แต่เจียงหลี กลับยกคิ้วขึ้น ยกคางเล็กๆ ที่แหลมคมขึ้น ราวกับกำลังใช้แววตาบอกเขาว่า ไม่ใช่ว่าเจ้าจะปกป้องข้าหรือ เหตุใดจึงลากข้าเข้าเอี่ยวไปด้วย
ท่าทางของลู่เสวียน เป็นเพราะเข้าใจ ‘สัญญาณ’ ของเจียงหลี เขาจึงบิดตัวม้วนเป็นเกลียว
ทันใดนั้น ท่าทางบิดเกลียวของเขากลับสู่สภาวะปกติ เขาโกรธเป็นอย่างมาก หันไปมองที่เจียงหลี และดึงนางมาหลบข้างหลัง
เขาตะโกนกล่าวต่อคนหนึ่งในสี่คนนั้น “จูเทียนโย่วเจ้าคิดว่าน้องชายของเจ้าถูกข้าตีจนด้วนไปแล้วยังไม่พอใช่หรือไม่ วันนี้จึงนำขาของเจ้ามาให้ข้าตีจนด้วนไปด้วย?”
“ลู่เสวียน!” จูเทียนโย่วถูกคำพูดที่เย่อหยิ่งของลู่เสวียนยั่วโมโหจนใบหน้าบูดเบี้ยวไปหมด เพื่อนสามคนที่เหลือก็กัดฟันด้วยความแค้น แล้วจ้องมองไปที่ลู่เสวียน
คิ้วของเจียงหลียกสูงขึ้น นางไม่ส่งเสียงใดพร้อมกับเดินถอยหลังไปอีกก้าว คิดไม่ถึงความสามารถในการยั่วยุของน้องชายลู่เจี้ยคนนี้ ถือว่าเชี่ยวชาญเลยก็ว่าได้! ช่างเป็นเด็กเหลือขอเสียจริง เจ้าเด็กดื้อ!
เอ๊ะ ราชินีบางองค์ลืมไปหรือเปล่าว่าตนก็เป็นพวกที่ชอบยั่วยุ!
“หึ! ลู่เสวียน! วันนี้เป็นวันตายของเจ้า เจ้าคิดว่าเจ้ายังจะเย่อหยิ่งได้อีกงั้นหรือตอนแรก ข้าเพียงแค่อยากมาหักขาของเจ้า แต่ตอนนี้ข้าต้องการชีวิตของเจ้า! อย่างไรก็ตาม ถ้าตายที่หุบเขาโยวโยวนี้ ก็แค่เพราะทักษะเจ้าด้อยกว่าผู้อื่น!” จูเทียนโย่วมองมาด้วยสายตาที่ดุร้าย
ทันใดนั้น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเจียงหลีที่ถูกลู่เสวียนบังไว้ ท่าทางของเขาดูจงใจบดบังนางไว้
รับรู้ได้ถึงความโกรธของจูเทียนโย่ว ลู่เสวียนผายอกขึ้น กล่าวด้วยความหนักแน่นว่า “ความแค้นระหว่างเจ้ากับข้า อย่าไปทำอะไรผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง”
เจียงหลีก็พยักหน้ารัว “ข้าเพียงแค่เดินผ่านมา พวกเจ้าจัดการต่อได้เลย ถือเสียว่าข้าไม่ได้อยู่ตรงนี้ ถ้ายังติดใจ ข้าขยับถอยห่างไปอีกนิดก็ได้” กล่าวจบ เหมือนว่านางจะทำให้เห็นว่านางสัตย์ซื่อต่อคำพูด นางจึงถอยหลังไปอีกหลายก้าว
มองการกระทำของนางด้วยสายตา หางตาของลู่เสวียนก็ดุร้ายขึ้น
เขาคิดอยู่ในใจ นี่พี่ใหญ่ให้ค่าแม่สาวน้อยคนนี้ได้อย่างไรกัน ทั้งแล้งน้ำใจ! ไร้คุณธรรม!
“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้องกัน อย่างไรซะเห็นเจ้าปรากฎตัวอยู่ที่นี่ งั้นก็ตายพร้อมกันเถอะ! ถ้าจะโทษก็จงโทษที่เจ้าปรากฎตัวมาพร้อมกับลู่เสวียนเถิด” จูเทียนโย่วแสดงแววตาดุร้าย เขาตั้งใจวางแผนจะฆ่าลู่เสวียนแล้ว จะให้ข่าวสารนี้เผยแพร่ออกไปไม่ได้
แม้ว่า ในหุบเขาโยวโยวนี้จะอนุญาตให้ฆ่ากันได้ แต่หากเรื่องที่เขาเป็นผู้ลงมือสังหารซื่อจื่อคนเล็กของตำหนักอ๋องลู่เผยแพร่ออกไป เกรงว่าตระกูลของเขาต้องมาแบกรับไฟโกรธแค้นของตระกูลลู่ไปด้วย
เขาใช้สายตาส่งสัญญาณ อีกสามคนที่มาพร้อมกับเขาก็ค่อยๆ ก้าวไปล้อมลู่เสวียนและเจียงหลีไว้
เจียงหลียิ้ม แววตาเยือกเย็น นางมองจูเทียนโยว่ด้วยสายตาเยาะเย้ย นางรู้สึกว่าคนๆ นี้ช่างโง่เสียจริง มั่นใจเหลือเกินว่าพวกเขาสี่คนจะสามารถฆ่านางและลู่เสวียนได้งั้นหรือ
ถ้าหากว่าจูเทียนโย่วฉลาดพอ ไม่ใช่จะฆ่านางด้วย แต่เป็นการชักจูงนางเข้าพวก แล้วทั้งห้าคนร่วมมือกันสังหารลู่เสวียน
ถ้าเป็นเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มโอกาสในการฆ่าลู่เสวียนทิ้งเสีย ถ้านางร่วมด้วย นางเองก็ต้องรักษาความลับอยู่แล้ว
หรือถ้าไม่ไว้ใจ หลังจบเรื่องก็ค่อยฆ่านางทิ้งเสียก็ยังได้
แต่เขากลับไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้แต่แรก ผลักนางให้เข้าก๊กเดียวกับลู่เสวียนเสียอย่างนั้น
น่าขบขันยิ่งนัก ไม่ว่านางจะรู้จักกับลู่เสวียนหรือไม่ แต่แล้วอีกฝ่ายจะมาฆ่านางแล้ว จะให้นางนั่งรอความตายหรือ แน่นอนว่าต้องร่วมวงกันเพื่อตอบโต้
“หลียาโถ่ว ดูท่าแล้ว แม้เจ้าจะอยากเบี่ยงเบนหลีกหนีก็คงไม่พ้นแล้ว” ลู่เสวียนตอบกลับหลังฟังคำพูดของจูเทียนโย่ว พร้อมยิ้มให้กับเจียงหลี
ดูใบหน้าที่ผ่อนคลายของเขา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เอาพวกของจูเทียนโย่วไว้ในสายตา
“หึ! ไปฆ่าพวกมันด้วยกัน!” จูเทียนโย่วแววตาดุเดือด ส่งสัญญาณมือให้กับเพื่อนทั้งสาม
“พวกเวรอย่างเจ้าทั้งสี่คนน่ะหรือที่จะมารุมล้อมข้า ถุย!” ลู่เสวียนด่าด้วยความกล้า
เอ่อ…ก็แบบ…ที่ใกล้ชิดกับลู่เจี้ยได้เพราะมีผลประโยชน์อย่างไรเล่า
“แล้งน้ำใจนัก!” ลู่เสวียนบึนปากกล่าว
เจียงหลีกลับส่งมอบรอยยิ้มที่อ่อนหวานให้เขา
ลู่เสวียนพูดอย่างเย็นชา แววตาขี้เล่นของเขาค่อยๆ จางหายไป เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มอย่างรวดเร็ว “จูเทียนโย่วนั้นเนตรญาณของเขาอยู่ในระดับเดียวกับข้า เป็นหลิงซื่อระดับแปด แน่นอน ถ้าต่อสู้ตัวต่อตัวเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอย่างแน่นอน แต่ว่า อีกสามคนที่คอยช่วยเหลือเขาอยู่ข้างๆ นั้นล้วนแต่เป็นหลิงซื่อระดับเจ็ด มีพวกมันมารบกวนค่อนข้างจะยุ่งยาก”
เจียงหลีได้ยินแล้วค่อยๆ ซูดปาก นางคิดในใจ เมืองหลวงของฮ่องเต้อย่างไรก็เป็นเมืองหลวงของฮ่องเต้เป็นดินแดนของผู้ที่มีอัจริยะภาพ เพียงสุ่มหยิบจับ ล้วนแต่เป็นหลิงซื่อระดับเจ็ดแปด แล้วเจ้าเย่ว์หนานซีที่ตายห่าไปแล้ว ตอนที่ยังอยู่เมืองซูหนานยังภาคภูมิใจกับพรสวรรค์อันน้อยนิดของตัวเอง ทันใดนั้น เจียงหลีรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ฆ่าเย่ว์หนานซีตายเร็วแบบนี้ ถ้าเก็บเขาไว้แล้วพาเขาเข้ามาที่ซั่งตู คาดว่าคงถูกไล่ตีจนไม่มีที่ยืนกระมัง!
ถึงแม้จะรู้สึกประหลาดใจ แต่นางก็พูดเยาะเย้ยมาประโยคหนึ่ง “ข้าได้ยินมาว่าลู่เสวียนเป็นคนที่เก่งกาจที่สุดของรุ่นในตระกูลลู่ ทำไมหมาแมวที่โผล่มา ก็มีระดับเนตรญาณเดียวกับเจ้าได้ล่ะ ข้าดูพวกเจ้าก็อายุใกล้เคียงกับเจ้าหนิ! ”
ลู่เสวียนกล่าวอย่างไม่เจ็บใจว่า “ตัวข้าเพิ่งจะเริ่มฝึกฝนตอนอายุสิบปี ไอ้เวรนั่นเบิกเนตรญาณได้ตั้งแต่อายุหกปีแล้ว จะเหมือนกันได้อย่างไรเล่า”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!
เจียงหลีกระจ่างแล้ว
ลู่เสวียนหยุดลงในทันใด เจียงหลีมองไปที่เขา เห็นแววตาของเขามีแสงแห่งความโหดร้ายโผล่ออกมา เหมือนดั่งหมาป่าในพงไพร
นางใจเต้นขึ้น กล่าวเงียบๆ นี่ก็เป็นคนโหดเ**้ยมคนหนึ่ง
“หลียาโถ่ว พวกเราควรออกล่าเหยื่อแล้ว” ลู่เสวียนแสดงรอยยิ้มขี้เล่นออกมา ประกายในแววตาระยิบระยับ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์