“ซืออวี่!”
ฟู่ซือเหยียนเดินเข้ามา มองฟู่ซืออวี่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ท่าทีของลูกไม่ถูกต้อง ขอโทษซะ”
“ผมไม่ได้พูดผิดสักหน่อย!” ฟู่ซืออวี่ไม่ยอม “แม่เสี่ยวชูถึงขั้นได้รับบาดเจ็บแล้ว ตัวแม่อารมณ์ไม่ดีมาระบายอารมณ์กับแม่เสี่ยวชูมันไม่ถูกต้องอยู่แล้ว!”
สีหน้าของฟู่ซือเหยียนพลันขึงขังขึ้นในทันใด “ฟู่ซืออวี่ ขอโทษ”
ฟู่ซืออวี่เบะปาก เขากลัวฟู่ซือเหยียน ต่อให้ไม่ยอมอีกแต่ไหนก็ไม่กล้าพูดมากอีก
แต่จะให้ขอโทษ เขาก็ไม่เอา!
โจวอวี๋ชูลุกขึ้นยืน แล้วเดินกะเผลกไปข้างฟู่ซืออวี่ ลูบใบหน้าของเขาพร้อมพูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ซืออวี่ ลูกพูดผิดแล้ว รีบขอโทษแม่ชิงซูของลูกเร็วเข้า”
ฟู่ซืออวี่เอาแต่ก้มหน้าไม่พูด
เสิ่นชิงซูมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา
นับตั้งแต่วินาทีที่ฟู่ซืออวี่ก้าวออกมาพูดแทนโจวอวี๋ชู เธอก็ผิดหวังในตัวฟู่ซืออวี่
ผิดหวังจนถึงขั้นที่ว่าจะโกรธก็รู้สึกเกินความจำเป็น
สิ่งที่เธอพะว้าพะวังอยู่ในใจคือฤกษ์ดีที่เจ้าอาวาสวัดภูเขาหมิงหยวนดูให้แม่
เสิ่นชิงซูชักสายตากลับ แล้วหมุนตัวนำรูปหน้าโลงศพของแม่วางกลับไป
เมื่อหมุนกลับมา สายตาของเธอก็สงบลง มองฟู่ซือเหยียนแล้วเอ่ยว่า “ให้เกียรติคนตายก่อน ไหน ๆ พวกคุณก็มาแล้ว แสดงละครก็แสดงแล้ว งั้นก็ไปได้แล้ว”
“เรื่องงานศพจัดการหมดเรียบร้อยแล้วเหรอ?” ฟู่ซือเหยียนถาม “ถ้ายังมีอะไรให้ช่วย ก็บอกผมได้นะ”
“มี” เสิ่นชิงซูมองเขา แล้วยกนิ้วชี้ไปที่นอกประตู “พาลูกเมียของคุณออกไปซะ”
สีหน้าของฟู่ซือเหยียนเคร่งขรึม
แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้พูดอะไรอีก ได้แต่จ้องเสิ่นชิงซู
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็จูงมือของฟู่ซืออวี่ “ซืออวี่ เราไปกันเถอะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น โจวอวี๋ชูก็รีบจับมืออีกข้างของซืออวี่เอาไว้ พลางมองเสิ่นชิงซูแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “คุณเสิ่น งั้นเราขอตัวก่อนนะคะ เสียใจกับคุณด้วยนะคะ”
พูดจบ เธอยังพยักหน้าอย่างมีมารยาทให้เสิ่นชิงซูทีหนึ่ง
เสิ่นชิงซูรู้สึกสะอิดสะเอียน เธอหมุนตัวกลับไป ไม่มองสิ่งที่ทำให้รำคาญใจ
ฟู่ซืออวี่ถูกฟู่ซือเหยียนจูมือเดินออกไปข้างนอก เดินออกไปพลางกันกลับมามองเป็นระยะ
ทว่าเสิ่นชิงซูหันหลังให้เขา ไม่มองเขาอีกตั้งนานแล้ว
ฟู่ซืออวี่รู้สึกว่าแม่เปลี่ยนไป เขารู้สึกว่าแม่ไม่สนใจเขาแล้ว
แต่เขาคิดไม่ตก คิดไม่ตกว่าทำไมแม่ที่เคยอะไรก็ยึดเขาเป็นหลัก ตอนนี้กลับไม่ยอมมองเขาเพิ่มอีกแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว?
เมื่อพวกเขาทั้งสามคนออกไป เสิ่นชิงซูก็ยกมือขึ้นมากดขมับที่เต้นตุบ ๆ จนปวด
เฉียวซิงเจียเดินเข้ามา มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เธอเป็นอะไรไป? ถ้ายืนไม่ไหวก็ไปนั่งข้าง ๆ ก่อนดีไหม?”
เสิ่นชิงซูส่ายหน้า มองเวลาแล้วตอบกลับว่า “ใกล้ได้เวลาแล้ว บอกพนักงานให้ไปเตรียมทำพิธีฝังศพที่สุสานเถอะ”
เฉียวซิงเจียพยักหน้า กำลังจะไปเรียกพนักงาน จู่ ๆ ก็มีคนหลายคนเข้ามาจากด้านนอก
พวกหรีดนับไม่ถ้วนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
เฉียวซิงเจียงงเป็นไก่ตาแตก “นี่ นี่มันอะไรกัน?”
เสิ่นชิงซูหมุนตัวกลับมา ก็เห็นเวินจั่งซีที่อยู่ในชุดดำเดินเข้ามาพอดี
เบื้องหลังเขามีสามีภรรยาวัยกลางคนที่มีออร่าและสง่างามคู่หนึ่งเดินตามอยู่
เป็นเจี่ยงเหวินจิ่นอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอและไป๋เจี้ยนเหวินอาจารย์แม่ของเธอ
ทว่าวันที่หกของเดือนแรกของปี หิมะที่ปกคลุมอยู่ในเมืองยังไม่ละลายไป ไม่รู้ว่าผีเสื้อขาวบินมาจากไหน หลังบินอยู่รอบตัวเสิ่นชิงซูสองสามรอบก็บินจากไป
เสิ่นชิงซูลุกขึ้นตามไป ข้างหูแว่วประโยคนั้นของแม่ขึ้นมาอยู่เลือนราง...
[อาซู ลูกไม่ต้องร้องไห้นะ อย่าเสียใจ และไม่ต้องดื้อดึงตามหาแม่...]
เสิ่นชิงซูหยุดชะงัก พลางมองผีเสื้อขาวค่อย ๆ บินจากไป
เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า
หลังจากนั้นเจ้าอาวาสก็ปิดคัมภีร์
ท้ายที่สุดการบอกลาก็คือการปิดฉาก
…
เจี่ยงเหวินจิ่นและไป๋เจี้ยนเหวินมีงานราชการต้องทำ พวกเขาอยู่ที่เมืองเป่ยนานไม่ได้
วันที่สาม สองสามีภรรยากลับไปยังเมืองซิงด้วยกัน
พระพุทธรูปแกะสลักกระเบื้องเคลือบครั้งก่อนได้พิสูจน์ความพยายามของเสิ่นชิงซูแล้ว กรมศิลปากรส่งบัตรเชิญให้เสิ่นชิงซูอย่างเป็นทางการ
หลังจากนั้นยังมีวัตถุโบราณที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อปลายปีอีกสองสามชิ้นที่ติ้งการบูรณะ เวินจิ่งซีจะอยู่ที่เมืองเป่ย รับช่วงต่อช่วยงานหลังจากนี้ของเสิ่นชิงซู
ก่อนเจี่ยงเหวินจิ่นไป ยังถามเสิ่นชิงซูว่าจะรับงานที่ต้องไปทำงานต่างถิ่นไหม?
เขาบอกว่า “ทีมขุดค้นพบซากปรักหักพังอันหนึ่งที่เมืองซี ภูมิประเทศที่สูงชันและอันตราย จะลำบากมาก แต่ถ้าร่วมโปรเจกต์นี้ได้ จะมีส่วนช่วยกับเธออย่างมาก”
เสิ่นชิงซูถามว่าจะไปเมื่อไหร่?
เจี่ยงเหวินจิ่นบอกว่าประมาณต้นเดือนมีนาคม
เสิ่นชิงซูครุ่นคิดอยู่ในใจ ยังมีเวลาอีกสองเดือน พอให้เธอพักฟื้นหลังทำแท้ง...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...