ทันใดนั้นใบหน้าอ่อนเยาว์ก็เผยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมด้วยแผ่นร้าย ทำให้ลู่เจี้ยยกปลายคิ้วขึ้น นำยาขวดในมือวางไว้โต๊ะข้างเตียง ดูเหมือนว่า เขากำลังจะจากไป
ทว่า ระหว่างที่เขาลุกขึ้นยืน กลับรู้สึกตึงที่ร่างกาย
“จะรีบไปไหน” ฉับพลัน แขนเสื้อกว้างใหญ่ของเขาถูกเจียงหลีดึงไว้
ลู่เจี้ยหันกลับไปมอง เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างก็ทำให้เจียงหลีรู้สึกหัวใจเต้นเร็วขึ้น
ให้ตายสิ! สติสติ! อย่าหลงกลเด็ดขาด! เจียงหลีกัดลิ้นเพื่อควบคุมให้ตัวเองตื่นตัว จะโทษนางจิตตตานุภาพต่ำไม่ได้ ทำได้โทษปีศาจลู่เจี้ย ช่างเป็นลูกรักของสวรรค์เสียจริง สวรรค์เหมือนเอาสิ่งที่สวยงามที่สุดบนโลกนี้ จัดวางไว้ใบหน้าเขา งดงามจนเกินต้านทาน
“หลีเอ๋อร์พักผ่อนก่อนเถิด” ลู่เจี้ยที่หันกลับมาเอ่ยเสียงนิ่ง หลังจบคำกำชับนี่ วินาทีนั้นเจียงหลีเกือบจะเชื่อฟังจนปล่อยมืออย่างง่ายใด
โชคดี การที่นางกัดลิ้นได้ผลจนได้ ทำให้นางตื่นจากใบหน้ารูปงามลู่เจี้ย “อย่ารีบสิ! หากท่านไม่มีเรื่องอะไร งั้นอยู่เป็นเพื่อนข้าได้ไหม” น้ำเสียงอ้อนวอนนี้ เป็นน้ำเสียงนางที่หาได้พบยากนัก แววตาลู่เจี้ยวูบไหว ค่อยๆ หันตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเจียงหลี
นางนอนตะแคงบนเตียง ภายใต้ผ้าห่มไหล่อันหอมกรุ่น ใบหน้าอ่อนเยาว์กลับแฝงความงดงามชวนหลงใหล
โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น แววตาที่มองได้ชัดว่าแฝงด้วยความอ้อนวอนแตกต่างจากปกติของนางอย่างสิ้นเชิง
“ปีศาจน้อย เจ้าคิดวางแผนอะไรอยู่หรือ” ลู่เจี้ยพูดเสียงทุ่มต่ำ นิ้วมือเรียวงามค่อยๆ ยืนออกมาจากแขนเสื้อเข้าหาเจียงหลี
เมื่อเจียงหลีนึกว่าเขาจะลูบแก้มของตนนั้น เขากลับใช้แรงชักแขนเสื้อที่ถูกนางกำไว้ในมือ
ระหว่างที่เจียงหลียังตกตะลึง เขากลับเผยรอยยิ้มที่คาดเดายาก “หลีเอ๋อร์ควรพักผ่อนให้ดี อย่าคิดฟุ้งซ่าน”
“…” เจียงหลีเฝ้ามอง ‘ยาบำรุง’ เดินผ่านไปด้านนอก
ทันใดนั้นนางร้องออมา “โอ้ยย เจ็บ!”
เสียงร้องเจ็บปวดดังมาจากด้านหลัง ทำให้ลู่เจี้ยหยุดชะงักเหลียวมองเล็กน้อย ทำให้เจียงหลีเห็นใบหน้าเพียงครึ่งหนึ่ง เหมือนกำลังลังเลว่าจะหลงกลสาวน้อยด้านหลังไหม
“เจ็บจริงนะเนี่ย” เจียงหลีแอบมองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งไม่ขยับแล้วร้องออกมาอีกครั้ง ลู่เจี้ยก้มหน้าดวงตาลูกแก้วมีความเอือมราอา
เขาหันกลับมาอีกรอบ เดินไปหาสาวน้อยที่เสแสร้งอยู่บนเตียง “หากหลีเอ๋อร์รู้สึกไม่สบายจริง ข้าจะเรียกหมอให้เจ้า”
“ไม่ต้องเรียกหมอหรอก แค่มีท่านก็พอ” ทันทีที่ลู่เจี้ยเข้าใกล้ในรัศมีเจียงหลีก็ไม่ได้รีรอ คว้ามือเขาแล้วดึงอย่างแรง ใช้แรงดึงมากเกินจนแผลบนผิวหนังฉีกมีเลือดแดงซึมออกมา
เลือดสีแดงช่างแสบตายิ่งนัก ลู่เจี้ยหรี่ตาเล็กน้อย จิตใต้สำนึกของร่างกายทำให้เขาไม่คิดจะต่อต้าน ปล่อยให้นางดึงตนไปที่เตียง
ไม่ปล่อยให้ลู่เจี้ยคิดมาก ร่างเล็กได้ปีนขึ้นบนตัวเขาคร่อมไว้ หยุดความคิดเขาอยากจะหนี
“หลีเอ๋อร์ นี่เจ้าคิดทำอะไรหรือ” ลู่เจี้ยมองไปสาวน้อยที่กดเขาไว้ใต้ร่าง จ้องเข้าไปในแววตานางเพื่อค้นความจริง
น่าเสียดาย ที่สาวน้อยเจ้าเล่ห์นี้ไม่ได้เป็นดั่งที่เขาคิด ดวงตาสดใสคู่นั้น ไม่มีอะไรนอกจากภาพสะท้อนเงาของเขา
ได้จดจ่อใบหน้างดงามไร้ที่ติใกล้ชิดเช่นนี่ เจียงหลีอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกครั้ง
เป็นใบหน้าที่งดงามเสียจริง!
“หลีเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการทำเช่นนี้” นำเสียงลู่เจี้ยแหบต่ำลง น้ำเสียงแฝงเน้นด้วยคำเตือน ราวกับว่ากำลังบอกเจียงหลี ผลที่ตามมาจากการกระทำเช่นนี้ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่นางจะรับได้
“จุ๊ๆๆ ท่านอยู่นิ่งๆ” เจียงหลีไม่ใส่ใจคำเตือนของเขา
นางขยับร่างกายขึ้นมาเล็กน้อย กลับละเลยว่าการกระทำนี้จะกระตุ้นลู่เจี้ย ยิ่งไปกว่านั้น เพราะการกระทำของนาง ทำให้ผ้าห่อที่รัดแน่นกับตัวคลายลงเล็กน้อย ยิ่งทำให้สายตาลู่เจี้ยมองลึกเข้าไปอีก
ความประมาทของเจียงหลี กลับทำให้ลู่เจี้ยเผยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ แต่ว่ารอยยิ้มนี่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เจียงหลีไม่ทันได้สังเกต
แต่ว่าลู่เจี้ยก็ไม่เตือนเจียงหลีที่อยู่ในสภาพกระสัน เขาอยากรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้จะทำได้ถึงขั้นไหน
นางทำให้ตนใกล้ชิดกับลู่เจี้ย จนเจียงหลีรู้สึกจมูกเต็มไปด้วยกลิ่นลู่เจี้ย เป็นกลิ่นหอมบางจากยาสมุนไพร
น่าดม หอมมาก ช่างเย้ายวนเหลือเกิน!
ทำให้นางอดไม่ได้ที่อยากลิ้มรสความอร่อยที่หายากบนโลกนี้ นางคิดเช่นนั้น ก็ลงมือทำเลยเช่นเดียวกัน
เจียงหลีขยับริมฝีปากตนเข้าใกล้ สูดกลิ่นไอจากตัวลู่เจี้ย จนทนไม่ไหวกลืนน้ำลายไปอึกนึง
ทันใดนั้น ลู่เจี้ยรู้สึกถึงปลายหูของตนมีไอเปียกชื้น ความร้อนที่พ่นลงบนแก้มเขา ทำให้ร่างกายของเขาแข็งตึง กลิ่นไออันตรายแผ่ออกมา
ผู้หญิงคนนี้ กล้าลงมือจริงเสียด้วย!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์