อวี้เฉิน! “เจียงหลีหรี่ตาลงและพยายามที่จะจับเขากลับมา
แต่ทว่า อวี้ซูได้จับเสื้อของนางไว้แน่นไม่ปล่อยให้นางออกตัวไปได้
เจียงหลีหันสายตามองไปที่นาง
ใบหน้าเล็กๆ เริ่มซีดจางของอวี้ซูกำลังเครียดเขม็ง เนื่องจากการกลั้นน้ำตาของนาง ปากก็พลอยสั่นไปด้วย “แม่นาง ปล่อยให้เขาไปเถอะ นี่เป็นสิ่งที่พวกข้าจะต้องทำอยู่แล้ว”
เจียงหลีกัดฟันแน่นและจ้องไปที่นาง พร้อมกับถามนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เจ้ารู้หรือไม่ถ้าเขาไปมันจะหมายความว่าอย่างไร”
อวี้ซูหัวเราะอย่างมีเลศนัย “ข้ารู้ ถ้าหากสามารถตายแทนแม่นางได้ก็คุ้มแล้ว”
“ปล่อยข้า เขาไม่จำเป็นต้องตายด้วยซ้ำ” เจียงหลีพูดเสียงแข็ง
อวี้ซูส่ายหัวอย่างสุดความสามารถ “แม่นาง รีบหนีไปเถอะ อย่าทำให้น้ำใจของอวี้เฉินนั้นเสียเปล่าเลย”
คำพูดของนางเพิ่งจะจบลง ก็ได้ยินเสียงตะโกนของอวี้เฉิน ที่กำลังดึงดูดความสนใจของเหล่าทหารจากระยะไกล “ข้าอยู่นี่! พวกเจ้าเข้ามาสิ!”
เจียงหลีสัมผัสได้ถึงร่างกายที่กำลังสั่นเทาของอวี้ซูได้อย่างชัดเจน
แต่ทว่า หญิงสาวที่แข็งแกร่งผู้นี้ ก็ได้ลากนางไปทางเข้าสู่ภูเขาอย่างรวดเร็ว
ข้าเป็นเพียงบุคคลที่มาเยือนโลกนี้เท่านั้นเอง ไม่ใช่เจียงหลีตัวจริง… เจียงหลีที่กำลังถูกอวี้ซูจับมือวิ่งหนีอยู่นั้น ได้พูดความในใจออกมา
แต่ก่อน นางมองโลกนี้ราวกำลังดูละครอยู่ตลอดเวลา จุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียวของนางก็คือการกลายเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ หลังจากนั้นค่อยหาทางออกจากที่นี่
แม้กระทั่ง เรื่องหายนะในอีกสามร้อยปีต่อมาที่วิญญาณตนนั้นพูดถึง นางก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะเกี่ยวข้องกับนางเลยแม้แต่น้อย
แต่ทว่า เพราะเหตุใดกัน ทั้งๆ ที่นางเป็นเช่นนี้ แต่ก็ยังมีคนอื่นที่คอยเสียสละเพื่อนางอยู่เสมอ
การปกป้องจากลู่เจี้ย การดูแลเอาใจใส่ของเจียงเฮ่าแล้วก็ลู่เสวียน อวี้ซู อวี้เฉิน…ถ้าหากว่าการดูแลเอาใจใส่ของเจียงเฮ่า เป็นเหมือนเพียงความรักที่มีต่อน้องสาวนั้น แล้วลู่เจี้ยล่ะ เขารู้แต่ต้นอยู่แล้วว่าตนไม่ใช่เจียงหลีตัวจริง เจียงหลีที่ลู่เสวียนพวกเขารู้จัก ก็เป็นตัวนางเอง!
โลกนี้ช่าง…โลกนี้ช่าง…
ถ้าหากมีคนเสียสละเพื่อนาง สามารถทำเพื่อนางได้โดยไม่ห่วงอะไรเลยเมื่อไหร่ เมื่อนั้นนางก็จะไม่สามารถแยกออกจากโลกนี้ได้อย่างสิ้นเชิง
อ้ากก!
เสียงกรีดร้องจากทางด้านหลัง ทำให้อวี้ซูสะดุ้งและหยุดอยู่กับที่
เจียงหลีเองก็หยุดตามการเคลื่อนไหวของนาง
นางมองไปที่หญิงสาวที่กำลังหันหลังให้นางอยู่นั้น ก็เห็นถึงไหล่ทั้งสองของนางที่กำลังสั่นอยู่
“ไปซะ!” เสียงของอวี้ซูลอยมา นางไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง จับมือเจียงหลีวิ่งต่อไป เมื่อจดจ่ออยู่กับแผ่นหลังบางๆ ของหญิงสาวผู้นี้ เจียงหลีก็รู้สึกถึงลำคอที่เหมือนถูกปิดกั้นไว้ของนาง จมูกที่เริ่มตันและดวงตาที่เริ่มเจ็บและไม่สบายของนาง
เสียงร้องของอวี้เฉินค่อยๆ หายไป
เสียงเย้ยหยันของเหล่าทหารพวกนั้น ก็ค่อยๆ ห่างไกลออกจากใบหูของเจียงหลี
อวี้เฉินดึงดูดความสนใจของเหล่าทหารได้สำเร็จ ส่วนอวี้ซูก็วิ่งต่อไปโดยไม่ห่วงใดๆ ทั้งสิ้นและพานางเข้าสู่ภูเขาลูกนั้นได้สำเร็จ
หลังจากเข้าไปยังภูเขาแล้ว เจียงหลีก็ได้สะบัดมือของอวี้ซูออก และหันตัวกลับแล้ววิ่งไปยังยอดภูเขาลูกหนึ่ง
“แม่นาง!” อวี้ซูตกใจพร้อมกันหันกลับและวิ่งตามหลังเจียงหลีไป
เจียงหลีว่องไวมากราวกับสายลมในป่าเขา ใบหน้าอันเล็กของนางยังคงเคร่งเครียดอยู่ ศักดิ์ศรีที่นางไม่เคยคิดถึงมาก่อนค่อยๆ ปรากฏขึ้นในสายตาของนาง
อวี้เฉินนั้น ช่วยไว้ไม่ได้แล้วอย่างแน่นอน
แต่นางต้องไปเห็นสภาพของอวี้เฉินครั้งสุดท้ายด้วยตาของนางเอง!
เจียงหลีได้หมอบลงบนยอดเขา ใช้กายภาพของภูเขาปิดบังร่างกายของนางไว้ ตำแหน่งนี้สามารถมองเห็นสถานการณ์นอกภูเขานั้นได้
ที่ตรงนั่น มีเหล่าทหารกำลังขี่ม้าวนรอบๆ ที่เดิม ธุลีที่ฟุ้งขึ้นมาทำให้ตาของนางพร่ามัว
อวี้เฉินล่ะ เจียงหลีพยายามมองหา
ในขณะที่เจียงหลีกำลังพาอวี้ซูเดินทางลัดเพื่อกลับไปยังเมืองซูหนานอยู่นั้น มู่เจิ้งเฟิงได้ออกคำสั่งให้คนไปตรวจสอบขุนนางของตระกูลลู่ แต่ก็พบเพียงซากปรักหักพังที่ถูกไฟไหม้เท่านั้น
ทั้งในและนอกเมืองซั่งตู เพื่อที่จะจับตัวลู่เจี้ยและเจียงหลีตอนนี้ผู้คนต่างก็พากันเคียดแค้น ผู้บริสุทธิ์บางคนก็ต้องถูกพัวพันไปด้วย
ลู่เสวียนยังคงอยู่ที่ซั่งตู เขาไม่ได้เร่งรีบที่จะออกจากที่นี่ เพียงแค่หลบตัวอยู่ในที่ลับและเริ่มแก้แค้นด้วยวิธีของเขาเอง
หม่าหยวนจย่าที่ถูกเจียงหลีเก็บไว้ก็คอยคุ้มกันเขา และร่วมมือกับเขาอย่างเปิดเผย ทำให้สามารถลอบสังหารสมาชิกราชวงศ์ที่อยู่ต่างแดนได้ไม่น้อยเลย
กองทัพของจักรวรรดิได้ล้อมรอบสถาบันไป๋หยวนไว้เป็นเวลาห้าวัน แต่ทว่าข้างในสถาบันไป๋หยวนก็ยังเงียบกริบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม้แต่คนจากสำนักหลิงอู่ก็ยังมายั่วยุเขา ท้ายสุดก็ถูกหนานอู๋เฮิ่นโต้ตอบกลับไปอย่างไม่ใยดี
ในช่วงเวลาแห่งความโกลาหลนี้มีกลุ่มคนลึกลับกลุ่มหนึ่งกำลังนำพากลุ่มคนที่ยากลำบากค่อยๆเข้าใกล้ซั่งตูตามคำสั่งของลู่เจี้ย
ในที่สุดวันที่เจียงหลีถึงเมืองซูหนานก็มาถึง คุณชายในซั่งตูก็เฝ้ามองฝนตกปรอยๆ ทางนอกหน้าต่าง และกล่าวกับสหายผู้มาเยือนว่า “ลมเปลี่ยนฟ้าก็เปลี่ยน”
…
ใบประกาศเกี่ยวกับตระกูลลู่ ได้แขวนอยู่ทั่วเมืองซูหนาน
เจียงหลีในฐานะสาวใช้ของตระกูลลู่ในตอนนั้น ได้ปลุกปั่นทั่วเมืองซูหนานจนตอนนี้ผู้คนต่างก็รู้จักนางแล้ว ขณะนี้นางไม่สามารถเข้าไปได้อย่างโจ่งแจ้งแล้ว
หลังจากอวี้ซูได้ทำการปลอมตัวแล้วนั้น พวกเขาก็กลับไปที่จวนลู่เลยทันทีและได้เห็นซากปรักหักพังที่ถูกไฟไหม้ด้วยตาของพวกเขาเอง
จวนตระกูลลู่ที่ใหญ่โตเมื่อก่อนถึงตอนนี้เหลือเพียงแค่ซากแล้ว
คนในตระกูลลู่ล่ะ
แล้วลู่เจี้ยล่ะ
ในขณะที่เจียงหลีกำลังงุนงงอยู่ ทันใดนั้นก็มีมือๆ หนึ่งตบลงบนหัวไหล่ของนาง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์