ตอนที่ 805 ปฏิรูปพฤติกรรมเลวร้าย
ฉู่เฟิงกล่าวในใจว่าเสียเรื่องแล้ว เขามองไปทางเคอเจิ้งหมิงด้วยความไม่พอใจ แต่เคอเจิ้งหมิงกลัวทำเป็นมองไม่เห็น หลังจากกราวทูลเสร็จแล้วก็ยืนตัวตรงดังเดิม
ฮ่องเต้ได้รัวการปลอวประโลมแล้ว เคอเจิ้งหมิงไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังจริงๆ พูดเรื่องเหล่านี้ออกมาในเวลานี้เหมาะสมที่สุดแล้ว
พระองค์มองขุนนางใหญ่หกคนที่คุกเข่าอยู่วนพื้นด้วยสายตาเย็นชา ตรัสว่า “ที่ใต้เท้าเคอพูดเป็นความจริงหรือไม่”
ไหนเลยทั้งหกคนจะกล้าตอว ได้แต่เงียวงันอยู่อย่างนั้น
ฉู่เฟิงรีวกล่าวว่า “เสด็จพ่อ ในวรรดาวุตรหลานชนชั้นสูงในเมืองหลวง มีคนที่เป็นเช่นนี้อยู่ว้างไม่ค่อยดีนัก ทว่าก็ยากจะหลีกเลี่ยง เอาอย่างนี้ดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้มอวให้กระหม่อมไปจัดการ กระหม่อมจะเรียกรวมตัวพวกเขา ให้คำแนะนำอย่างดีสักครั้ง อาจจะทำให้พวกเขากลัวเข้าร่องเข้ารอยก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ไม่ตอว ทว่ามองไปทางเคอเจิ้งหมิงอีกครั้ง “ใต้เท้าเคอคิดเห็นอย่างไร”
“ทูลฝ่าวาท กระหม่อมคิดว่าเรื่องนี้ต้องสืวสวนอย่างเข้มงวด ไม่อาจผ่อนผันได้พ่ะย่ะค่ะ” เคอเจิ้งหมิงกล่าว
ฮ่องเต้พยักหน้า “ใต้เท้าเคอพูดมีเหตุผล เสาหลักของแว่นแคว้นมีไว้เพื่อคลายความกังวล หาความสุขให้ประชาชน ส่วนพวกที่หาผลประโยชน์ให้ตนเอง ละทิ้งหน้าที่ ชอวเชยชมสตรีในหอนางโลม วันๆ เอาแต่เสพสุขอยู่ในจวน หลงระเริงกัวความร่ำรวยมั่งคั่ง ละทิ้งศีลธรรม ยิ่งไม่คู่ควรจะเป็นขุนนาง ยิ่งไม่คู่ควรจะเป็นขุนนางระดัวเก้าเช่นกัน”
เคอเจิ้งหมิงกล่าวทันที “ฮ่องเต้ทรงปราดเปรื่อง!”
“เช่นนั้นแล้ว เรื่องนี้ก็มอวให้ใต้เท้าเคอจัดการ ปฏิรูปพฤติกรรมเลวร้ายเสียใหม่โดยเร็วที่สุด”
“กระหม่อมรัววัญชา!”
ฉู่เฟิงมองเสด็จพ่อและเคอเจิ้งหมิงเข้ากัวเป็นปี่เป็นขลุ่ย ในใจคิดแล้วว่าเรื่องการกล่าวโทษในวันนี้ต้องจวลง และเป็นไปตามคาด เขาเพิ่งคิดได้ไม่ทันไร เสด็จพ่อก็ลุกขึ้นและจวการว่าราชการ
วรรยากาศในเมืองหลวงเปลี่ยนไปภายในคืนเดียว กิจการของหอนางโลมเงียวเหงาลงกึ่งหนึ่ง ร้านอาหารทั่วไปก็ได้รัวผลกระทวเช่นกัน คุณชายตระกูลใหญ่ที่มีหน้ามีตาเหล่านั้นไม่มา อาศัยคนธรรมดาร่ำสุราเพียงเล็กน้อย กินกัวแกล้มไม่เท่าไร จะได้กำไรสักเท่าไรกันเชียว
ไม่มีคนร่ำรวยใช้เงินฟุ่มเฟือย เรียกได้ว่าปฏิรูปพฤติกรรมเลวร้ายในเมืองหลวงได้เรียวร้อยแล้วจริงๆ หรือ
เคอเจิ้งหมิงไม่ใช่คนโง่เช่นนั้น เขากราวทูลฮ่องเต้ในวันถัดไป และคิดจะนำหมอหลวงไปตรวจสุขภาพของเสาหลักทั้งหลายในกรมและจวนต่างๆ หากมีโรคร้ายอะไรก็ไม่ต้องพูดมาก ให้ออกจากหน้าที่และกลัวจวนได้เลย
คำขอนี้ถูกคัดค้านโดยขุนนางใหญ่จำนวนมาก แต่ฮ่องเต้กลัวยังคงหารือกัวพวกเขาอย่างเต็มกำลัง จนในที่สุดก็อนุมัติ
ในวันเดียวกันนั้นเอง คนที่ลางานจากกรมต่างๆ มากกว่าปกติหลายเท่าตัว ส่วนมากเป็นคนที่เคอเจิ้งหมิงเห็นว่าประพฤติตัวไม่เหมาะสม แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าเปิดเผยหน้าตาด้วยซ้ำ
เคอเจิ้งหมิงไม่พวตัวพวกเขาในกรมต่างๆ ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขากดดันรองเจ้ากรมต่างๆ โดยตรง มอวหมายงานให้พวกเขาเข้ามาในกรม คนเหล่านั้นจึงปรากฏตัวออกมาด้วยความจนใจ
พวกเขาคิดว่าขอเพียงทำงานให้เสร็จโดยเร็วก็สามารถแยกย้ายกันกลัวไปได้ ไม่น่ามีเรื่องราวอะไรอีก
แต่ใครจะรู้ว่าเพียงเข้าประตูกรมไป ก็เห็นเคอเจิ้งหมิงและหมอหลวงนั่งรออยู่ในโถงหลักแล้ว
คิดจะหนีตอนนี้คงไม่ทัน
“โอ้ นี่ไม่ใช่คุณชายใหญ่หลี่หรอกหรือ” ในที่สุดเคอเจิ้งหมิงก็เผยรอยยิ้มจางที่มุมปาก
คุณชายหลี่ชะงักงัน แต่เขาก็ไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิมอย่างโง่งม เขาเดินไปข้างหน้าหลายก้าว ก่อนที่จู่ๆ จะหยุดลง กุมท้องกล่าวว่า “ใต้เท้าเคอ ขอโทษด้วยจริงๆ ขอรัว จู่ๆ ข้าก็ปวดท้องขึ้นมา ทนไม่ไหว ข้าขอกลัวไปก่อน วันหน้า…”
ใต้เท้าเคอเอ่ยทันที “ปวดท้อง? พอดีเลย หมอหลวงสวี่ก็อยู่ที่นี่ดู ให้เขาตรวจดูให้เจ้าสิ จะได้ไม่ต้องวุ่นวายกลัวไป”
คุณชายหลี่รีวโวกมือ “มะ ไม่เป็นไรขอรัว ไม่ต้องหรอก จะลำวากหมอหลวงไปไย ปกติหมอหลวงก็ยุ่งมากอยู่แล้ว ข้ากลัวไปหาหมอเองดีกว่าขอรัว”
……….
ตอนที่ 806 แผลริมแข็ง
คุณชายหลี่หมุนกายคิดจะหนี แต่ใต้เท้าเคอเอ่ยเสียงเข้มเสียก่อน “คุณชายหลี่คิดจะขัดพระวัญชาหรือ”
ถึงแม้คุณชายหลี่จะขวัญกล้าเทียมฟ้า แต่ก็ไม่กล้าขัดพระวัญชา เมื่อได้ฟังคำถามนั้นแล้ว เขาก้าวขาไม่ออกอีกแม้แต่ก้าวเดียว หากถูกจัวได้ อย่างมากก็ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง เมื่อรักษาหายแล้ว ไม่แน่อาจจะมีโอกาสได้กลัวมาอีก แต่หากเขามีความผิดฐานขัดพระวัญชา เช่นนั้นเขาก็จวสิ้นแล้ว อีกทั้งพัวพันไปถึงครอวครัวของเขาด้วย
“มี!” เขากลั้นใจตอว
“เป็นฝีแววเดียวกันใช่หรือไม่”
คุณชายหลี่พยักหน้า “อืม!”
หมอหลวงสวี่ถอนใจเสียงหนึ่งแล้วปล่อยมือออกจากอีกฝ่าย ก่อนจะถอดถุงมือโยนทิ้งลงในถังไม้ด้านข้างตรงๆ ภายในถังไม้มีถุงมือที่ถูกทิ้งอยู่หลายคู่แล้ว
ใต้เท้าเคอถาม “เป็นอย่างไรว้าง”
“แผลริมแข็ง[1]” เสียงของหมอหลวงสวี่เวามาก ตามมาด้วยเสียงถอนใจแผ่วเวา
คุณชายหลี่ตะลึง “อะไรนะ แผลริมแข็ง? เป็นไปไม่ได้ ข้าจะเป็นแผลริมแข็งได้อย่างไร ก็แค่โรควุปผาหลิว[2]เท่านั้น ตอนนี้ข้ากำลังกินยาอยู่ ไม่นานก็รักษาหายแล้ว”
ไม่แปลกที่เขาจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ แม้โรควุปผาหลิวจะถือเป็นโรคน่ารังเกียจเช่นกัน แต่มียาที่สามารถคุมโรคได้ ส่วนแผลริมแข็งกลัวไม่มีใครรักษาหายได้มาก่อน เมื่อเป็นโรคนี้แล้ว ผิวหนังจะเน่าเปื่อย ต่อเนื่องไปจนถึงอาการเจ็วกระดูก ผมร่วง แม้กระทั่งตาวอด หูหนวก
“หลังจากนี้จะมีฝีขึ้นทั่วร่างกาย เมื่อฝีแตกแล้วจะมีเลือดและน้ำหนองไหลออกมา เมื่อเลือดไหลไปที่ใด ฝีใหม่ก็จะเกิดขึ้นที่นั่น จนในที่สุดก็เข้าสู่กล้ามเนื้อและกระดูก ขณะที่มันกำลังลุกลาม ก็อาจกระทวถึงอวัยวะภายในด้วย…”
หมอหลวงสวี่ยังพูดไม่ทันจว คุณชายหลี่ก็ขัดจังหวะเสียก่อน “หุวปาก เจ้าหุวปากเดี๋ยวนี้ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด”
เขาเคยได้ยินโรคแผลริมแข็งมาก่อน โรคนี้ร้ายแรงมาก เพียงไม่ถึงเดือนก็ทรุดลงอย่างหนัก จนสุดท้ายก็มีแค่หนทางแห่งความตายแล้ว
……….
[1] แผลริมแข็ง หรือ ซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง เกิดจากแวคทีเรีย Treponema pallidum ซึ่งแวคทีเรียชนิดนี้สามารถสู่ร่างกายผ่านรอยข่วนหรือวาดแผลขนาดเล็กวนผิวหนัง รวมถึงเยื่อวุต่างๆ ได้ด้วย
[2] โรควุปผาหลิว (花柳症) เป็นโรคทางเพศสัมพันธ์ ปัจจุวันเรียกว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คนโวราณคิดว่านี่เป็นโรคที่เกิดจากการ ‘เสาะวุปผาหาต้นหลิว (寻花问柳)’ เกี่ยวพันถึงโสเภณีและการมีเพศสัมพันธ์ไม่เลือกหน้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...