ฟู้เสียวเซวี่ยพอได้ยินดังนั้นก็เข้าใจทันที ใบหน้าของเธอเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา มุมปากของเธอโค้งลง แววตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“ฉินจุน ที่นี่ก็มีแต่เพื่อนกันทั้งนั้น ไม่เห็นมีอะไรต้องสร้างภาพใส่กันเลย”
ฉินจุนยิ้มอย่างเหนื่อยใจ เขาไม่ได้เอ่ยอธิบายอะไร เข้าใจผิดก็เข้าใจผิดกันไปเถอะ
เจ้าของรถคันนี้แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ฉินจุนอยู่แล้ว ชื่อที่อยู่บนใบทะเบียนรถน่าจะเป็นชื่อของผู้ช่วยหลิ่วชิงชิง
ส่วนเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์นั้นเขามองว่ามันไม่ได้จำเป็น ก็แค่รถคันเดียวก็เท่านั้น ไม่ว่าจะในมุมมองของหลิ่วชิงชิงหรือว่าฉินจุน พวกเขาต่างก็มองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ไม่ได้จำเป็นอะไรเพราะฉะนั้นจึงไม่ได้มีใครสนใจอะไร
มีแค่พวกเพื่อนสมัยเรียนหัวสูงพวกนี้เท่านั้นแหละที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ขนาดนั้น
“ฮ่าฮ่า พวกรถเช่าน่ะชอบใช้ทะเบียนปลอม ฉันแนะนำให้นายเปลี่ยนร้านเช่ารถนะ เจ้าของเลขทะเบียนนี้น่ะฉันรู้จัก เป็นเลขทะเบียนของเจ้านายฉัน ถ้าหากตำรวจจราจรมาเห็นเข้า มากสุดก็อาจจะแค่ปรับนาย แต่ถ้าเพื่อนของท่านประธานฉันมาเห็นเข้า นายหมดหนทางทำมาหากินแน่!”
พูดจบ ฟู้เสียวเซวี่ยก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา
ถึงแม้ว่าการได้หักหน้าฉินจุนในเรื่องนี้จะทำให้เธอมีความสุข แต่ว่าก็ไม่จำเป็นจะต้องกัดไม่ปล่อยพูดไม่เลิก
ฟู้เสียวเซวี่ยในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะอยู่เหนือฉินจุนในทุก ๆ ด้าน
ไม่ว่าจะเรื่องฐานะการเงิน แวดวงสังคมคนรู้จัก หรือว่าโลกทัศน์ของเธอ ต่างก็เหนือกว่าฉินจุนอยู่หลายขุม
การได้กดหัวฉินจุนรอบด้านแบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองกับฉินจุนนั้นอยู่คนละระดับกัน ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เธอสะใจเป็นบ้า
ฟู้เสียวเซวี่ยหยิบขวดไวน์ขึ้นมาเปิด
“ไวน์Lafite พวกเธอไม่น่าจะเคยดื่มกันมาก่อนนะ?มาทุกคนมาชิมเร็ว”
พอเห็นขวดไวน์Lafiteขวดนี้เข้า ทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ว้าว นี่มันไวน์Lafiteจริงด้วยอะ เคยเห็นแต่คนอื่นเขากินในทีวี ฉันไม่เคยกินมาก่อนเลย”
“นั่นสิ ฉันก็ไม่เคยกินมาก่อนเหมือนกัน ไวน์ดี ๆ แพง ๆ แบบนี้ ฉันได้ยินมาว่าพวกไวน์ปี 1992 หรือ 1982 ราคาขวดละหลายหมื่น ฉันล่ะจ่ายไม่ไหวจริง ๆ ”
“ใช่ ๆ คราวนี้ได้อาศัยบารมีของประธานฟู้ พวกเรารีบมาชิมกันเร็ว”
“……”
การได้มาทานอาหารกับเสี่ยวฟู้เหมือนทำให้พวกเขาได้เปิดโลกกว้าง ทั้งได้ฟังเรื่องซุบซิบของประธานหลิ่ว แถมยังได้ดื่มไวน์แพง ๆ แบบนี้อีกด้วย
เสี่ยวฟู้รินไวน์ให้ทุกคนดื่มคนละแก้ว พอมาถึงตาของฉินจุน เธอก็จงใจเอ่ยถาม
“นายจะดื่มเหรอ?ดูเหมือนว่าเหล้าจะไม่พอน่ะสิ”
ทุกคนต่างรู้ดีว่า เสี่ยวฟู้จงใจทำให้ฉินจุนลำบาก ให้ฉินจุนรู้สึกอับอายต่อหน้าคนอื่น
คนอื่นตั้งมากมายต่างได้กิน แต่ดันมาไม่พอตอนแก้วของฉินจุน เธอก็แค่อยากจะให้ฉินจุนได้รับรู้รสชาติของความรู้สึกอึดอัดนี้บ้าง
ฉินจุนส่ายหน้า “หึหึ ฉันไม่ดื่มก็ได้ ฉันเองก็ไม่ได้ชอบดื่มไวน์ปลอม”
พอฉินจุนพูดจบ หน้าของเสี่ยวฟู้ก็ชาแข็งทื่อไปเลย ทั้งห้องอาหารก็เงียบลงทันที
ทุกคนต่างแสดงสีหน้าแปลกใจ
“ไวน์ปลอม?”
“ไอ้คนแซ่ฉิน นายพูดมาให้เคลียร์ ๆ เลยนะ ไวน์ของฉันจะเป็นของปลอมได้ยังไง?”
เพื่อนคนอื่น ๆ เองก็ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่
“นั่นน่ะสิ ฉินจุนนายไม่เห็นต้องคิดเล็กคิดน้อยขนาดนี้เลย แค่ไม่มีไวน์รินให้นายแล้ว นายถึงกับต้องบอกว่าไวน์ของเสี่ยวฟู้เป็นของปลอมเลยเหรอ?”
“เหล่าฉินนายทำแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ ถ้ามันขนาดนั้นฉันแบ่งของฉันให้ครึ่งแก้วเอามั้ย?นายจะมาพูดแบบนี้มันไม่ได้นะ!”
“ฉันเคยเห็นในทีวีมาก่อน ไวน์Lafiteก็เป็นแบบนี้แหละ ทำไมฉันจะดูไม่ออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม?”
“……”
พอฉินจุนเอ่ยประโยคนั้นออกมา เหล่าเพื่อน ๆ ก็ต่างไม่พอใจกันใหญ่ โดยเฉพาะฟู้เสียวเซวี่ย
เธอเป็นถึงระดับไหนกัน เธอเป็นถึงตัวแทนหลักประจำภาคใต้เชียวนะ ถือว่าเป็นคนชนชั้นสูงในสังคมเลยก็ว่าได้
เธอเจอผู้คนผ่านโลกมากมาย หมอนี่ดันมาบอกว่าเธอดื่มไวน์ปลอม แบบนี้มันเท่ากับด่าเธอเลยไม่ใช่เหรอ?
ฟู้เสียวเซวี่ยรีบรินไวน์ให้ฉินจุนดื่มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย
“อะ นายชิมดู ฉันจะดูสิว่าไวน์นี้ของฉันจะเป็นของปลอมไปได้ยังไง?”
ฉินจุนยกแก้วไวน์ขึ้นมา ก่อนจะเอียงแก้วให้ทุกคนดูแล้วเอ่ย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้รักษาสุดแกร่ง