คำที่เหลือ เธอพูดไม่ออก
“คุณเวินจะต้องผ่านมันไปได้ เธอต้องเชื่อมั่นในตัวเขา” เฉียวซิงเจียจับมือเธอไว้ ปลอบประโลมเสียงเบาว่า “ตอนนี้ในท้องเธอยังมีลูกอีกสองคน จะรู้สึกเครียดเกินไปไม่ได้นะ”
เสิ่นชิงซูก้มหน้า ลูบท้องไปมา
เธอกล่าว “เวินจิ่งซีปกป้องฉันถึงได้โดนยิง ปากกระบอกปืนคนนั้นเล็งมาที่ฉัน”
“เธอเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดไหม?”
เสิ่นชิงซูส่ายหน้า “ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นอกจากนั้นมันยังใส่หมวกกับหน้ากากอนามัยด้วย เห็นไม่ชัดเลยสักนิดว่าหน้าตาเป็นยังไง”
“หมอฉินแจ้งตำรวจแล้ว จากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ คนคนนั้นน่าจะมีคนบงการมา เป้าหมายของมันก็น่าจะเป็นเธอนี่แหละ!”
เสิ่นชิงซูหน้าเครียดขึ้นมา “คนที่มีปืนได้ในประเทศนี้ เบื้องหลังต้องไม่ธรรมดาแน่”
“หรือว่าจะเป็น…” เสียงเฉียวซิงเจียเบาลง “ทางตระกูลเสิ่น?”
เสิ่นชิงซูส่ายหัว “ฉันไม่รู้ แต่ฉันรู้สึกว่าจากกำลังของตระกูลเสิ่นตอนนี้ ไม่น่าจะยอมเสียเงินก้อนนี้มาซื้อชีวิตฉันหรอก ถ้าพวกเขาทนฉันไม่ได้ขนาดนี้จริง ๆ ก็ไม่มีทางรอมาจนถึงวันนี้ค่อยลงมือหรอก”
“งั้นหรือว่าจะเป็นโจวอวี๋ชู?”
เสิ่นชิงซูขมวดคิ้ว
เวลานี้เอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ฉินเยี่ยนเฉิงผลักประตูเดินเข้ามา
ที่เข้ามาพร้อมกันนั้นยังมีตำรวจคดีอาญาอีกสองนาย
พวกเขามาหาเสิ่นชิงซูเพื่อทำความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ตำรวจกล่าวว่าจากการแกะรอยจากกล้องวงจรปิด หลังจากเกิดเรื่องผู้ต้องหาได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วอย่างเร็วที่สุด นี่เป็นคดีฆาตกรรมที่มีการวางแผนมาล่วงหน้า นอกจากนั้น ผู้ต้องหามีความสามารถสูงในการหลบหนีการสืบสวน นี่จึงเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นนักโทษที่ทำผิดบ่อยครั้ง!
นี่ไม่ใช่คดีอาชญากรรมทั่วไปเพียงคดีหนึ่งแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดตั้งทีมสืบสวนคดีพิเศษขึ้นมาแล้ว
หลังตำรวจจากไป ฉินเยี่ยนเฉิงมองที่เสิ่นชิงซู กล่าวด้วยความเป็นห่วง “คุณเสิ่น ตอนนี้คุณรู้สึกว่าร่างกายเป็นยังไงบ้างครับ?”
เสิ่นชิงซูกับเฉียวซิงเจียสบตากันแวบหนึ่ง ตอบเสียงเรียบ “ฉันไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ”
“อาซูแค่ตกใจเลยหมดสติไปชั่วขณะน่ะค่ะ” เฉียวซิงเจียงดันฉินเยี่ยนเฉิงออกไปข้างนอก “คุณยังมีธุระใช่ไหม รีบไปเถอะ อาซูยังต้องการพักผ่อนค่ะ”
ฉินเยี่ยนเฉิงถูกเธอดันออกไปนอกประตู เมื่อหันหลัง “ปัง” เสียงดังขึ้นเมื่อประตูปิดลง
ในห้อง เฉียวซิงเจียแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เดินมาพูดเบา ๆ ทีข้างเตียง “ยังดีที่ตอนที่เธอหมดสติฉันอยู่ด้วย เธอไม่ต้องห่วง ฉันจับตาดูอยู่ตลอด พยาบาลฉันก็ไม่ให้เข้าไปยุ่ง เพราะฉะนั้นบันทึกการวินิจฉัยคราวนี้ของเธอก็แค่หมดสติไปเพราะได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจหนักเกินไป ฉินเยี่ยนเฉินไม่น่าจะสงสัย”
“เป็นไข้ได้ยังไงเนี่ย?” ฉินเยี่ยนเฉิงรีบเข้าไปตรวจดู ลูบใบหน้าน้อย ๆ ของฟู่ซืออวี่เบา ๆ “ไข้สูงอยู่ ไปแผนกกุมารแพทย์หรือยัง?”
“ไปมาแล้ว” ฟู่ซือเหยียนกล่าว “เกิดจากท้องอืด อาหารไม่ย่อย จ่ายยามาจำนวนหนึ่ง”
เมื่อได้ยิน ฉินเยี่ยนเฉิงก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “พวกนายให้เขากินอะไรเนี่ย ทำไมท้องอืดได้ล่ะ?”
ฟู่ซือเหยียนไม่พูดอะไร
ช่วงนี้คนที่รับผิดชอบเลี้ยงฟู่ซืออวี่คือหลินหลานอี๋ เขางานยุ่ง มีเวลาอยู่กับฟู่ซืออวี่น้อยมาก
“โจวอวี๋ชูไม่มีประสบการณ์ นายต้องระวังหน่อย อย่าให้เด็กต้องลำบากบ่อย ๆ ” ฉินเยี่ยนเฉิงลูบหัวฟู่ซืออวี่ไปมา อดทอดถอนใจไม่ได้ “ดูหน้าเล็ก ๆ นี่สิ หน้าแหลมแล้วเนี่ย ดูอย่างนี้แล้ว ยังไงเสิ่นชิงซูก็เลี้ยงดีกว่า!”
พูดจบ ก็ทำให้ฟู่ซือเหยียนมองด้วยแววตาคมกริบหนึ่งที
ฉินเยี่ยนเฉิงส่งเสียง “เชอะ” หนึ่งที วันนี้เขาไม่ไว้ให้เพื่อนแล้ว ต้องพูดอย่างเป็นธรรมสักหน่อยให้ได้
“ฉันจะพูดซะอย่าง! นายมันสู้เวินจิ่งซีไม่ได้จริง ๆ ! คนหนุ่มเจอเรื่องก็เข้าสู้จริง ๆ! นั่นมันลูกกระสุนเลยนะ เขาใช้ตัวเองรับกระสุนแทนเสิ่นชิงซู! ลูกผู้ชายตัวจริง ! ฉันยังต้องยอมซูฮก!”
“กระสุนอะไร?” ฟู่ซือเหยียนขมวดคิ้วทันที ลูกตาดำ ๆ จ้องเขม็งที่ฉินเยี่ยนเฉิง “นายพูดให้มันรู้เรื่องซิ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...