ประตูรถเปิดออก ฟู่ซือเหยียนอุ้มเสิ่นชิงซูขึ้นไปบนรถ
ฉินเยี่ยนเฉิงปิดประตูแล้วเดินอ้อมหน้ารถเพื่อขึ้นไปนั่ง
เฉียวซิงเจียวิ่งออกมา แล้วกางแขนขวางอยู่หน้ารถทันที “ไปโรงพยาบาลไม่ได้!”
ฉินเยี่ยนเฉิงขมวดคิ้ว เขาลดกระจกรถลงแล้วยื่นหน้าออกมา “คนหมดสติไปทั้งคน จะไม่ให้ไปโรงพยาบาลได้ยังไงครับ?”
“อาซูมีฉันอยู่! เธอแค่หมดสติไปเพราะอารมณ์กระทบกระเทือนรุนแรง ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล!”
ฉินเยี่ยนเฉิงมองท่าทางร้อนรนของเฉียวซิงเจียแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขากำลังจะถามต่อ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันดังมาจากเบาะหลัง...
“ฟู่ซือเหยียน คุณปล่อยฉันนะ!”
“คุณใจเย็น ๆ ก่อน คุณหมดสติไป ผมก็แค่จะพาคุณไปโรงพยาบาล”
“ฉันไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล! คุณปล่อยฉัน!”
เสิ่นชิงซูเพียงแค่หมดสติไปชั่วครู่ พอฟื้นขึ้นมาเห็นว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมแขนของฟู่ซือเหยียนก็ตกใจจนขวัญเสีย อยากจะรีบผละออกจากอ้อมแขนของเขาทันที!
สัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นของฉินเยี่ยนเฉิงก็ลุกโชนขึ้นมา เขาแอบชำเลืองมองกระจกมองหลังอย่างไม่รู้ตัว
ในเบาะหลัง เสิ่นชิงซูแสดงท่าทีรังเกียจและต่อต้านฟู่ซือเหยียนอย่างมาก แต่ฟู่ซือเหยียนก็ไม่ยอมถอยเช่นกัน
ทั้งสองยื้อยุดกันไปมา เสิ่นชิงซูโกรธจนทนไม่ไหว เธอยกมือขึ้นตบหน้าฟู่ซือเหยียนฉาดใหญ่ทันที
เสียง ‘เพียะ’ ดังขึ้นหนึ่งครั้ง ในรถก็พลันเงียบสงัดลงทันที
ฉินเยี่ยนเฉิงรีบละสายตากลับมา แล้วกระแอมออกมาอย่างกระอักกระอ่วน
เขาคิดว่า เขาไม่ควรจะอยู่ในรถเลย...
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในขณะนั้น
เป็นโทรศัพท์ของฟู่ซือเหยียน
เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ สีหน้าของฟู่ซือเหยียนที่เคร่งขรึมอยู่แล้วก็ยิ่งดูมืดมนลงไปอีก
โจวอวี๋ชูโทรมา
เสิ่นชิงซูเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ แล้วฉวยโอกาสผลักฟู่ซือเหยียนออกไป ก่อนจะหันไปดึงที่จับประตูรถ
‘แกรก’
ประตูรถเปิดออก เสิ่นชิงซูลงจากรถอย่างรวดเร็ว
เฉียวซิงเจียรีบวิ่งเข้ามาหา มองเธออย่างเป็นกังวล “อาซู เธอไม่เป็นไรนะ?”
เสิ่นชิงซูส่ายหน้า
ประตูรถปิดลง บดบังเสียงที่ฟู่ซือเหยียนกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ข้างใน
ฟู่ซือเหยียนชะงักไป
“คนตายไปแล้วไม่อาจฟื้นคืนมาได้”
น้ำเสียงของเสิ่นชิงซูสงบนิ่ง “ฉันยอมรับว่าการสูญเสียคนในครอบครัวทำให้ฉันเจ็บปวดมาก ฉันเคยสิ้นหวังและเคยทอดทิ้งตัวเองไปแล้ว แต่ฉันก็ไม่ถึงกับแยกแยะความจริงกับภาพลวงตาไม่ออก หุ่นยนต์ต่อให้สมจริงแค่ไหนก็เป็นแค่หุ่นยนต์เอไอสามารถลอกเลียนความทรงจำของฉันได้ แต่มันไม่มีทางลอกเลียนความรู้สึกของฉันได้ตลอดไป”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ แล้วจึงพูดต่อ
“ฟู่ซือเหยียน ฉันไม่สนใจว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงที่คุณทำโปรเจกต์นี้คืออะไร? แต่ฉันบอกคุณได้เลยตอนนี้ว่าฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องจักรเพื่อเยียวยาความเจ็บปวดทางใจของฉัน แม้ว่ามันจะโหดร้ายและยากที่จะทนไหว แต่ฉันจะก้าวผ่านมันไปได้เอง ก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้นเอง เพราะงั้น ของขวัญชิ้นนี้ของคุณ ฉันขอปฏิเสธ”
ฟู่ซือเหยียนขมวดคิ้วมองเธอ ดวงตาสีดำของเขาลึกล้ำ
ครู่ต่อมา เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ผมคิดว่า อย่างน้อยโปรเจกต์นี้ก็น่าจะช่วยชดเชยความเสียใจของคุณได้บ้าง”
“ชีวิตคนเราย่อมมีความเสียใจเป็นธรรมดา ถ้าฉันจะใช้ชีวิตต่อไป ฉันก็ต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับความเสียใจ แต่ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคุณกับโจวอวี๋ชู”
น้ำเสียงของเสิ่นชิงซูเย็นชา เธอไม่ต้องการจะพูดคุยเรื่องนี้กับฟู่ซือเหยียนอีกต่อไป ก่อนจะวกเข้าสู่ประเด็นสำคัญของการมาในครั้งนี้ทันที
“พรุ่งนี้ก็เป็นวันที่สามแล้ว” เธอเอ่ยเตือน “คุณจะให้ฉันทำอะไร ตอนนี้คงบอกได้แล้วใช่ไหมคะ?”
ฟู่ซือเหยียนจ้องมองเธอ แววตาของเขาทอประกายลึกล้ำจนยากจะคาดเดา
ลมทะเลพัดเส้นผมของเสิ่นชิงซูปลิวไสว ปอยผมสองสามเส้นตกลงบนแก้มของเธอ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...