ห้องนั้นใหญ่มาก และมีกรีนสกรีนอยู่ตรงกลาง
พนักงานถือแว่นวีอาร์เดินมาตรงหน้าเสิ่นชิงซู “คุณเสิ่นคะ กรุณาหลับตา เดี๋ยวฉันจะช่วยสวมแว่นให้นะคะ”
เสิ่นชิงซูหลับตาลง
พนักงานช่วยสวมแว่นวีอาร์ให้เธอเรียบร้อย จากนั้นก็จูงมือเธอเดินไปข้างหน้า
เมื่อเดินมาถึงตำแหน่งที่กำหนดไว้ พนักงานก็ปล่อยมือเธอ แล้วบอกว่า “คุณเสิ่นคะ ตอนนี้คุณลืมตาได้แล้วค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นชิงซูก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือถนนเล็ก ๆ ที่ทอดยาวและร่มรื่นไปในความทรงจำของเธอ รอบ ๆ มีเสียงประทัดและดอกไม้ไฟดังขึ้นเป็นระยะ ๆ บนต้นไม้เก่าแก่มีโคมไฟสีแดงแขวนอยู่
เพียงชั่วพริบตา ดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไป บ้านเรือนในชนบทต่างก็เริ่มเปิดไฟสว่างไสวทีละดวง
เสิ่นชิงซูเดินไปข้างหน้าสองก้าว ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป...
ลานบ้านในชนบทที่หน้าประตูแขวนโคมไฟสีแดง ประตูไม้เก่าแก่ส่งเสียง ‘เอี๊ยด’ แล้วค่อย ๆ เปิดออก ร่างที่ผอมบางร่างหนึ่งเดินออกมาจากด้านใน
ชายชราใช้มือข้างหนึ่งพิงวงกบประตู เชยคางขึ้นเล็กน้อย แล้วมองมาทางเสิ่นชิงซู
เมื่อเห็นหลานสาว ดวงตาและคิ้วที่เปี่ยมด้วยความเมตตาของชายชราก็โค้งเป็นรอยยิ้ม ยิ้มพลางกวักมือเรียกเธอ “อาซู มืดแล้วนะ รีบกลับมากินข้าวเย็นวันรวมญาติเร็ว!”
เสิ่นชิงซูไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา เธอรีบก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า
“ปู่...” เธอเรียกชายชราออกไปโดยไม่รู้ตัว น้ำตาไหลอาบใบหน้าจนชุ่มไปหมดแล้ว...
ในห้องสังเกตการณ์ซึ่งมีเพียงกระจกใสกั้นจากห้องทดลอง ผู้อำนวยการจาง ฟู่ซือเหยียน ฉินเยี่ยนเฉิง และเฉียวซิงเจียต่างก็อยู่ที่นั่น
พนักงานคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าแผงควบคุมที่ซับซ้อน คอยปรับเปลี่ยนสถานการณ์ตามปฏิกิริยาของเสิ่นชิงซูอย่างทันท่วงที
ตรงหน้าของเขามีหน้าจอแสดงผลขนาดเจ็ดสิบนิ้ว ซึ่งฉายภาพฉากที่แว่นวีอาร์สร้างขึ้น
ในภาพนั้น เสิ่นชิงซูได้กลับไปยังบ้านในชนบทที่เธอเคยอาศัยอยู่กับปู่ในวัยเด็ก
ปู่จูงมือเธออย่างสนิทสนม “อาซูของเราโตขนาดนี้แล้วยังจะมัวแต่เล่นอีก วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่านะ ปู่ทำของที่หนูชอบไว้เยอะแยะเลย”
เสิ่นชิงซูเดินตามชายชราเข้าไปในบ้าน
ล้วนเป็นอาหารที่เธอชอบทั้งนั้น
“อาซู นั่งลงสิ เรามากินข้าวเย็นวันรวมญาติด้วยกันนะ”
เสิ่นชิงซูทำตามที่บอก เธอเดินไปนั่งลงที่โต๊ะ
ปู่ตักข้าวให้เธอ “อาซูของปู่ช่วงนี้ผอมลงไปเยอะเลยนะ กินเยอะ ๆ หน่อยสิ”
“เป็นผู้หญิงจะห่วงสวยจนไม่ยอมกินข้าวไม่ได้นะ ต้องกินเยอะ ๆ แม่กับปู่ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ลูกแล้ว ต้องรู้จักดูแลตัวเองนะ” เจียงเยว่หลานคีบกับข้าวให้เธอ
อาหารเหล่านี้ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าทั้งหมด เมื่อทำงานร่วมกับแว่นวีอาร์แล้ว ก็จะทำให้ผู้ทดลองได้สัมผัสประสบการณ์ที่สมจริง ที่ผสมผสานทั้งการได้ยิน การมองเห็น และการสัมผัสได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในห้องสังเกตการณ์ ผู้อำนวยการจางอธิบายว่า “ทางเราได้อัปเกรดประสบการณ์จำลองวีอาร์แล้ว จะมีการปรับเปลี่ยนฉากตามอารมณ์ของผู้ใช้งานอย่างเหมาะสม แต่คุณฟู่วางใจได้เลยครับ เราจะอ้างอิงข้อมูลสำคัญที่คุณมอบมา ประกอบกับข้อมูลที่สร้างโดยเอไอเพื่อสร้างตัวละครและฉากต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความสมจริง”
เฉียวซิงเจียเห็นภาพตรงหน้าก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอร้องไห้อย่างหนัก
เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วหันไปถลึงตาใส่ฉินเยี่ยนเฉิง “ที่แท้ที่คุณมาถามโน่นถามนี่กับฉันก่อนหน้านี้ ก็เพื่อทำโปรเจกต์นี้นี่เองเหรอ?”
ฉินเยี่ยนเฉิงเห็นเธอร้องไห้หนักขนาดนั้นก็ถอนหายใจอย่างจนใจ เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เธอ “ผมก็แค่ทำตามที่คนอื่นไหว้วานมาน่ะครับ คุณอย่าร้องไห้เลยนะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...