“ฉันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของอาซู ตอนนี้ยิ่งเป็นพ่อบุญธรรมของเธอ ในฐานะผู้ใหญ่ ทำไมฉันถึงไม่เหมาะสมล่ะ?”
“ระหว่างผมกับเสิ่นชิงซูเข้าใจผิดกันนิดหน่อยครับ” สีหน้าของฟู่ซือเหยียนยังคงเดิม “ผมเข้าใจว่าอาจารย์เจี่ยงรักและเอ็นดูเสิ่นชิงซู แต่เรื่องนี้ ยังไงผมกับเสิ่นชิงซูจัดการกันเองส่วนตัวก็พอแล้วครับ”
เจี่ยงเหวินจิ่นขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าเคร่งขรึมลงสองสามส่วน “ทนายฟู่ ฉันได้ยินเหตุผลที่พวกนายหย่ากันแล้ว คำบางคำ ที่ฉันไม่พูด เพราะรักษาหน้าให้นาย แต่ความจริงนายคือคนที่ไม่ซื่อสัตย์กับการแต่งงานก่อน เดิมทีนายก็เป็นฝ่ายผิด อาซูผิดหวังกับการแต่งงานของพวกนายในครั้งนี้มาก ๆ ถ้านายยังมีมโนธรรมอยู่บ้าง ก็รีบจัดการหย่า แล้วปล่อยอาซูไปซะ”
“อาจารย์เจี่ยงครับ เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของผม ผมไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายกับคุณ”
นัยน์ตาดำขลับของฟู่ซือเหยียนเคร่งขรึม น้ำเสียงยิ่งเผยความแข็งแกร่งออกมาอีกหลายส่วน
“สิ่งที่พวกคุณได้ยินและได้เห็น อาจจะไม่ใช่ความจริงเสมอไป สำหรับผม ผมกับเสิ่นชิงซูยังไม่ถึงขั้นต้องหย่ากัน เดิมทีการแต่งงานของเราต่างฝ่ายต่างก็ได้รับผลประโยชน์อยู่แล้ว พูดไม่ได้ว่าใครทำผิดต่อใคร”
“นายใกล้จะจัดงานแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว นายยังให้อาซูเลี้ยงลูกของนายกับผู้หญิงคนนั้นตั้งห้าปี! นาย...”
ยิ่งพูดเจี่ยงเหวินจิ่นก็ยิ่งรู้สึกไร้สาระ โดยเฉพาะเป็นฟู่ซือเหยียนที่หน้าหนาไร้ยางอายแบบนี้ ท่าทีที่ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด ยิ่งทำให้เขาเกรี้ยวกราดสุดจะทน!
“ฟู่ซือเหยียน ฉันรู้ว่านายมีอำนาจมีอิทธิพล แถมยังเป็นมือหนึ่งด้านการเมืองและกฎหมายอีก แต่เป็นคนต้องมีจิตสำนึก เธออาศัยอำนาจรังแกคนอื่น ช้าเร็วก็ต้องได้รับผลกรรม”
ฟู่ซือเหยียนมองเจี่ยงเหวินจิ่นที่ถูกยั่วโมโหไม่เบา ได้แต่หัวเราะชืด ๆ “อาจารย์เจี่ยงอย่าโมโหไปเลยครับ คุณเป็นผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องถือสาคนรุ่นหลังอย่างผม คำพูดของอาจารย์เจี่ยงในวันนี้ ผมจะคิดทบทวนอย่างดีครับ”
เจี่ยงเหวินจิ่นแค่นเสียงฮึทีหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปทั้งเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ
ฟู่ซือเหยียนบอกว่าจะคิดทบทวนอย่างดี แต่ท่าทีนั่นของเขาไม่เหมือนจะคิดทบทวนอย่างดีเลยแม้แต่น้อย!
ออกมาจากสนามบิน เจี่ยงเหวินจิ่นก็เดินไปที่ลานจอดรถ หลังหารถของตัวเองเจอ ก็เปิดประตูด้านคนขับแล้วขึ้นไปบนรถ
ไป๋เจี้ยนเหวินเห็นสีหน้าเขาไม่ค่อยดีนัก ในใจรู้ดีว่าคงเป็นเพราะการพูดคุยกับฟู่ซือเหยียนไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่
ต่อหน้าเสิ่นชิงซู ไป๋เจี้ยนเหวินทำเป็นว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
หลังกลับถึงบ้าน ไป๋เจี้ยนเหวินให้แม่บ้านทำบะหมี่ให้เสิ่นชิงซู และตักซุปไก่ออกมาให้เสิ่นชิงซูกินก่อน
ขณะเสิ่นชิงซูกินซุปไก่ ไป๋เจี้ยนเหวินก็ลากเจี่ยงเหวินจิ่นไปที่ห้องนอนเงียบ ๆ
“ที่สนามบินคุณคุยกับฟู่ซือเหยียนแล้วใช่ไหม?”
วันต่อมา สถานที่ถ่ายทำ
เนื่องจากวิดีโอโพรโมตที่กรมศิลปากรต้องการใช้
ในด้านภาพลักษณ์ก็ยังต้องแต่งตัวสักหน่อย
เสิ่นชิงซูเปลี่ยนไปใส่กี่เพ้าผ้าแพรสีครีมอ่อนที่ทีมงานรายการจัดเอาไว้ให้ ผมยาวสีดำขลับใช้ปิ่นปักผมม้วนเก็บ เผยลำคอระหงออกมา ขาวเนียนงดงาม
ช่างแต่งหน้าแต่งหน้าอ่อน ๆ ให้เธอ
เมื่อเธอเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ทุกคนก็มองจนอึ้งไปตาม ๆ กัน
นอกกล้อง สายตาของฟู่ซือเหยียนที่กำลังพูดคุยแลกเปลี่ยนกับอาจารย์ถูชะงักไป
หลังจากนั้น เขาก็หรี่ตาลง
เขารู้ถึงความสวยของเสิ่นชิงซูอย่างชัดเจนมาโดยตลอด ทว่าห้าปีก่อน เธอแต่งตัวเรียบง่ายไม่ฉูดฉาดมาตลอด แต่งตัวอย่างประณีตแบบนี้ ฟู่ซือเหยียนเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...