เขาเอียงหน้ามองเธอ หญิงสาวแต่งหน้าอ่อน ๆ ริมฝีปากเป็นสีแดงทว่าไม่ได้จัดจ้าน ทั่วทั้งร่างดูเรียบ ๆ สะอาดตา มองแล้วก็ยิ่งงดงามเป็นธรรมชาติราวกับไม่ใช่คนของโลกนี้
“ไม่แปลกเลยสักนิด สวยมาก” โจวจิ่งอันไม่หวงแหนคำชื่นชมของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเธอเป็นถึงดาวของสาขาเราเชียวนะ แถมยังฉลาดยอดเยี่ยม คนมาจีบนี่ต่อแถวกันยาวเหยียดจนล้อมเมืองหลวงได้หลายรอบเลย” โจวจิ่งอันว่ายิ้ม ๆ
“รุ่นพี่ไม่ต้องมาล้อฉันเลย” ซูมั่วพูดอย่างเขิน ๆ เล็กน้อย
โจวจิ่งอันได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย มองหญิงสาวที่มีนิสัยขี้เขินแล้ว ราวกับได้ย้อนกลับไปสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
อันที่จริงเขาอยากใช้โอกาสนี้ถามซูมั่วเหลือเกินว่ามีแฟนหรือยัง แต่ก็รู้สึกว่าพวกเขาทั้งคู่เพิ่งได้กลับมาเจอหน้ากันอีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันมานาน หากถามคำถามแบบนี้ไปมันออกจะบุ่มบ่ามไปจริง ๆ เลยคิดว่ารอก่อนอีกหน่อยแล้วกัน
ขณะที่คุยกันอยู่นั้น ลิฟต์ก็มาถึงชั้นสิบสองแล้ว โจวจิ่งอันเป็นฝ่ายเสนอตัวนำทาง พร้อมกับแนะนำไปด้วยในขณะเดียวกัน
“ดูนี่ ตรงนี้เป็นป้ายชื่อบริษัทของพวกเรา ติ่งเซิ่งเทคโนโลยี ถึงมันจะดูเชยไปสักหน่อย แต่ก็เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยละนะ”
ซูมั่วมองชื่อบริษัท แล้วมองการตกแต่งจัดวางโถงด้านหน้าโดยรวม บอกได้สั้น ๆ ว่าดูโอ่อ่า สะอาดสะอ้าน และดูมืออาชีพไม่น้อย
“สวัสดีค่ะประธานโจว” ฝ่ายประชาสัมพันธ์กล่าวทักทายเจ้านาย โจวจิ่งอันพยักหน้า แล้วรีบคุยเล่นกับหญิงสาวว่า
“จะว่าไปแล้วตอนนั้นฉันก็เคยถามเธออยู่ว่าจะตั้งชื่อบริษัทว่าอะไรดี เธอบอกว่าเอาตามที่ฉันว่าก็โอเค ตอนนี้อย่ามารังเกียจว่ามันเชยไปเชียวนา”
“จะได้ยังไงเล่า มันดูเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ความเจริญรุ่งเรือง รุ่นพี่ตั้งชื่อได้ดีมาก” ซูมั่วว่ายิ้ม ๆ
ทั้งคู่เดินไป โจวจิ่งอันก็แนะนำแผนกต่าง ๆ ที่เดินผ่านให้เธอฟังคร่าว ๆ
ด้านหลัง ฝ่ายประชาสัมพันธ์มองเจ้านายกับผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นด้วยความงงงัน ในใจก็อดคาดเดาไปหลายอย่างไม่ได้
ตอนแรกที่ก่อตั้งบริษัทเจ้านายคิดจะให้อีกฝ่ายเป็นคนตั้งชื่อ? เธอเป็นใครกันแน่? หรือว่าจะเป็นเถ้าแก่เนี้ย?
แต่เธอก็เรียกเจ้านายว่า ‘รุ่นพี่’ ด้วย ถ้าเป็นเจ้านายหญิงจริงก็น่าจะเรียกเจ้านายว่า ‘ที่รัก’ มากกว่าถึงจะถูก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ