ทางตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าพบเห็นโทรศัพท์มือถือและรองเท้าคู่หนึ่งที่ริมแม่น้ำ
เมื่อเสิ่นชิงซูและเฉียวซิงเจียไปถึงสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด
เจ้าหน้าที่หญิงวัยรุ่นยื่นโทรศัพท์มือถือและรองเท้าซึ่งบรรจุอยู่ในถุงซีลให้เสิ่นชิงซู พร้อมกับแจ้งให้เธอช่วยยืนยันวัตถุ
โทรศัพท์มือถือเป็นของเจียงเยว่หลาน
รองเท้าคู่นั้น…ก็เป็นรองเท้าที่เสิ่นชิงซูเพิ่งซื้อให้เธอตอนไปชอปปิงด้วยกันเมื่อไม่กี่วันก่อน
เสิ่นชิงซูจำได้ แต่เธอกลับส่ายหัว
“นี่ไม่ใช่ของแม่ฉัน นี่ไม่ใช่…”
“อาซู เธออย่าทำแบบนี้สิ” เฉียวซิงเจียกลั้นน้ำตาไว้และพยายามปลอบเธอ “พวกเราต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนะ ไม่แน่คุณน้าอาจจะไปที่อื่นต่อก็ได้ว่าไหม?”
เสิ่นชิงซูจ้องโทรศัพท์มือถือและรองเท้าตรงหน้าเธอ ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงอย่างสิ้นหวัง “ใช่ค่ะเป็นของแม่ฉันเอง”
เจ้าหน้าที่หญิงพูดปลอบเบา ๆ “รับทราบค่ะ ใจเย็นก่อนนะคะ ทางเรากำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด หากมีความคืบหน้าจะรีบแจ้งพวกคุณทันทีค่ะ”
เสิ่นชิงซูพยักหน้า มือที่กุมกันอยู่นั้นบีบแน่นจนซีดขาว
......
บริเวณริมแม่น้ำมีกล้องวงจรปิดถูกติดตั้งไว้หลายจุด ตำรวจใช้ภาพจากที่ได้จากกล้องวงจรปิด ยืนยันว่าเจียงเยว่หลานกระโดดลงน้ำในเวลาหนึ่งทุ่มสิบเก้านาที
ในภาพแสดงชัดเจนว่า ก่อนที่เจียงเยว่หลานจะตัดสินใจกระโดดลงน้ำ เธอยืนอยู่ริมแม่น้ำนานกว่าหนึ่งชั่วโมง
ท้องฟ้ามืดแล้ว ภาพจากกล้องวงจรปิดในเวลานี้จับสีหน้าของเจียงเยว่หลานได้ไม่ชัด
เสิ่นชิงซูมองเจียงเยว่หลานในกล้องวงจรปิด
เธอกำลังพยายามคิดว่า ภายในหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ นั้น แม่กำลังคิดอะไรอยู่?
แต่ไม่มีใครให้คำตอบกับเธอได้
เธอถามตัวเองอีกครั้ง ว่าตอนที่แม่เดินวนไปเวียนมาอยู่ตรงริมแม่น้ำ ตัวเธอเองในตอนนั้นกำลังทำอะไรอยู่?
เธอกำลังดูตั๋วเครื่องบิน กำลังวางแผนทริปเที่ยว
เธอตั้งใจว่าหลังผ่าตัดเสร็จช่วงปีใหม่จะพาแม่ไปเที่ยวที่ซานย่าพักผ่อนให้สบายใจ
แต่ยังไม่ทันได้จองตั๋ว เธอก็ได้รับสายเข้าจากน้าฉินเสียก่อน
เสิ่นชิงซูมองภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นเจียงเยว่หลานปีนข้ามรั้ว กางแขนสองข้างออกแล้วจากนั้นก็กระโดดทิ้งตัวลงไปในแม่น้ำ…
ตามขั้นตอนของการทำคดี แม้ทักคนจะรู้ดีกว่าอัตราการรอดชีวิตจากการกระโดดน้ำในสภาพอากาศเลวร้ายแบบนี้แทบเป็นศูนย์ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังต้องดำเนินการค้นหาตามหน้าที่
เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลคดีในครั้งนี้ได้ ‘สร้างภูมิ’ เสิ่นชิงซูเอาไว้ก่อนว่า แม่น้ำสายนี้ไหลออกสู่ทะเล หากยังไม่พบในสามวันแรก โอกาสที่คนจะถูกกระแสน้ำพัดลอยออกไปสู่ทะเลจึงมีสูงมาก
หรือพูดอีกนัยหนึ่ง ช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการค้นหาผู้สูญหายอยู่ที่สามวันแรกนี่แหละ
แม้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้คำว่า ‘ค้นหาผู้สูญหาย’ แต่ทุกคนก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าเจียงเยว่หลานไม่มีทางกลับมาแล้ว
กระทั่งออกมาจากสถานีตำรวจ เสิ่นชิงซูยังคงเงียบสนิทเหมือนเดิม
เธอกอดโทรศัพท์มือถือและรองเท้าที่แม่ของเธอทิ้งไว้ตรงริมแม่น้ำไว้แน่นในอ้อมแขน ก้าวเท้าไปทีละก้าว เดินตรงไปข้างหน้าราวกับหุ่นเชิด
เฉียวซิงเจียประคองเธอเดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่ข้างทาง
รถเมย์บัคสีดำสนิทขับตรงเข้ามาทางพวกเธอ ก่อนจะจอดข้างทาง
ประตูรถถูกเปิดออก ฟู่ซือเหยียนและฉินเยี่ยนเฉิงลงมาจากรถ
พอเห็นฟู่ซือเหยียน เฉียวซิงเจียก็ขมวดคิ้ว ปาดน้ำตาบนใบหน้าออก และหันไปตำหนิฉินเยี่ยนเฉิงทันที “หมอฉิน คุณพาเขามาด้วยทำไม?”
ฉินเยี่ยนเฉิงในฐานะคนที่เพิ่งรู้ความจริง อยากจะช่วยพูดแทนฟู่ซือเหยียนสักประโยค แค่เมื่อเห็นสายตาโกรธกรุ่นของเฉียวซิงเจียแล้ว เขาก็ปิดปากทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...