ตอนที่ 803 ไม่ใช่เซียวอ๋อง เป็นจิ้นอ๋อง
ฐานะของคนตรงหน้าชัดเจนแล้ว
เขาเอ่ยถามเสียงสั้น “เป็นเซี่ยวอ๋องหรือขอรับ”
หัวหน้าหน่วยจินกำลังจะพูด ทว่าฉู่เยี่ยนยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน
“เจ้าเมืองเฉียน เจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆ หรือ” ฉู่เยี่ยนยังไม่เอ่ยปากพูดความจริง เพราะอยากดูว่าเจ้าเมืองผู้นี้จะทำอย่างไร
เจ้าเมืองเฉียนได้ยินดังนั้น ก็คุกเข่าเขกศีรษะในทันที “ท่านอ๋อง ในที่สุดท่านก็มาแล้ว ข้าจัดการตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง เรื่องทั้งหมดเป็นไปตามแผนอย่างสมบูรณ์ เพียงแต่…เพียงแต่ว่ า…”
“เพียงแต่ว่าอะไร พูดมาให้ชัดเจน” ฉู่เยี่ยนกล่าว
“เพียงแต่มีเรื่องหนึ่งที่ไม่เป็นไปตามแผนที่ท่านอ๋องวางไว้” เจ้าเมืองเฉียนตอบเสียงสั่น
”มันคืออะไร” เสียงของฉู่เยียนเย็นชาขึ้นสามส่วน
เจ้าเมืองเฉียนไม่กล้าลังเล เขาพูดออกไปตามตรงทันที “ข้าวางกับดักในสถานพักม้าตามที่ท่านอ๋องวางแผนไว้ ทำกับดักอย่างดี ปลาติดเบ็ดแล้ว ทว่าลูกน้องของข้าไม่ได้ดูให้ดีว่าคน ที่เข้ามาในสถานพักม้าก็คือจิ้นอ๋อง ตอนที่คนของข้าไปถึงที่นั่น เขาก็หนีไปแล้ว ข้าจึงปิดประตูเมืองในทันที ค้นหาทั่วทั้งเมืองหนึ่งคืนเต็มๆ แต่ก็ยังไม่พบที่ซ่อนตัวของเขา ท่านอ๋องขอรับ ประตูเมืองนี้จะปิดตลอดไปไม่ได้ คนในเมืองต้องออกไป คนนอกเมืองก็ต้องเข้ามา ข้ากลัวว่าหากปิดประตูเมืองนานๆ เช่นนี้ ข่าวลือที่ไม่ดีจะเล็ดลอดออกไป เมื่อข่าวลือนี ไปถึงเมืองหลวง เรื่องนี้ต้องวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ แน่ ข้าจึงคิดแทนท่านอ๋องอย่างละเอียดรอบคอบ ตัดสินใจเปิดประตูเมือง ให้ชาวบ้านออกไปก่อน ท่านอ๋องโปรดวางใจนะขอรับ ข้าส่งคนฝีม มือดีไปเฝ้าระวังที่ประตูเมืองแล้ว ต่อให้จิ้นอ๋องมีปีกงอกออกมาก็ยากจะหนีพ้นไปได้”
ฉู่เยี่ยนพยักหน้าพึงพอใจ เล่าได้ละเอียดเห็นภาพยิ่งนัก สิ่งที่ควรพูดก็ล้วนพูดออกมาทั้งหมด
เขากล่าวกับหัวหน้าหน่วยจินว่า “ให้เขาเขียนสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่ แล้วให้เขาลงนามด้วย”
เจ้าเมืองเฉียนงงงวย ลงนามหรือ ลงนามอะไรกัน
จากนั้นเขาก็มอง ‘เซียวอ๋อง’ ตรงหน้า จู่ๆ นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง เหตุใดตอนนี้เซียวอ๋องถึงมาที่นี่ ในเวลาเช่นนี้ควรจะหลีกลี้ไปให้ไกล ไยมาอยู่ที่นี่ได้เล่า
หรือว่าจะไม่ใช่เซียวอ๋อง ใบหน้านี้คล้ายคลึงกับในความทรงจำของเขาอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ท่าทาง ของดวงตาคู่นี้
ไม่ใช่ ไม่ถูกต้อง!
แม้ดวงตาคู่นี้จะคล้ายกันมาก แต่แววตากลับไม่คล้ายกัน ตอนที่เซียวอ๋องมองเขา แววตาจะเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม อีกทั้งยังมองเขาน้อยครั้งนัก ส่วนใหญ่ล้วนหลับตาทั้งสิ้น
ทว่าคนตรงหน้าผู้นี้จับจ้องเขายามที่พูดจาตลอด ราวกับว่ากำลังจับผิดเขาอย่างไรอย่างนั้น และดวงตาคู่นี้แม้จะเย็นชามาก แต่กลับขาดความอำมหิตอยู่หลายส่วน
หรือว่าเขาจะไม่ใช่เซียวอ๋องจริงๆ ไม่ใช่เซียวอ๋อง เป็นจิ้นอ๋องงั้นหรือ?
เขาเพียงรู้สึกเหมือนหน้ามืด เกือบจะเป็นลมสลบไป และหวังให้ตนเองสลบไปตอนนี้จริงๆ เพราะหากเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับทุกอย่างแล้ว
ไม่นานก็เขียนคำให้การเสร็จ เจ้าเมืองเฉียนถูกบังคับให้ประทับลายนิ้วมือ ผู้คุมที่งกๆ เงิ่นๆ อยู่ข้างๆ สองคนก็ถูกขอให้ประทับลายนิ้วมือลงบนคำให้การด้วย พวกเขารู้สึกประหลาดใจเช ช่นกัน เหตุใดนายท่านถึงพูดเรื่องพวกนั้นต่อหน้าคนผู้นี้ได้ นี่ไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรอกหรือ เพราะคนตรงหน้าผู้นี้ไม่ใช่เซียวอ๋องอย่างเห็นได้ชัด…
นายท่านประทับลายนิ้วมือ แล้วพวกเขาจะมีเหตุผลใดไม่ประทับบ้างเล่า
เจ้าเมืองเฉียนและผู้คุมกันสองคนถูกมัดมือ ปากถูกอุดก้อนผ้าด้วยเช่นกัน พวกเขาจะได้ไม่กัดลิ้นตาย
ฉู่เฟิงทำเป็นก้าวออกมาปลอบใจน้องชายอยู่หลายประโยค เพื่อให้ตนเองดูเป็นพี่ชายที่แสนดี
ฮ่องเต้มองการแสดงของฉู่เฟิงและขุนนางใหญ่หลายคนด้วยสายตาเย็นชา “พวกเจ้าพูดจบแล้วใช่หรือไม่”
เหล่าขุนนางใหญ่ฟังออกว่าน้ำเสียงของฮ่องเต้ไม่สบอารมณ์ จึงไม่กล้าพูดอะไรมากอีก เป็นฉู่เฟิงที่พูดขึ้นว่า “เสด็จพ่ออย่างได้ทรงกริ้ว พวกขุนนางใหญ่กล่าวโทษน้องหกเพียงเพราะเป็ นห่วงสถานการณ์ของแว่นแคว้น ถึงอย่างไรเสียก็เกี่ยวเนื่องถึงมิตรภาพของสองแคว้น หากมีความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็จุดประกายไฟสงครามได้แล้ว บัดนี้แคว้นจินเรืองอำนาจขึ้นเรื่อยๆ หากเ เป็นปฏิปักษ์ต่อกันคงไม่เหมาะสมจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้แค่นเสียง “แม้แต่ฮ่องเต้ผู้นี้ก็ต้องให้พวกเจ้ามาสอนว่าควรทำเช่นไรหรือ ผู้ใดเป็นบริพาร ผู้ใดเป็นผู้ปกครองกันแน่ ข้ามีแผนการในใจแล้ว หากพวกเจ้าจะกล่าวโทษจิ้นอ๋องก็ ย่อมได้ แต่ต้องหาหลักฐานมาเสียก่อน ในฐานะที่เป็นขุนนางที่มีเกียรติของราชสำนัก ยืนอยู่ในท้องพระโรงที่ทรงคุณค่าแห่งนี้ จะพูดจาสามหาวตามใจชอบเช่นนี้ได้หรือไร”
ขุนนางใหญ่ทั้งหกพลันคุกเข่าลง
ฮ่องเต้ตรัสอีกว่า “หากไม่มีหลักฐานให้กล่าวโทษได้ พวกเจ้าก็มีความผิดฐานใส่ร้ายองค์ชาย พวกเจ้าคิดดีแล้วใช่หรือไม่”
แผ่นหลังของขุนนางทั้งหกพลันเย็นวาบ หนาวสั่นขึ้นมาจนแม้แต่ริมฝีปากก็เอ่ยวาจาใดออกมาไม่ได้ ตอนที่พวกเขากล่าวโทษใครสักคนก่อนหน้านี้ก็เป็นเช่นวันนี้ ได้แต่อาศัยลมปากพาไป ฮ ฮ่องเต้ไม่ได้ถามไถ่พวกเขาเพื่อลงโทษแต่อย่างใด อย่างมากน่าฟังก็ฟัง ไม่น่าฟังก็ไม่ฟัง
ใต้เท้าเคอก้าวออกมาจากในแถว กราบทูลฮ่องเต้ว่า “ฝ่าบาท จิ้นอ๋องเข้าสู่สนามรบตั้งแต่อายุสิบสาม รบอย่างอาจหาญเพื่อแคว้นฉู่ สามปีก่อนถูกคนลอบทำร้าย โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ ตอน ที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือต้องการเขามากที่สุด ก็เป็นเขาที่ก้าวออกมาอีกครั้ง กดดันฝ่ายศัตรูจนถอยร่นไปด้วยความกล้าแกร่ง นำความสงบสุขคืนสู่ชายแดนแคว้นเรา แต่ในสายตาของขุนนางบา างคนนั้น ก็ยังเห็นว่าเขาไม่คู่ควรจะเป็นองค์ชายอยู่ดี กระหม่อมไม่เข้าใจความหมายของคำว่าคู่ควรนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
“จิ้นอ๋องเข่นฆ่าศัตรูบนสนามรบ แต่กลับไม่ได้รับการยกย่อง กระทำการใดก็ถ่อมตนอยู่เสมอ หากคนเช่นนี้ไม่คู่ควรจะเป็นองค์ชาย เช่นนั้นคนที่วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่นตามตรอกซอกซอย เกียจค คร้าน หลงระเริงกับความร่ำรวย รังเกียจคนที่ต่ำต้อยกว่า คร้านจะอ่านตำราอย่างขยันขันแข็งใต้หน้าต่างที่มีแต่ลมหนาว ไม่สนใจเงินน้อย ชมชอบแต่เรื่องสนุก กลับเพ่นพ่านอยู่ในกรมต่างๆ ไม่รู้เท่าไร มีแต่ชื่อเสียงและตำแหน่ง ได้กินเงินเดือน แต่กลับไม่คิดจะพัฒนาแว่นแคว้น ไม่เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชน สืบทอดตำแหน่ง อาศัยเพียงร่มเงาของบรรพบุรุษที่เป็นขุนนาง ไม่ทำ ำประโยชน์อะไรสักอย่าง เหตุใดไม่กล่าวโทษคนเช่นนี้บ้างเล่า”
ใต้เท้าเคอเป็นขุนนางตงฉิน แต่ละคำพูดของเขาเหมือนกับมีดที่แทงเข้าไปในก้นบึ้งหัวในของขุนนางใหญ่บางคน ภายในครอบครัวของพวกเขาจะมากจะน้อยก็มีคนเช่นนี้ ถึงจะไม่ได้ทำทุกสิ่งที ใต้เท้าเคอกล่าวว่า แต่อย่างมากก็ทำไปแล้วเจ็ดแปดเรื่อง
แต่ไหนแต่ไรมาใต้เท้าเคอเข้มงวด เขาทำตามกฎของแคว้นมาโดยตลอด ครอบครัวของเขาก็มีชื่อเสียงในเมืองหลวงเพราะเหตุนี้ เขาพูดเช่นนี้ออกมาแล้ว จึงย่อมไม่มีใครกล้าแย้ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...