“ถึงแล้วค่ะ”
ห้องที่ไม่ได้กว้างอยู่แล้วแคบลงไปถนัดตา คุณหมออิงอรและคุณหมอพีระยืนเลี่ยงออกมาอย่างเงียบสงบ ระหว่างที่อลิษาขยับขึ้นไปบนเตียง
“คุณหมอ”
“พร้อมไหมครับ”
“ตื่นเต้นค่ะ” คนตื่นเต้นจับมือคุณหมอแน่น “ทำไมมือคุณหมอเย็นจังคะ”
“ผมก็ตื่นเต้นครับ”
สามคนที่ยืนมองอมยิ้มกับภาพตรงหน้า พ่อแม่มือใหม่ตื่นเต้นจนเอาแต่จับมือกันไม่ปล่อย กว่าจะเริ่มทำการตรวจได้ ก็ต้องใช้เวลาปรับลมหายใจเพื่อลดความตื่นเต้นหลายนาที
การอัลตร้าซาวด์เริ่มต้นขึ้นในที่สุด ภาพขาวดำปรากฎขึ้นบนจอ อินทัชขยับอุปกรณ์เพื่อให้เห็นถุงตั้งครรภ์ทั้งสอง รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อในที่สุดเขาก็ได้เห็น..
ตัวอ่อนทั้งสองที่ฝังตัวอยู่ในร่างกายของอลิษา เลือดเนื้อเชื้อไขของพวกเขา
“คุณหมอ ชะ ใช่ไหมคะ ตะ ตรงนั้น”
“ครับ นั่นคือลูกของเรา พวกเขาเป็นตัวอ่อนแล้วครับ”
“พวกเขา ละ เล็กมากเลยค่ะ ฮึก”
อลิษายิ้มทั้งน้ำตา เธอในวัยยี่สิบเก้าปีได้สัมผัสการเป็นแม่คนครั้งแรก หัวใจมันเต็มตื้น ดีใจและยินดีจนไม่สามารถเก็บน้ำตาเอาไว้ได้
“อิน ร้องไห้ตามเมียแล้วเรา”
“อร คุณก็ร้อง”
“คุณก็น้ำตาคลอเหมือนกันนั่นแหละค่ะ!”
กลายเป็นว่าทั้งสี่คนต่างมีน้ำตาด้วยกันทั้งนั้น ไหลออกมาบ้าง คลออยู่ในดวงตาบ้าง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือมันเป็นน้ำตาแห่งความยินดี ความสุข และความรัก
บุศยาเป็นคนนอกเพียงคนเดียว เธอสัมผัสได้ถึงความรักมากมายที่มีต่อเจ้าเม็ดถั่วน้อย ๆ ในท้องของทั้งสี่คน เธอยิ้มกว้าง รู้สึกดีใจเหลือเกินที่เด็กทั้งสองจะได้เกิดมาพร้อมกับความรักที่เต็มเปี่ยมแบบนี้
พยาบาลที่ใกล้ชิดกับเด็กมาทั้งชีวิตแบบเธอ ได้เห็นทั้งเด็กที่พ่อแม่เฝ้ารอตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทั้งเด็กที่ไม่มีใครต้องการแต่ก็ยอมให้เกิดมา เธอเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นเด็กน้อยแสนบริสุทธิ์ไม่ได้รับความรักจากครอบครัว ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด และก็ดีใจทุกครั้งที่เห็นเด็กเกิดมาพร้อมกับความรักที่ล้นเหลือแบบนี้
อินทัชได้สติก่อนใคร มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาป้อย ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
“เรามาฟังเสียงหัวใจของลูก ๆ กันนะครับ เห็นที่กระพริบ ๆ นั่นไหม นั่นคือหัวใจของเขาที่กำลังเต้น”
“คุณหมอ หัวใจลูกเต้นน่ารักจังค่ะ”
“น่ารักครับ”
อินทัชยิ้ม รู้สึกเอ็นดูภรรยาที่ทั้งร้องไห้และยิ้มกว้าง น้ำหูน้ำตาเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งใบหน้า แต่ก็จ้องหน้าจอไม่หยุด
“ฟังของคนขวาก่อนนะครับ”
เสียงหัวใจเต้นแสดงถึงการมีชีวิต และการเจริญเติบโตของลูก ๆ ในท้อง อลิษาน้ำตาไหลพราก ๆ รับกระดาษทิชชู่จากบุศยามาซับน้ำตาจนเปียกชุ่มแผ่นแล้วแผ่นเล่า
“คนซ้ายนะครับ”
เสียงหัวใจของลูกคนที่สอง ดังเหมือนกันกับคนแรก อลิษาร้องไห้ไม่หยุด แต่ก็ยิ้มไม่หุบเหมือนกัน อิงอรยกมือขึ้นปิดปากน้ำตาไหลพราก เธอไม่เคยบังคับให้อินทัชมีหลานให้แท้ ๆ แต่พอมีเข้าจริง ๆ กลับรู้สึกตื้อไปทั้งอก
“อายุครรภ์หกสัปดาห์กับอีกสามวัน หัวใจเต้นปกตินะครับ ทั้งคู่แข็งแรงดี”
“คุณหมอ ลิษาอยากฟังอีกค่ะ”
อลิษาซบใบหน้ากับอกกว้าง กลิ่นสบู่อาบน้ำแบบสมุนไพรไทยทำให้เธอรู้สึกสดชื่น เพราะอลิษาแพ้กลิ่นสังเคราะห์หอม ๆ และกลิ่นดอกไม้ทุกชนิด อินทัชจึงซื้อสบู่กลิ่นสมุนไพรธรรมชาติมาใช้ เพราะไม่อย่างนั้นแม้แต่เขาก็เข้าใกล้ภรรยาไม่ได้
“เมื่อไหร่ลูกจะเกิดคะ ลิษาอยากเห็นหน้าลูกแล้ว”
“อีกสามสิบสามสัปดาห์โดยประมาณครับ”
“นานจัง” อลิษาตัดพ้อ “ตั้งสามสิบสามอาทิตย์แหนะเด็ก ๆ กว่าเราจะได้เจอกัน”
เธอเอาพึมพำว่าสามสิบสามอาทิตย์วนไปวนมา ดวงตาที่จ้องคลิปขาวดำของลูก ๆ เริ่มอ่อนล้า ไม่นานเปลือกตาสีน้ำนมก็ปิดลง อลิษาหลับไปแล้ว อินทัชประคองร่างเพรียวลงนอนอย่างนุ่มนวล
เขาห่มผ้าให้ภรรยา ปิดไฟทั้งห้องลง เหลือไว้เพียงทีวีที่เปิดฉายภาพและเสียงเต้นของหัวใจลูกซ้ำ ๆ
ริมฝีปากบางกดจูบหน้าผากและแก้มเนียนเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาที่หน้าท้อง อินทัชจูบวนไปทั่วเพราะไม่รู้ว่าเด็ก ๆ แอบอยู่ตรงไหน
“ฝันดีครับเด็ก ๆ”
.
.
.
.
.
TBC

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20