฉัน?”
ฟู่ซือเหยียนเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...