ทั้งลมและหิมะโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ที่ปัดน้ำฝนทำงานอย่างบ้าคลั่ง เฉียวซิงเจียจึงขับรถช้ามาก
ในรถเปิดฮีตเตอร์ไว้อย่างเต็มที่ พร้อมกับมีเสียงดนตรีเบา ๆ ดังคลออยู่
เสิ่นชิงซูพิงพนักเก้าอี้หลับตาลง ทั้งร่างของเธอดูสงบนิ่ง
เฉียวซิงเจียเหลือบมองเธอเป็นครั้งคราว
แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์หนานซี แต่เธอก็สัมผัสได้ว่าครั้งนี้เสิ่นชิงซูคงเจ็บปวดรุนแรง
ปิ๊นๆ......
ทันใดนั้นก็มีเสียงแตรดังขึ้นจากด้านหลัง
เฉียวซิงเจียเหลือบมองกระจกหลัง
รถเมย์บัคสีดำคันหนึ่งกำลังขับไล่ตามรถของพวกเธอมา...
“รถข้างหลังนั่นของฟู่ซือเหยียนหรือเปล่า?”
เสิ่นชิงซูค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองไปที่กระจกหลังแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “เขานั่นแหละ”
“เขากำลังตบไฟสูงใส่ฉัน!” เฉียวซิงเจียเร่งความเร็วขึ้น “เดี๋ยวนะ เขาจะไล่ตามมาทำไมเนี่ย?!”
“ไม่ต้องไปสนใจเขา”
“ก็ไม่อยากจะสนใจอยู่แล้ว!”
เฉียวซิงเจียตั้งสมาธิอย่างเต็มที่แล้วเริ่มเร่งความเร็ว “นั่งดี ๆ นะ! ฉันจะเหยียบแล้ว!”
แต่เพราะลมและหิมะแรงเกินไป ความเร็วหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงก็เป็นขีดสุดของฝีมือการขับรถของเฉียวซิงเจียแล้ว...
ในไม่ช้า รถเมย์บัคก็แซงพวกเธอไป
ท่ามกลางเสียงสบถด่าของเฉียวซิงเจีย ทันใดนั้นรถเมย์บัคก็ปาดหน้าเข้ามา!
เฉียวซิงเจียเบิกตากว้าง รีบเหยียบเบรกอย่างแรง...
เสิ่นชิงซูถูกแรงเหวี่ยงจนตัวพุ่งไปข้างหน้า โชคดีที่คาดเข็มขัดนิรภัยไว้จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ
เฉียวซิงเจียได้สติกลับคืนมา หันไปมองเสิ่นชิงซู “อาซู เธอเป็นยังไงบ้าง? ไม่เป็นไรนะ?”
“ฉันไม่เป็นไร” เสิ่นชิงซูส่ายหน้า “แล้วเธอล่ะ?”
“ฉันน่ะเหรอ ตอนนี้ฉันอยากจะด่าโคตรเหง้าศักราชของฟู่ซือเหยียนจริง ๆ! ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ จะไปเจาะ...”
คำว่า ‘ยาง’ เฉียวซิงเจียยังไม่ทันได้พูดออกมา
เพราะทันทีที่เธอหันไปก็เห็นฟู่ซือเหยียนตัวเป็น ๆ ยืนอยู่หน้ารถของเธอ
ที่ปัดน้ำฝนทำงานอย่างบ้าคลั่ง แต่กระจกหน้ารถก็ไม่อาจบดบังรัศมีของชายผู้นี้ในตอนนี้ได้
เสิ่นชิงซูยืนอยู่ข้างรถ ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว
ท้องฟ้ามืดครึ้มกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย ทั้งลมและหิมะก็มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น
อากาศแบบนี้จริง ๆ แล้วไม่เหมาะที่จะยืนคุยกันข้างนอกเลย
แต่เสิ่นชิงซูรู้ดีว่า ในเมื่อฟู่ซือเหยียนไล่ตามมาแล้ว เขาก็คงไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ
“ฟู่ซือเหยียน ถ้าคุณไล่ตามมาเพื่อจะเกลี้ยกล่อมให้ฉันกลับไปดูแลซืออวี่ล่ะก็ ตอนนี้ฉันขอบอกคุณให้ชัดเจนเลยว่า ฉันขอปฏิเสธ”
ฟู่ซือเหยียนมองเธอ เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ซืออวี่ก็แค่เด็กที่ไม่รู้ความ ที่เขาพูดไปทั้งหมดนั่นก็เป็นเพราะกำลังโมโห”
“ไม่ใช่คำพูดตอนโมโหค่ะ แต่เป็นความจริง เป็นคุณที่บอกเขาเอง ว่าฉันไม่ใช่แม่ของเขา”
ฟู่ซือเหยียนชะงักไป
“ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะสำคัญสำหรับซืออวี่ขนาดนั้น”
เสิ่นชิงซูมองเขา เสียงของเธอเลือนหายไปกับลมและหิมะ “ซืออวี่ก็แค่คุ้นเคยกับการพึ่งพาฉันมาตลอดห้าปี พอฉันจากไปอย่างกะทันหัน การที่เขาจะมีอาการเหมือนคนลงแดงมันก็เป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวผ่านไปสักพักก็ดีขึ้นเองค่ะ”
ริมฝีปากบางของฟู่ซือเหยียนเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง
ลมและหิมะยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่ระหว่างพวกเขาสองคนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว แต่ฟู่ซือเหยียนกลับรู้สึกว่าเขากำลังจะมองเห็นเสิ่นชิงซูไม่ชัดเจนอีกต่อไปแล้ว
“หมายความว่าคุณตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับซืออวี่งั้นเหรอ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...