เสิ่นชิงซูไม่มองฟู่ซือเหยียนอีก เธอหมุนตัวเดินโซซัดโซเซไปข้างหน้า
“อาซู!”
เฉียวซิงเจียตามเธอไป แล้วประคองเธอขึ้นรถ
ขนตาฟู่ซือเหยียนสั่นระรัว ขายาว ๆ เพิ่งจะสาวออกไปเพียงก้าวเดียว ฉินเยี่ยนเฉิงทนดูต่อไม่ไหว จึงรุดหน้าไปขวางเขาเอาไว้
“ซือเหยียน ช่างเถอะ คนที่เธอต้องการในตอนนี้ไม่ใช่นาย”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของฟู่ซือเหยียนก็เคร่งขรึมขึ้น
ฉินเยี่ยนเฉิงเห็นท่าทีนี้ของเขา ก็อารมณ์เสียที่ไม่ได้ดั่งใจเล็กน้อย “แต่นายก็พูดไม่เป็นเกินไปแล้ว ไปที่นั่นก็ไปทำเป็นว่ามีตัวตน น่าโมโหจริง ๆ!”
ฟู่ซือเหยียนชำเลืองมองเขาทีหนึ่ง สีหน้าเคร่งขรึมจนน่ากลัว ไม่ส่งเสียงอะไรออกมาทั้งนั้น
ฉินเยี่ยนเฉิงทอดถอนใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไร้เหตุผล
“ฉันไม่ได้ว่านายนะ เรื่องที่นายกับเสิ่นชิงซูแอบแต่งงานกันกับฉันก็ยังปิดบัง! ตอนนี้พอฉันนึกถึงคำพูดพวกนั้นที่ฉันพูดที่บาร์ครั้งก่อน ฉันมันไม่รู้สถานการณ์เลยจริง ๆ มิน่าล่ะตอนนั้นหมอเฉียวถึงใช้สายตาพรรค์นั้นมองฉัน ฟู่ซือเหยียน นายทำให้ฉันตาย...”
ตอนนี้ฟู่ซือเหยียนไม่มีกะจิตกะใจจะมาฟังฉินเยี่ยนเฉิงบ่น เขาล้วงโทรศัพท์ออกมา ต่อสายไปยังหมายเลขหนึ่ง “เรียกทีมค้นหาและกู้ภัยให้ฉันทีมหนึ่ง ค่าใช้จ่ายไม่ใช่ปัญหา...”
...
การค้นหาและกู้ภัยสามวัน เสิ่นชิงซูไม่ได้รออยู่ริมแม่น้ำ ทว่ารออยู่ในสถานีตำรวจ
เฉียวซิงเจียลาพักร้อนกับทางโรงพยาบาล มาอยู่เฝ้าเสิ่นชิงซูทุกวัน
จนกระทั่งวันส่งท้ายปีเก่าวันนี้ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีนี้บอกกับเสิ่นชิงซูว่า ยุติการค้นหาและกู้ภัยแล้ว พร้อมแสดงความเสียใจกับเธอ
เสิ่นชิงซูไม่พูดอะไร หลังออกมาจากสถานีตำรวจเธอก็บอกว่าจะไปซูเปอร์มาเก็ต
เฉียวซิงเจียรู้ว่าเธออารมณ์ไม่ดี ตั้งแต่เจียงเยว่หลานเกิดเรื่อง เธอก็กดความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ในใจ
แบบนี้ทำให้ไม่สบายใจยิ่งกว่าโวยวายใหญ่โตเสียอีก
แต่เฉียวซิงเจียจนปัญญา
เสิ่นชิงซูปิดหัวใจของตัวเอง เงียบจนราวกับหุ่นกระบอกไร้ซึ่งอารมณ์ตัวหนึ่ง
ขณะช็อปปิงในซูเปอร์มาเก็ต สิ่งที่เสิ่นชิงซูเลือกล้วนเป็นอาหารที่เจียงเยว่หลานชอบกิน
เฉียวซิงเจียมองอยู่ข้าง ๆ จมูกคันยุบยิบจนไม่ไหว
ซื้อของเสร็จกลับมาถึงบ้าน เสิ่นชิงซูก็เข้าไปง่วนอยู่ในห้องครัว
เฉียวซิงเจียกลัวว่าเธอเหม่อลอยแล้วจะเกิดสิ่งไม่คาดฝันอะไรขึ้น จึงคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ช่วยเป็นลูกมือให้เธอ
ภายใต้ม่านราตรีที่ค่อย ๆ เคลื่อนลงมา แสงไฟมากมายก็สว่างไสวขึ้นมา
ท้ายที่สุดเสิ่นชิงซูก็ทำอาหารค่ำส่งท้ายปีเก่าโต๊ะหนึ่งเสร็จ
เธอหยิบถ้วยและตะเกียบสามชุดมาจัดวางไว้อย่างดี แล้วเรียกเฉียวซิงเจียมานั่ง
เฉียวซิงเจียนั่งลง มองอาหารที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวันปีใหม่ สีสันสวยงามรสชาติถูกปากเต็มโต๊ะ ทว่าไร้ซึ่งความอยากอาหารใด ๆ
เสิ่นชิงซูคีบเนื้อปลาสองสามชิ้นใส่ในถ้วยว่างข้าง ๆ ตน แล้วตักน้ำซุปอีกถ้วยไปวางไว้ตำแหน่งข้าง ๆ
เฉียวซิงเจียมองไปจมูกก็ยิ่งคันยุบยิบขึ้นเรื่อย ๆ เดิมทีก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่อยู่แล้ว
เธอพูดขึ้น “อาซู เธออย่าทำแบบนี้สิ เธอร้องไห้ออกมาเถอะ ถ้าน้าเห็นว่าเธอเป็นแบบนี้ เขาจะเสียใจเอานะ...”
“ฉลองปีใหม่ทั้งทีจะร้องไห้ได้ยังไง?”
เสิ่นชิงซูเงยหน้ามองเฉียวซิงเจีย ริมฝีปากซีดเผือดกระตุกรอยยิ้มขึ้น แล้วยิ้มพลางเอ่ยว่า “ฉันไม่เป็นไร รีบกินข้าวเถอะ”
เธอคีบหมูสับปั้นก้อนชิ้นหนึ่งใส่ไปในถ้วยของเฉียวซิงเจีย “หมูสับปั้นก้อนนี่เป็นของที่เธอชอบกินที่สุด ฉันตั้งใจทำให้เธอโดยเฉพาะ เธอจะได้ไม่บอกว่าฉันรู้จักแต่ทำของที่แม่ฉันชอบกิน”
เฉียวซิงเจียมองหมูสับปั้นก้อนในถ้วย น้ำตายิ่งไหลออกมามากขึ้น
เสิ่นชิงซูขมวดคิ้ว เหลือบมองเธออย่างไม่พอใจทีหนึ่ง “เธอร้องไห้อีกสิ ฉันจะไล่เธอออกไปเลยเธอเชื่อไหม?”
เธอพูดพลางคีบอาหารที่เจียงเยว่หลานชอบกินไปใส่ในถ้วยใบนั้นอีกเล็กน้อย
เฉียวซิงเจียเห็นการกระทำของเธอ ก็ออกแรงเม้มปากไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ ออกมาอีก ทว่าน้ำตาหยุดไหลออกมาไม่ได้อยู่แล้ว
เสิ่นชิงซูไม่สนเธออีก เอาแต่ก้มหน้าก้มตาสนใจแต่กินอาหาร
อาหารค่ำส่งท้ายปีเก่ามื้อนี้ กินอย่างเงียบเชียบและกดดัน
เฉียวซิงเจียกินข้าวคลุกน้ำตา น้ำตาที่กินเข้าไปเยอะกว่าข้าวเสียอีก
เสิ่นชิงซูกินอาหารไปไม่น้อย
ทว่าตอนเก็บอุปกรณ์ทานอาหาร เธอใช้มือปิดปากแล้วพุ่งเข้าไปในห้องน้ำ อาเจียนออกมาทั้งหมด
เฉียวซิงเจียร้อนใจจะแย่ แต่เสิ่นชิงซูกลับยิ้มชืด ๆ พร้อมบอกว่าตัวเองง่วงแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...