“เอ๋?” หนีอวี่เถียนอึ้งอีกครั้ง “แม่แท้ ๆ…ของซืออวี่เหรอคะ?"
การตอบสนองนี้ของหนีอวี่เถียนได้ให้คำตอบเสิ่นชิงซูแล้ว
เสิ่นชิงซูยกยิ้มเล็กน้อย “แม่แท้ ๆ ของซืออวี่เป็นอีกคนหนึ่งค่ะ ฉันเป็นแม่เลี้ยงของซืออวี่ แต่ก็เป็นแค่อดีตแม่เลี้ยง ตอนนี้เราไม่เกี่ยวข้องกันแล้วละ”
หนีอวี่เถียนมองเสิ่นชิงซูอย่างอึ้งงัน
ราวกับว่าปริมาณข้อมูลเยอะเกินไป เธอจึงค่อนข้างไม่สามารถเข้าใจได้ในทันที
เสิ่นชิงซูไม่พูดอะไรอีก หมุนตัวเดินออกจากคฤหาสน์โดยตรง
นอกประตูใหญ่คฤหาสน์ แลนด์โรเวอร์สีขาวจอดเทียบอยู่
เมื่อเห็นเสิ่นชิงซูออกมา เวินจิ่งซีรีบลงจากรถ เปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับให้เธอ
เสิ่นชิงซูยิ้มให้เขา แล้วโน้มตัวขึ้นรถ
เวินจิ่งซีปิดประตู เดินอ้อมหน้ารถไปขึ้นรถ
ห้องทำงานชั้นสอง ฟู่ซือเหยียนยืนด้านหน้าหน้าต่างจรดพื้น หลุบตามองเงารถสีขาวที่ขับไกลออกไปเรื่อย ๆ
แผ่นหลังชายหนุ่มเหยียดตรง ข้างกายเขาคือภาพวาดคนด้วยหมึกจีนที่เสิ่นชิงซูวาดเพิ่มเติมในภายหลังจนเสร็จ
รอจนไม่เห็นเงารถแล้ว เขาถึงค่อยหยิบมือถือออกมาโทรหาเส้าชิง
“ตรวจสอบทุกโรงพยาบาลในเมืองเป่ยหน่อย ดูว่าระยะนี้มีบันทึกเข้ารับการรักษาของเสิ่นชิงซูหรือเปล่า”
……
ในสามวันต่อมา เสิ่นชิงซูล้วนมาที่คฤหาสน์หนานซีทุกวัน
หนีอวี่เถียนมีท่าทีในการทำงานที่จริงจังมาก ซ้ำยังเรียนรู้ได้ดีมากด้วย
เสิ่นชิงซูรู้สึกว่าสอนหนีอวี่เถียนไม่ต้องถึงหนึ่งสัปดาห์ด้วยซ้ำ
ที่จริงแค่สามวันก็เพียงพอแล้ว
เมื่อถึงวันที่สี่ เสิ่นชิงซูก็ไม่ได้ไปที่คฤหาสน์หนานซีอีก
จากนั้น เธอยิ้มพลางลูบศีรษะของฟู่ซืออวี่เบา ๆ
“ถึงครูจะไม่เข้าใจแม่เสี่ยวชูของเธอ แต่ครูคิดว่าเป็นเด็กสำคัญที่สุดคือความซื่อสัตย์ ถ้าเธอต้องการแม่ เธอก็ต้องแสดงออกอย่างกล้าหาญ ไม่จำเป็นต้องพยายามทำอะไรขัดกับใจตัวเองเพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่าย ที่จริงวิธีแบบนี้ไม่ค่อยดีหรอก มันอาจทำร้ายคนที่เธอใส่ใจได้ และอาจทำให้คนที่เธอใส่ใจห่างเหินไปจากเธอเรื่อย ๆ นะจ๊ะ!”
ฟู่ซืออวี่มองหนีอวี่เถียนอย่างตะลึง “เป็นแบบนี้เหรอครับ?”
“ใช่จ้ะ” หนีอวี่เถียนยิ้มพลางพูด “เพราะงั้น หลายวันนี้ที่เธอติดครูแจไม่สนใจแม่ เพราะกำลังหยั่งเชิงแม่อยู่เหรอจ๊ะ?”
ฟู่ซืออวี่พยักหน้า
หนีอวี่เถียนยิ้มอย่างจนใจ “ครูยังนึกว่าเธอชอบครูเถียนเถียนมากขนาดนั้นจริง ๆ ซะอีก”
“ก็ชอบครูเถียนเถียนด้วยครับ” ฟู่ซืออวี่พูดแล้วถอนหายใจอีก “แต่ครูกับแม่ไม่เหมือนกันนี่นา ผมรักแม่ สำหรับผมแล้ว ไม่มีใครแทนที่แม่ได้”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นเธอเจอแม่คราวหน้า ก็อย่าจงใจเมินเธออีกเลย” หนีอวี่เถียนลูบหัวฟู่ซืออวี่เบา ๆ พร้อมพูดให้กำลังใจ “เราต้องเป็นเด็กดีที่กล้าหาญและซื่อสัตย์นะจ๊ะ!”
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
ภายใต้การชี้แนะของหนีอวี่เถียน ฟู่ซืออวี่อารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว เขาโทรหาฟู่ซือเหยียน ให้เขาช่วยถามแม่หน่อยว่าจะมาเมื่อไร?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...