คนเกือบทั้งหมดบนถนนใหญ่อันคึกคัก และเส้นตรอกซอกซอยหลายสายของเมืองซูหนาน ล้วนแสดงสีหน้าแบบเดียวกัน
ล้วนตกตะลึง
พวกเขาได้ยินอะไรเข้า ประสาทหูต้องผิดปกติแล้วแน่ๆ
ราวกับจะพิสูจน์ว่าหูของพวกเขาไม่ได้ผิดปกติอย่างไรอย่างนั้น เสียงตีฆ้องรัวกลองนั่นดังสนั่นหวั่นไหวอย่างไม่ขาดสายอยู่ทั่วเมืองซูหนาน
“…วันนี้เจียงหลีข้ารับใช้ของตระกูลลู่จะขอถอนหมั้นกับคุณชายเย่ว์หนานซีแห่งตระกูลเย่ว์ ต่อจากนี้ไปทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์ใดเกี่ยวข้องกันอีก จึงขอส่งหนังสือถอนหมั้นนี้ถึงตระกูลเย่ว์ หวังว่าเย่ว์หนานซีแห่งตระกูลเย่ว์จะเคารพด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี และไม่มารบเร้าอีกต่อไป!”
คำประกาศนี้ ไม่มีถ้อยคำสบประมาทแม้แต่น้อย เป็นเพียงการอธิบายเรื่องราว ทว่า ตระกูลลู่กลับส่งคนมาอย่างอึกทึกครึกโครมจนคนทั้งเมืองทราบกันหมด จะส่งหนังสือถอนหมั้นก็ส่งสิ ถึงขนาดต้องมาแห่ขบวนต่อหน้าผู้คน กลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้เชียวหรือนี่
แน่นอน นี่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ
สิ่งสำคัญคือ นี่มันเป็นประเด็นร้อนเลยนี่ หลังจากที่ตกตะลึง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นตามมาราวกับคลื่นน้ำที่โถมซัดจนทำให้เมืองซูหนานจมลงทั้งเมือง
“อะไรนะ นายน้อยเย่ว์มีคู่หมั้นแล้ว และยังเป็นข้าทาสของตระกูลลู่อีก”
“ก่อนหน้านี้นายน้อยเย่ว์ยังรักใคร่หวานชื่นกับหญิงสาวสวยคนหนึ่งอยู่เลยมิใช่หรือ”
“อย่าบอกนะว่า นายน้อยเย่ว์คนนี้กินอยู่ในถ้วยแต่ตามองในหม้อ ทำให้ทาสหญิงของตระกูลลู่เป็นต้องแค้นเคืองใจ ถึงได้โกรธว่าที่สามีเช่นนี้”
“หึๆ ที่น่าสนใจกว่าคือ คู่หมั้นหมายของนายน้อยเย่ว์เป็นเพียงทาสหญิง และเขาเป็นถึงเทียนเจียวในเมืองซูหนานของพวกเรา แต่กลับถูกนางทิ้งเสียเอง”
“ฮ่าๆๆๆ”
“ไม่เลวๆ ผู้ชายถูกภรรยาที่ยังไม่ได้แต่งงานด้วยขอถอนหมั้นก็น่าอัปยศอดสูพออยู่แล้ว นึกไม่ถึงเลยว่า คู่หมั้นคนนี้ยังเป็นแค่ข้าทาสอีก”
“ข่าวนี้มาจากตระกูลลู่ คงมิเป็นเท็จอย่างแน่แท้ ตระกูลเย่ว์นี้ก็เป็นสุนัขรับใช้ดีๆ นี่เอง หวังจะไต่เต้าเทียบเคียงตระกูลลู่ ถึงขนาดกล้าเอาบุตรผู้เป็นหน้าเป็นตาของตระกูลตัวเองไปขอแต่งงานกับทาสของตระกูลลู่เชียว ผลสุดท้าย ก็ถูกนางรังเกียจเสียเอง”
“ฮ่าๆๆ หากข้าคือเย่ว์หนานซี ข้าเกรงว่าหลังจากนี้จะไม่มีหน้าไปพบใครได้อีกแล้ว”
“เหตุใดจึงมีแต่เพียงเย่ว์หนานซีเล่า หลังจากนี้ คนของตระกูลเย่ว์จะเดินในเมืองซูหนานก็ล้วนไร้ซึ่งสง่าราศีแล้วด้วย”
“บันเทิง บันเทิง เป็นเรื่องที่น่าบันเทิงเสียจริง”
“ข้ากลับอยากรู้จักเจียงหลีที่กล้าถอนการหมั้นหมายของตระกูลเย่ว์คนนี้เสียหน่อย ทาสหญิงคนหนึ่งได้แต่งงานกับลูกชายคนโตของตระกูลเย่ว์ ก็สามารถหลุดพ้นจากสถานะทาสได้ ทว่าการแต่งงานเช่นนี้ นางกลับถอนหมั้นโดยไม่เสียดายแม้แต่น้อย ช่างใจเด็ดยิ่งนัก”
“ใช่ๆๆ ข้านับถือทาสหญิงที่องอาจหาญกล้าคนนี้เสียแล้วสิ”
“…”
ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นานา แต่เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่น่าแปลกใจนั้น ล้วนกำลังหัวเราะเยาะตระกูลเย่ว์และเย่ว์หนานซี
การที่ชื่อของเจียงหลีได้ถูกกล่าวขานขึ้นในเมืองซูหนานเป็นครั้งแรกและเป็นไปในทิศทางที่ค่อนข้างดี กลับกลายเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของนาง
“ไปกันเถอะ ตามคนของตระกูลลู่ไปดูฉากอันน่าตื่นเต้นที่จวนของตระกูลเย่ว์กัน”
กลุ่มทหารอารักขาของตระกูลลู่ ถือหนังสือถอนหมั้นที่เจียงหลีเขียนบนมือ พร้อมเดินตีฆ้องรัวกลองสนั่นไปทั่วเมืองซูหนานก่อนหนึ่งรอบ ถึงจะมุ่งตรงไปยังจวนของตระกูลเย่ว์ และด้านหลังของพวกเขา ตามติดมาด้วยผู้คนจำนวนมากที่หวังจะชมเหตุการณ์อันตื่นเต้น
เดิมทีมีกลุ่มคนแค่เพียงไม่กี่สิบคน แต่เมื่อใกล้จะถึงจวนตระกูลเย่ว์ ก็ได้กลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีคนนับพัน ช่างเป็นการถอนหมั้นที่ยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ
คนในตระกูลเย่ว์และเย่ว์ชิงหลิวไม่ทราบเรื่องราวนี้แม้แต่น้อย พอเขาได้ฟังแม่ลูกแซ่เหอบอกเล่าเรื่องที่กลับตาลปัตรจบลง ก็บันดาลโทสะจนตบโต๊ะหักเป็นเสี่ยงในฉาดเดียว
นางหลี่ซื่อตวาดอย่างโมโห “เช่นนั้นท่านจะเอาแต่ดูลูกชายถูกรังแกหรือ”
“นายท่าน ฮูหยิน นายน้อยฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” เวลานี้ มีสาวใช้ออกมาจากห้องด้านในรายงานทั้งสองด้วยความยินดี
เย่ว์หนานซีฟื้นแล้ว?!
ข่าวนี้ทำให้การสนทนาของคนที่อยู่นอกห้องหยุดลง
นางหลี่ซื่อได้ยินว่าลูกชายฟื้นแล้ว จึงรีบเดินเข้าไปห้องด้านใน ในใจเจียงอวี๋ก็คิดอยากจะตามเข้าไปด้วย แต่แม่ของนางได้ส่งสายตาเป็นสัญญาณลับๆ เตือนให้ยั้งก้าวเดินเอาไว้
เย่ว์ชิงหลิวเดินออกประตูข้างนอกไป เพื่อจะรายงานกับคนในตระกูลที่รอฟังข่าวอยู่ ว่า ‘ปลอดภัย’ เพียงแต่ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยคำว่า ‘ปลอดภัย’ นั้นออกไป ก็ได้ยินเสียงแหลมที่ดังมา
“นายท่าน ข้าน้อยได้รับบัญชาให้มายังที่แห่งนี้ เพื่อนำหนังสือถอนหมั้นที่เจียงหลีผู้เป็นทาสของตระกูลลู่เขียนให้แก่เย่ว์หนานซีแห่งตระกูลเย่ว์ เหตุใดจึงยังไม่รีบออกมาพบอีก นายน้อยของตระกูลข้าได้กล่าวไว้ว่า หลังจากนี้จะไม่อนุญาตให้นายน้อยตระกูลเย่ว์ไปรังควานทาสหญิงของท่านอีกต่อไป หากบังอาจฝ่าฝืนอีก จะฆ่าทิ้งไร้ความปราณี!”
“ฆ่าทิ้งอย่างไร้ปราณี!”
“ฆ่าทิ้งอย่างไร้ปราณี!”
เสียงเหล่านี้ที่วนเวียนอยู่ในอากาศและปกคลุมทั้งจวนของตระกูลเย่ว์
เมื่อคนข้างนอกที่ตามมาดูเหตุการณ์ได้ยินดังนั้นก็ต่างงงงวย ได้ยินว่าตระกูลลู่ปกป้องลูกน้องของตัวเองก็จริง แต่คิดไม่ถึงว่านายน้อยตระกูลลู่ถึงขนาดขู่ตระกูลเย่ว์ที่อยู่ในเมืองซูหนานมายาวนานเกือบร้อยปี เพียงเพื่อทาสหญิงคนเดียว
เย่ว์ชิงหลิวก็งงงวยเช่นกัน และที่มึนงงไปพร้อมๆ กับเขาก็คือคนในตระกูลเย่ว์ที่เดิมทียืนรอคอยฟังข่าวของเย่ว์หนานซีอยู่ภายในเรือน
ด้านในห้อง เมื่อเย่ว์หนานซีที่เพิ่งจะฟื้นขึ้นได้ยินคำพูดนี้ ก็โกรธจนใจเดือดเลือดพล่าน แล้วพ่นลมออกมาอย่างแรงด้วยโทสะ ครานี้เขากระอักเลือดออกมาไม่หยุด และหมดสติไปอีกครั้ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์