ตอนที่ 801 ลูกบ้านไหน
หูเฟิงถามเสี่ยวเอ้อร์ “พวกเขาเป็นลูกบ้านไหน เรียกพวกเขามาตรงนี้หน่อยได้หรือไม่”
เสี่ยวเอ้อร์ตอบรับทันที ขณะที่กลับหลังหันเดินไปหาเด็กๆ พวกนั้น เหงื่อเม็ดหนึ่งก็หยดลงจากขมับ
ไม่นานนัก เสี่ยวเอ้อร์ก็นำเด็กสองสามคนมาถึงตรงหน้าหูเฟิง พวกเขากะพริบตามองหูเฟิงอย่างพร้อมเพรียง
หูเฟิงถามเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าสุดว่า “เจ้าอายุเท่าไรแล้ว”
เด็กชายไม่ตอบ เพียงยื่นนิ้วออกมาห้านิ้ว เป็นการบอกว่าตนเองอายุห้าขวบ
เสี่ยวเอ้อร์รีบกล่าวทันใด “เด็กเจอคนแปลกหน้าเยอะๆ เช่นนี้เป็นครั้งแรกจึงรู้สึกกลัว ไม่กล้าพูดน่ะขอรับ”
ตั้งแต่หูเฟิงเข้ามาในสถานพักม้าแห่งนี้ เด็กสี่คนนี้วิ่งเล่นอยู่ในลานตลอดเวลา นอกจากเด็กหญิงคนหนึ่งแล้ว เด็กชายอีกสามคนไม่ส่งเสียงอะไรเลยแม้สักแอะ
“จริงหรือ เจ้ากลัวว่าอ้าปากแล้วจะเปิดเผยอายุของตนเองหรือไร”
เสี่ยวเอ้อร์หน้าเปลี่ยนสี เด็กๆ พวกนั้นก็เช่นกัน มีเด็กคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับหูเฟิงที่สุด ถลันเข้ามาหาหูเฟิงด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ
หูเฟิงเตรียมป้องกันไว้นานแล้ว ย่อมไม่ถูกพวกเขาลอบจู่โจม โจวกังและหัวหน้าหน่วยจินที่อยู่ข้างกายยิ่งเก็บแรงไว้เรียบร้อย รออีกฝ่ายลงมือเท่านั้น
เป็นไปตามคาด พูดยั่วแหย่ไม่กี่คำ คนเหล่านี้ก็กดข่มโทสะไว้ไม่ได้แล้ว
เสี่ยวเอ้อร์ก็ไม่คิดว่าจู่ๆ ‘เด็กชาย’ คนนี้จะลงมือ เขาลอบคิดในใจด้วยความร้อนรน ‘ไหนๆ ก็ความแตกแล้ว เช่นนั้นก็สู้กันสักตั้งไปเลยเป็นไร อาจจะสำเร็จสิ้นเรื่องก็เป็นได้’
หูเฟิงมาที่นี่พร้อมกับคนเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น ทว่าพอเสี่ยวเอ้อร์ออกคำสั่ง ทุกคนในสถานพักม้าก็มารวมตัวกันที่ลาน อย่างน้อยๆ สามสิบคนเลยทีเดียว
ตอนนี้โจวกังจัดการคนแคระนั่นเรียบร้อยแล้ว วรยุทธ์ของอีกฝ่ายไม่เลวเลย ส่วนวรยุทธ์ของคนอื่นเรียกได้ว่าทั่วไป จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มเย็น “ทันทีที่ข้าเดินเข้ามา ข้าก็เห็นกลุ่มปีศาจของพวกเจ้าแล้ว กล้าเล่นผีหลอกต่อหน้าข้าเช่นนี้ วันนี้ข้าจะสังหารให้สิ้น ให้พวกเจ้ากลับนรกไปเสีย”
หัวหน้าหน่วยจินส่งเสียงตะโกนว่า “คนข้างนอกยังรออะไรอยู่ เข้ามาให้หมด! คุ้มครองท่านอ๋อง!”
ประตูที่เดิมทีปิดสนิทถูกถีบเปิด กลุ่มคนหลั่งไหลเข้ามา นายทหารกว่าร้อยนายครองพื้นที่ทั้งลานเอาไว้ อีกทั้งครองความได้เปรียบของพื้นที่นี้ได้ทันที
ภายในลานมีเสียงของการเข่นฆ่า ประกายดาบเงากระบี่ฟาดฟันกัน ไม่นานเลือดสดๆ ก็ย้อมพื้นดินจนเป็นสีแดง หูเฟิงกล่าวกับโจวกังว่า “เหลือไว้สักสองสามคน” จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปบนกำแพงลาน มองสงครามขนาดย่อมในลานจากมุมสูง
อีกฝ่ายล้วนเป็นยอดฝีมือ ทว่าคนที่เขานำมาก็ไม่ได้นำพา รวมถึงได้เปรียบด้านจำนวนคนด้วย จึงอยู่เหนือกว่าอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิงได้ในเวลาอันสั้น
เมื่อเห็นพวกพ้องล้มลงคนแล้วคนเล่า เสี่ยวเอ้อร์คนนั้นก็เริ่มลนลาน โรมรันกับทหารยอดฝีมือคนหนึ่งไปพลาง เสาะหาหนทางหนีไปพลาง
โจวกังจับตามองเขาตั้งแต่แรก เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นหัวหน้าของคนกลุ่มนี้ ใครจะให้เขาหนีไปได้เล่า
เมื่อการต่อสู้จบลง ในลานกลายเป็นทะเลเลือดเรียบร้อย นอกจากเชลยเจ็ดคนแล้ว ที่เหลือล้วนตายสิ้น
โจวกังคุมตัวเสี่ยวเอ้อร์คนนั้นมาที่ตรงหน้าหูเฟิง ก่อนจะบังคับให้อีกฝ่ายคุกเข่าลง “บอกมาเร็ว ใครอยู่เบื้องหลังเจ้า”
อีกฝ่ายเงยหน้าถลึงตามองหูเฟิงอย่างดุดันครั้งหนึ่ง ดวงหน้าเต็มไปด้วยความแค้นเคือง เขาส่ายหน้ากัดฟัน อยากจะกัดยาพิษที่ซ่อนอยู่ในร่องฟัน
แต่ไม่ว่าเขาจะกัดอย่างไร กลับกัดไม่ถูกยาพิษนั่นเสียที
โจวกังแบมือ ยาเม็ดสีดำปรากฏสู่สายตาของเขา “เจ้าอยากกินสิ่งนี้หรือ”
เสี่ยวเอ้อร์ทำอะไรไม่ถูก นี่เป็นยาพิษที่ซ่อนอยู่ในซอกฟันของเขาแท้ๆ มันไปอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างไร
จากนั้นเขาถึงนึกขึ้นได้ ว่าก่อนหน้านี้คนผู้นี้ต่อยหน้าเขาครั้งหนึ่งจนเลือดกบปาก หรือว่ายาจะออกจากปากเขาในตอนนั้น
……….
หัวหน้าหน่วยจินนำนายทหารฝีมือชั้นยอดหลายคนคุ้มกันอยู่ข้างหน้า ส่วนฉู่เยี่ยนเดินอยู่ตรงกลาง และมียอดฝีมือคุ้มกันอยู่ที่ท้ายขบวนด้วย ป้องกันไม่ให้เกิดการซุ่มจู่โจมจากด้านหลัง
ศาลาว่าการว่างเปล่าไร้ผู้คน ร่องรอยของการต่อสู้กระจายอยู่จนทั่วบริเวณ ส่วนป้ายคำสั่งและไม้ปลุกสติถูกจัดวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ
“ค้น!” หัวหน้าหน่วยจินสั่ง
ยอดฝีมือสิบกว่าคนแยกย้ายกันไปในทันที บางคนเดินไปทางด้านหลังศาลาว่าการ บางคนเดินไปทางด้านซ้ายและขวา รวมถึงมีคนไปที่ห้องยา ห้องเก็บศพ และห้องอื่นๆ ด้วย
ไม่นานนักก็มีคนมารายงาน ว่าพบคนนอนหมดสติอยู่ในโถงข้าง
ฉู่เยี่ยนและหัวหน้าหน่วยจินตามไปทันที พบบุรุษสลบไสลอยู่บนบนพื้นในโถงข้างสามคน
คนหนึ่งในนั้นสวมชุดคลุมเจ้าเมือง ส่วนอีกสองคนสวมอาภรณ์สีดำ ท่าทางจะเป็นผู้คุ้มกันของเจ้าเมือง
หัวหน้าหน่วยจินหยิบน้ำชาเย็นชืดจอกหนึ่งบนโต๊ะขึ้นมา แล้วสาดมันลงบนใบหน้าของเจ้าเมือง
ใต้เท้าเฉียนพลิกตัวด้วยความสะลึมสะลือ รู้สึกเพียงว่าหนาวไปทั้งตัว เย็นท้ายทอยมาก ใบหน้าของเขาเปียกไปหมด ทั้งยังมีกลิ่นของใบชาด้วย
เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น เห็นเงาร่างของคนหลายคน แสงสว่างข้างนอกเจิดจ้ามาก เขาจึงหรี่ตาลง แต่กลับยังคงมองไม่เห็นหน้าของคนพวกนี้
“เร็ว รีบประคองข้าลุกขึ้น” ความทรงจำของเขาค่อยๆ คืนกลับมา นึกขึ้นได้ว่าตนเองถูกทำให้สลบไป คนที่ลงมือคืออาซื่อ ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้า กล้าลงไม้ลงมือแม้กระทั่งกับเขา
หัวหน้าจินแค่นหัวเราะ “เจ้าคุกเข่าพูดจาเสียดีกว่า”
ใต้ท้าเฉียนหัวใจกระตุกวูบ เสียงของคนผู้นี้ไม่คุ้นหูเป็นอย่างยิ่ง น่าจะไม่ใช่คนที่เขาคุ้นเคย เขาพยายามฝืนตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ในที่สุดตรงหน้าก็สว่างแจ่มใส ทำให้เขามองเห็นคนในโถงชัดแจ้ง
คนผู้หนึ่งสวมชุดสีดำ บนไหล่ทั้งสองข้างประดับด้วยงูปักด้ายสีทองที่เหมือนจริงราวกับมีชีวิต ใบหน้าองอาจ หล่อเหลาไม่ธรรมดา กลิ่นอายของเขากดอัดผู้คน เขาเป็นขุนนางของราชสำนักผู้หนึ่ง ย่อมรู้ว่าคนประเภทใดถึงสวมชุดสีดำปักลายงูที่เป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...