ตอนที่ 811 ตายไม่สำเร็จ
ข้ารับใช้ทำตามที่ไป๋จื่อบอก เขาบีบจมูกของคุณชาย แล้วค่อยเป่าลมเข้าไปในปาก จากนั้นไป๋จื่อก็เริ่มกดที่หน้าอกข้างซ้ายของเคอถง หลังจากทำเช่นนี้ซ้ำอยู่หลายครั้ง ไป๋จื่อก็เ เหนื่อยจนกดต่อไปไม่ไหวแล้ว
ฮูหยินเคอรีบตามมา ครั้นเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า นางก็พุ่งตัวเข้าไปหมายจะทำร้ายไป๋จื่อ โชคดีที่หมอหลวงสวี่ข้างๆ นางขวางเอาไว้ได้
“หมอหลวงสวี่ เจ้าจะทำอะไร”
น้ำตาของฮูหยินเคอไหลไม่ขายสาด นางชี้หน้าไป๋จื่อ “นางบ้าผู้นี้มาจากที่ใด เหตุใดต้องทำเช่นนี้กับบุตรชายของข้าด้วย เขาจากไปแล้ว ไยเจ้าต้องหมิ่นเกียรติเขาเช่นนี้อีก”
หมอหลวงสวี่ว่า “ฮูหยิน แม้ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าแม่นางไป๋กำลังทำอะไร แต่เชื่อข้าเถอะ แม่นางไป๋ทำเช่นนี้เพราะมีเหตุผลแน่นอน”
“จะมีเหตุผลอะไรได้ คนตายไปแล้ว นางยังคิดจะทำอะไรอีก”
ใต้เท้าเคอตะคอกใส่ภรรยาว่า “เจ้าหุบปาก แม่นางไป๋มาเพื่อรักษาโรคและช่วยชีวิต นางเป็นแม่นางที่เพียบพร้อม ไม่ได้ยากจนข้นแค้นอะไร เหตุใดต้องมาดูหมิ่นบุตรายของเจ้าด้วย ทำเช่นนั้น นแล้วนางจะได้อะไร”
พูดเช่นนี้เหมือนจะถูกต้อง ใครจะดูหมิ่นบุรุษที่เพิ่งตายในบ้านของเขากัน อีกทั้งยังเป็นแม่นางน้อยคนหนึ่งด้วย นางไม่มีเหตุผลใดให้ทำเช่นนี้
ฮูหยินเคอเงียบเสียง ก่อนจะรับผ้าเช็ดหน้าที่สาวใช้ส่งมาให้ หลังจากซับน้ำตาบนใบหน้าแล้ว นางก็จับจ้องไปที่บุตรชายตลอดเวลา
ทันใดนั้นเอง เคอถงที่ไม่มีลมหายใจก็พลันไอออกมาอย่างแรง ขณะไอออกมาก็สำลักน้ำออกมาด้วย สุดท้ายถึงจะหอบหายใจอย่างแรง
ข้ารับใช้ตกใจแทบตาย อ้าปากค้างอยู่นานกว่าจะดึงสติกลับมาได้
ไป๋จื่อถอนหายใจโล่งออก หดมือที่สั่นเทาเพราะออกแรงไปเป็นเวลานานกลับ
“รอดแล้ว รอดแล้วจริงๆ!” หมอหลวงสวี่มองเคอถงที่กลับมาหายใจด้วยความประหลาดใจทีเดียว คนที่ไม่มีลมหายใจไปแล้วแท้ๆ แต่กดหน้าอกไม่กี่ครั้งก็กลับมามีชีวิตเหมือนเดิมได้
ฮูหยินเคอปรี่ไปถึงข้างกายบุตรชาย และเริ่มร้องไห้ขึ้น นางร้องไห้ไปพลาง ต่อว่าไปพลาง “เจ้าใจร้ายนัก เหตุใดถึงคิดสั้นเช่นนี้ หรือว่าเจ้าอยากให้พ่อแม่ผมหงอกฝังศพลูกผมดำจริงๆ”
เคอถงยังคงหายใจแรง เขารู้เพียงว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ ตายไม่สำเร็จ
เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ดันร่างมารดาออกจากข้างกาย “ท่านแม่ อย่าแตะต้องข้า ให้ข้าตายไปเถอะ ข้าไม่มีหน้าจะอยู่บนโลกนี้แล้ว”
ฮูหยินเคอจับร่างบุตรชายเอาไว้อีกครั้ง “หากเจ้าจะตาย เช่นนั้นก็ให้แม่ตายไปกับเจ้าด้วย”
“ท่านแม่…” เคอถงร้องไห้เช่นกัน ริมฝีปากของเขาเย็นจนเป็นสีม่วง ร่างกายสั่นเทา หยดน้ำไหลลงจากใบหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่รู้ว่าเป็นน้ำจากในสระน้ำ หรือว่าเป็นน้ำตาของเขากันแน่
“ท่านแม่…จะช้าจะเร็วอย่างไรข้าก็ต้องตาย แทนที่จะถูกคนทั้งโลกหัวเราะเยาะและประณาม เสื่อมเสียไปถึงชื่อเสียงของตระกูล มิสู้ตายไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า”
ฮูหยินเคอไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดอะไร หัวเราะเยาะอะไรกัน จะช้าจะเร็วก็ต้องตายหมายความว่าอย่างไร นางไม่เข้าใจโดยสิ้นเชิง
ใต้เท้าเคอก้าวมาข้างหน้า กล่าวกับเคอถงว่า “เจ้าคิดจะตายไปเช่นนี้หรือ ดี เจ้าไปตายเสียเถอะ ข้าจะยืนมองอยู่ตรงนี้ มองดูเจ้าตาย”
เคอถงก้มหน้าลง ริมฝีปากสั่นจนพูดอะไรไม่ออก
ไป๋จื่อถอนใจ ก่อนจะพูดกับเคอถงว่า “ร่างกายของคนเราเกิดจากพ่อแม่ เจ้าไม่ได้เป็นเจ้าของเพียงคนเดียว การฆ่าตัวตายเป็นวิธีการตายที่อ่อนแอและทำให้คนดูถูกเป็นที่สุด หากเจ้าอยาก ตายจริงๆ ก็ไปออกรบ ตายในสนามรบ เช่นนั้นถึงจะเรียกได้ว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริง ไม่เสียแรงที่พ่อแม่เลี้ยงเจ้าจนเติบใหญ่ เจ้าคิดว่าเจ้าตายไปแล้ว ชื่อเสียงของสกุลเคอจะไม่เสื่อมเสี ยไปด้วยหรือ แค่เป็นโรคประหลาดก็ร้องขอความตายแล้ว เคยคิดถึงพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเจ้าอย่างยากลำบาก หรือความทุกข์ทนที่พวกเขาจะกลายเป็นคนผมหงอกฝังศพคนผมดำหรือไม่ โรคภัยเล็กน้อยท ที่เจ้าเป็นมันเทียบกันได้หรือ”
แม้เสียนเอ๋อร์จะยังอายุน้อย แต่นางก็ไม่ใช่คนโง่ นางแค่นเสียง “ไม่ใช่เสียหน่อย ท่านมารักษาโรคให้พี่รองแท้ๆ ไม่ได้มาหาข้าสักหน่อย”
ไป๋จื่อยิ้มเจื่อน “ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ตอนนี้พวกเราได้พบกันแล้วไม่ใช่หรือ อีกสองวันข้าจะให้หรูเอ๋อร์มาเล่นกับเจ้าที่นี่ดีหรือไม่”
อย่างไรเสียเสียนเอ๋อร์ก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง เมื่อได้ยินดังนั้นแล้วก็ดีใจจนเนื้อเต้น น้ำตาบนใบหน้ายังไม่ทันแห้งเลยด้วยซ้ำ
ตอนนี้ใต้เท้าเคอและฮูหยินเคอถึงได้เข้าใจ ว่าที่แท้ไป๋จื่อก็คือแม่นางที่ช่วยบุตรีของพวกเขาขณะอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ใต้หล้ามีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ด้วยหรือนี่
ใต้เท้าเคอรีบโค้งตัวทำความเคารพไป๋จื่อ “แม่นางไป๋ ก่อนหน้านี้เจ้าช่วยเสียนเอ๋อร์ ตอนนี้ก็ช่วยถงเอ๋อร์นี้ พวกข้าสกุลเคอไม่รู้จะตอบแทนเจ้าอย่างไรจริงๆ”
ไป๋จื่อยิ้มจาง กล่าวเสียงเบาว่า “ข้าเป็นหมอ รักษาโรคและช่วยชีวิตเป็นสัญชาตญาณของข้า จ่ายค่ารักษาให้ข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”
ฮูหยินเคอคารวะนางเช่นกัน ด้วยไม่รู้จะแสดงความรู้สึกตื้นตันในตอนนี้ออกมาอย่างไร ก่อนจะนึกถึงโรคของบุตรชายขึ้นได้ นางลากบุตรีไปที่ด้านหนึ่ง สอนนางพูดจาเสียสองประโยค
เสียนเอ๋อร์กลับมาที่ข้างกายของไป๋จื่ออีกครั้ง พลางดึงชายเสื้อของนาง เอ่ยว่า “พี่ไป๋ ช่วยพี่รองของข้าด้วยนะ เขาเป็นคนดี รับรองได้ว่าขอเพียงท่านรักษาเขาหาย เขาไม่มีทา างคิดสั้นอีกแน่นอน”
แม่นางน้อยเช่นเสียนเอ๋อร์ไม่มีทางคิดคำพูดเช่นนี้ออกมาได้แน่ อีกอย่าง เสียนเอ๋อร์ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวโดยสิ้นเชิง
ไป๋จื่อเงยหน้าขึ้นมองฮูหยินเคอและใต้เท้าเคอ ก่อนจะถอนใจเสียงหนึ่ง การเป็นพ่อแม่คนช่างยากเย็นเสียจริง
“เอาเถอะ วันนี้ข้าจะเห็นแก่หน้าเสียนเอ๋อร์”
นางหมุนกาย แล้วพูดกับข้ารับใช้ที่นั่งยองอยู่ข้างๆ เคอถง “ประคองคุณชายของเจ้ากลับไปอาบน้ำผลัดผ้า ไม่ต้องต้องแช่น้ำ แค่อาบน้ำก็พอ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...