“บอสเรียกหาฉันทำไมวะไมค์” วิลล์ที่เพิ่งมาถึงหน้าห้องทำงานเจ้านาย เอ่ยถามไมค์ที่กำลังคุยงานกับไอรินอย่างเคร่งเครียด
“ไม่รู้เหมือนกัน”
ไมค์ตอบผ่าน ๆ ก่อนจะหันไปคุยงานต่อ จนกระทั่งไอรินลุกจากไป เขาก็พบว่าวิลล์ยังยืนอยู่ที่เดิม
“ทำไมยังไม่เข้าไปอีก”
“กลัวว่ะ” วิลล์ยื่นมือให้เพื่อนดู มันสั่นเทาขัดกับภาพลักษณ์ชายหนุ่มตัวโต “ไม่รู้ว่าวันนี้จะโดนอะไรอีก”
ไมค์ส่ายหน้าเบา ๆ เขาเห็นใจเพื่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไงดี
ช่วงนี้บอสอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จากที่ปกติเข้มงวดอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งหนักกว่าเก่า แค่ส่งงานช้าไม่ถึงนาทีก็เตรียมใจได้เลยว่าต้องถูกต่อว่า ขนาดไมค์ที่แทบไม่เคยถูกตำหนิยังไม่รอด
ทั้งสองสบตาอย่างรู้กัน คนนอกอย่างพวกเขามองปราดเดียวก็รู้แล้ว ว่าสาเหตุที่ทำให้อารมณ์เจ้านายไม่คงที่คืออะไร ส่วนเจ้าตัว.. บอสอาจจะไม่รู้จริง ๆ หรือรู้.. แต่ไม่ยอมรับมัน
ไมค์วางมือลงบนไหล่กว้างของเพื่อนสนิท บีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ
“รีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวจะยิ่งหนัก”
“เฮ้อออ! เออ” วิลล์ปลงตก หลังประตูบานหรูนั้นเป็นเหมือนแดนประหารสำหรับเขา “เลิกงานแล้วไปดื่มกันหน่อยนะไมค์ เครียดว่ะ”
“อืม”
วิลล์สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะกลั้นใจเปิดประตูเข้าไปอย่างคนที่ไร้ทางเลือก
อย่างมากก็แค่ตายล่ะวะ
.
.
ร่างบอบบางในชุดสูทสุภาพก้าวเท้าออกจากลิฟต์ตัวใหญ่ สองมือหอบหิ้วข้าวของมากมาย ที่ซื้อมาตุนไว้สำหรับหนึ่งอาทิตย์ต่อจากนี้ เมื่อมาถึงที่หมายไอรินก็วางของทั้งหมดลง นิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกทั้งสิบหลักด้วยความคล่องแคล่วคุ้นเคย
ตื๊ด!
“เอ๊ะ!” ใบหน้าสวยฉายแววฉงน “ทำไมรหัสผิดล่ะ”
เธอลองกดอีกครั้งผลก็ออกมาเป็นเหมือนเดิม ไอรินกดรหัสห้องตัวเองผิด ยิ่งคิด ก็ยิ่งไม่เข้าใจ รหัสนี้ก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอ
จนกระทั่งเธอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นิ้วเรียวจิ้มตัวเลขทั้งหมดใหม่ แล้วมันก็ได้ผล ประตูห้องเปิดออกทันทีเพราะรหัสนั้นถูกต้อง
ทว่า.. คนที่กดรหัสถูกกลับมีสีหน้าเหมือนกำลังกินยาขม ไอรินย่อตัวลงหยิบของขึ้นมาถือ ผลักบานประตูเข้าไปด้วยท่าทางเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวา
รหัสที่เธอกดรอบแรก ไม่แปลกเลยถ้ามันจะไม่ถูกต้อง เพราะมันไม่ใช่รหัสของคอนโดเธอ แต่เป็นรหัสเพนท์เฮ้าส์ของใครบางคนต่างหาก
หนึ่งอาทิตย์แล้วที่ย้ายออกมาจากที่นั่น ไอรินกวาดตามองคอนโดของตัวเองที่อยู่อาศัยมาเป็นปีด้วยความไม่คุ้นเคย ทั้ง ๆ ที่ห้องนี้เธอตกแต่งเองทั้งหมด ไม่ว่าจะโซฟา หรือต้นไม้ปลอมที่วางอยู่บนโต๊ะกลางโซฟาเธอก็เป็นคนเลือกเองทั้งนั้น น่าเศร้าที่ในตอนนี้ทุก ๆ อย่างกลายเป็นสิ่งที่ดูแปลกหูแปลกตาไปหมด
โซฟาสีเบจตัวนั้นดูไม่คุ้นตาเพราะไม่ใช่สีดำ ต้นไม้ปลอม ๆ นั่นก็ควรเป็นต้นไม้จริง หรือแม้แต่หมอนอิงนั่นก็ต้องมีมากกว่านี้
เหมือนทุกอย่างในห้องถูกซ้อนทับด้วยภาพของเพนท์เฮ้าส์ ที่ไอรินใช้อยู่อาศัยมาครึ่งปีทั้งหมด มองไปทางไหนก็ไม่คุ้นเคย เหมือนว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านที่ไอรินเคยรู้จักมาก่อน
แต่ที่นั่นก็ไม่ใช่บ้านของเธอเหมือนกัน
“แย่..”
มันแย่มากจริง ๆ แย่ที่ถึงแม้ว่าจะย้ายออกมาแล้ว แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขากลับไม่ลดลงแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม.. เหมือนมันยิ่งทำให้เธอรู้สึกโหยหาอ้อมแขนนั้นมากกว่าเดิม
หรือว่าบางที.. การหนีในครั้งนี้อาจจะไม่เพียงพอ
หรือว่ามันจะถึงเวลาแล้ว.. ที่เธอควรหนีไปให้ไกล จนกว่าความรู้สึกทุกอย่างจะหายไปตามกาลเวลา
“มีอะไร”
“ไม่รู้ว่าบอสรู้ตัวหรือเปล่า แต่ตอนนี้บอสกำลังพาลนะครับ”
“อะไรของนาย”
“บอสเสียใจที่คุณไอรินย้ายออกจากเพนท์เฮ้าส์ เลยพาลมาลงกับลูกน้องทุกคน”
“ไร้สาระ!” พลชตอบกลับทันควัน “อย่าคิดเองเออเอง”
“ผมไม่ได้คิดไปเอง แต่บอสไม่รู้ตัวต่างหาก หรือที่จริงแล้วบอสรู้.. แต่แค่ไม่กล้ายอมรับความจริงกันแน่”
“วิลล์!”
“ผมขอพูดในฐานะพี่ชายคนหนึ่งนะครับ”
วิลล์จ้องตาเจ้านายอย่างไร้ความเกรงกลัว ต่อให้พลชหยิบปืนขึ้นมาจ่อ เขาก็จะพูดมันออกไปให้ได้
“ถ้าไม่กล้าพอจะยอมรับความจริง บอสก็แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่ง”
“วิลล์!!”
“หรือไม่ใช่ล่ะครับ”
ปัง!
“ออกไป..” พลชกัดกรามแน่น มองหน้าคนสนิทเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อกัน “บอกให้ออกไป!!”
“แล้วผมจะรีบแก้งานให้เรียบร้อย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20