เวินจิ่งซีชะงักไป จู่ ๆ ก็รู้สึกสงสัยในสายตาของพี่ชายผู้แสนมั่นใจคนนี้ขึ้นมา “สายตาของคุณชายกู้ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้วครับ”
กู้จิ้นเชินรีบหยิบแจกันที่เขาเพิ่งได้มาออกมาอวดอย่างใจร้อน
“พระพุทธรูปแกะสลักกระเบื้องเคลือบชิ้นนี้เป็นของล้ำค่าชิ้นใหญ่จากปลายยุคหยวนซ่งเลยนะ!”
พระพุทธรูปแกะสลักกระเบื้องเคลือบ?
เสิ่นชิงซูกับเวินจิ่งซีสบตากันแวบหนึ่ง จากนั้นสายตาของทั้งสองก็หันไปจับจ้องที่พระพุทธรูปแกะสลักกระเบื้องเคลือบในมือของกู้จิ้นเชินพร้อมกัน…
จากนั้น ทั้งสองคนก็เงียบไป
ไม่กี่วินาทีต่อมา เวินจิ่งซีกับเสิ่นชิงซูก็หันมาสบตากันอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออก
พวกเขาสองคนเห็นคำสองคำในแววตาของกันและกัน : คนโง่!
ครู่ต่อมา เวินจิ่งซีก็หันไปมองกู้จิ้นเชิน “คุณชายกู้ครับ ขออนุญาตถามหน่อยนะครับว่าของล้ำค่าชิ้นนี้ของคุณได้มาในราคาเท่าไหร่?”
“เก้าล้าน!”
เวินจิ่งซีเบิกตากว้าง “เท่าไหร่นะ?!”
“เก้าล้านไง!” กู้จิ้นเชินกล่าวอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม “ตอนแรกเจ้าของร้านเปิดราคามาสิบสองล้านห้าแสน แต่ฉันว่าเลขมันไม่ค่อยดี เลยต่อลงมาเหลือเก้าล้าน ของเก่ามันก็ต้องเอาฤกษ์เอาชัยกันหน่อย!”
เวินจิ่งซี “...ใช่ครับ เป็นมงคลมากจริงๆ”
เสิ่นชิงซู “...”
เพราะกลัวว่าถ้าฟังต่อไปอาจจะช้ำในตายได้ เวินจิ่งซีจึงรีบกล่าวลาลวก ๆ แล้วลากแขนเสิ่นชิงซูเผ่นหนีไป
เมื่อกลับมาถึงรถ เวินจิ่งซีก็ฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยแล้วหัวเราะจนน้ำตาเล็ด
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ สิบสองล้านห้าแสน... ผมสงสัยจริง ๆ เลยว่าเจ้าของร้านนั่นกำลังด่ากระทบเขาหรือเปล่า... ฮ่า ๆ ๆ ๆ ไม่ไหวแล้ว ขำจนจะอ้วกอยู่แล้ว...”
เวินจิ่งซีสูดหายใจเข้าลึก ๆ กลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ คว้าน้ำแร่จากคอนโซลกลางมาเปิดแล้วดื่มอึกใหญ่
“เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย” เวินจิ่งซีสูดหายใจเข้าปอด ที่หางตายังคงมีน้ำตาที่เกิดจากการหัวเราะค้างอยู่ “ถ้าตระกูลกู้ต้องตกไปอยู่ในมือของคนแบบนี้ล่ะก็ อีกไม่นานก็คงถึงคราวล่มสลายแล้ว”
หรือว่า เธออยากจะลองเสี่ยงดู... ยังไงซะก็แค่ห้าหมื่นแลกกับเงินหลายสิบล้าน!
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การที่สามารถเลือกชามหยกเคลือบใบนี้ออกมาจากกองของเก่าจริงบ้างปลอมบ้างได้ในแวบเดียว ความสามารถของเธอไม่ใช่สิ่งที่สามารถดูแคลนได้เลย!
ตลอดห้าวันต่อจากนั้น เสิ่นชิงซูก็ทุ่มเททั้งกายและใจให้กับงานบูรณะพระพุทธรูป
เวินจิ่งซีอาศัยข้ออ้างเรื่องการควบคุมดูแล มาขลุกอยู่ที่สตูดิโอตั้งแต่เช้าจรดค่ำกับเธอทุกวัน
แม้แต่อาหารสามมื้อก็เป็นเวินจิ่งซีที่สั่งมาให้ เพราะเวลาที่เสิ่นชิงซูทุ่มเทให้กับงาน เธอจะตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
ในช่วงเวลาห้าวัน เวินจิ่งซีได้เห็นความสามารถทางวิชาชีพของเสิ่นชิงซูด้วยตาตัวเอง ประกอบกับทัศนคติที่จริงจังอย่างยิ่งต่องานบูรณะในที่สุดเวินจิ่งซีก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมอาจารย์ถึงต้องการตัวเสิ่นชิงซูให้ได้
ในวันที่หก งานบูรณะก็เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการเก็บรายละเอียด
เสิ่นชิงซูเพิ่งจะกินอาหารกลางวันเสร็จ เธอลุกขึ้นเตรียมจะเข้าไปในห้องบูรณะแต่ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากนอกสตูดิโอ…
“แม่ครับ! แม่ครับ ผมมาหาแม่แล้ว!” ฟู่ซืออวี่ทุบประตูกระจกของสตูดิโอพลางตะโกนสุดเสียงไม่หยุด “แม่ครับ ผมคิดถึงแม่ แม่รีบเปิดประตูเร็วเข้าสิครับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...