“แม่ทัพเฉิง” หรงเทียนเผิงเข้ามาหาตรงหน้าและทักทายเขาอย่างขอไปที
เรื่องยังไม่ทันแล้วเสร็จ เขาก็เริ่มแสดงออกถึงความเย่อหยิ่งราวกับตนเป็นจักรพรรดิ
แม่ทัพเฉิงหัวเราะเยาะในใจ แสดงรอยยิ้มขี้ประจบ “ยินต้อนรับด้วยความเคารพประมุขตระกูลหรง ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว จากที่นี่ไปสามารถเข้าส่วนในของพระราชวังได้โดยตรง”
“แม่ทัพเฉิงท่านทำได้ไม่เลวนัก” หรงเทียนเผิงรู้สึกถึงผลประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง
เขายกมือขึ้นและทุกคนในตระกูลหรงก็ตรงเข้าไปที่ประตูวัง
ภายในประตูวังมีสนามต่อสู้ขนาดใหญ่ ในเวลานี้สนามต่อสู้นั้นเงียบงัน อีกด้านหนึ่งของสนามต่อสู้ ประตูที่ตรงไปสู่พระราชวังก็เปิดออกเช่นกัน ตราบใดที่ผ่านเข้าไปก็สามารถเข้าไปถึงในวังได้
หรงเทียนเผิงมองไปที่ทางตรงด้วยความตื่นเต้นในใจ
“เชิญ ประมุขตระกูลหรง” แม่ทัพเฉิงกล่าวเชิญ
ดวงตาของหรงเทียนเผิงเป็นประกายและเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของแม่ทัพเฉิง เผยให้เห็นร่องรอยของความตื่นตัว เขายิ้มและพูดกับแม่ทัพเฉิง “แม่ทัพเฉิงเชิญก่อนเถอะ ข้าไม่คุ้นเคยกับวังนี้ หากข้าเดินนำไป ข้ากลัวว่าจะหลงทางและจะเสียเวลาในการทำการใหญ่”
จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ แม่ทัพเฉิงหัวเราะเยาะในใจ เขาไม่ได้ปฏิเสธการหยั่งเชิงของหรงเทียนเผิง แต่เดินตรงไป “ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ข้าจะเป็นผู้นำทางให้กับตระกูลหรงเอง”
เมื่อเห็นเขาเดินตรงไปโดยไม่ลังเลทำให้หรงเทียนเผิงรู้สึกโล่งใจ
เขากวักมือเรียกคนในตระกูลหรงก็ติดตามเขาอย่างใกล้ชิดและเดินตามทางตรงไปจนสุด ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือนสติ “หลังจากที่เข้าไปแล้ว อย่าลืมว่าทุกอย่างต้องระวังให้ดี”
ทางเส้นตรงนี้แคบมาก สามารถรองรับรถม้าหลวงได้เพียงสองคันเท่านั้น กําแพงทั้งสองด้านสูงประมาณร้อยจั้ง ความสูงเช่นนี้ ต่อให้เป็นหลิงไซว่ก็ยากที่จะเหาะออกไปได้
นอกจากนี้เส้นทางตรงนี้ยังยาวมาก ทางที่ลึกนี้เพียงพอที่จะให้ทุกคนในตระกูลหรงเข้าไปได้
เสียงฝีเท้าอย่างระมัดระวังสะท้อนไปในเส้นทางตรงอย่างต่อเนื่อง
ความรู้สึกที่เงียบสงัดจนเกินไปนี้ทําให้หัวใจของหรงเทียนเผิงเกิดความกังวลขึ้น เขามองแม่ทัพเฉิงที่เดินนําหน้าด้วยแววตาดุดัน แต่กลับเห็นเขายังคงเดินนําหน้าอย่างสบายๆ แผ่นหลังสง่าผ่าเผยไม่มีการป้องกันใดใด
หรือข้าจะคิดมากไป หรงเทียนเผิงพึมพําอยู่ในใจ
ทางด้านหรงอวี้ เขาไม่เป็นกังวล ตราบใดที่เขาสามารถเข้าใกล้จักรพรรดินี ระหว่างที่ทั้งสองใกล้ชิดกันก็มีโอกาสมากมายที่จะลอบวางยา นอกจากนี้ถ้าเขาทำไม่สําเร็จ เขาจะไม่ปล่อยระเบิดควันแน่นอน
หรงเทียนเผิงตั้งสติและเร่งฝีเท้า
ในที่สุดเขาก็เห็นประตูใหญ่อีกบานของเส้นทางตรงนี้
ประตูใหญ่นั้นปิดอยู่ราวกับกําลังกวักมือเรียกเขา ขอเพียงเขาเข้าไปก็จะสามารถขึ้นสู่บัลลังก์และกลายเป็นคนที่มีอํานาจในใต้หล้านี้ได้!
ความปรารถนากระหายต่ออํานาจนั้นทําให้หรงเทียนเผิงตื่นเต้นขี้นมา
เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า แม่ทัพเฉิงที่เดินนําทางอยู่ด้านหน้านั้น กำลังพลันเร่งความเร็วขึ้น เมื่อกระโดดก็ข้ามไปยังหลังประตูที่ปิดเอาไว้อยู่
เคร้งๆ!
ในชั่วขณะที่เขากระโดดออกไป ประตูเหล็กที่แข็งกระด้างก็ร่วงหล่นลงมาจากกําแพงเมือง กระแทกเข้ากับทางเดินอย่างแรงที่ขวางทางออกเอาไว้
โครม!
ประตูเหล็กร่วงหล่นลงมา สั่นสะเทือนจนเกิดรอยร้าวบนพื้น
หรงเทียนเผิงถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว แล้วคิดในใจว่า ไม่ได้การแล้ว!
ในขณะนั้นเอง แสงไฟหลายๆ ดวงได้ทำลายความมืดในยามค่ำคืน ทําให้ทางเส้นตรงนี้สว่างไม่ต่างกับในเวลากลางวัน
โครม!
มีเสียงโครมดังขึ้นอีกครั้ง
“อย่าพูดจายกย่อองความโลภของเจ้าอย่างมีเกียรติเช่นนี้เชียว” เจียงหลีกล่าวเย้ยหยัน “ใต้หล้านี้ ยังคงมีผู้มีพรสวรรค์อาศัยอยู่ ไม่ว่าชายหรือหญิง เพียงแค่มีความสามารถและกล้าแบกรับภาระ สามารถแบกรับโลกนี้เอาไว้ได้ พวกเขาล้วนสามารถเป็นจักรพรรดิได้ แม้ว่าเจ้า หรงเทียนเผิงจะเป็นผู้ชาย แต่ในสายตาของข้า แม้แต่หญิงรับใช้ข้างกายข้า เจ้ายังไม่สามารถเทียบได้แม้แต่ปลายเล็บ เจ้าเป็นแค่หนอนน่าสงสารที่ถูกควบคุมโดยความโลภของเจ้าเอง”
“เจ้า!” สีหน้าของหรงเทียนเผิงซีดเผือด เขารู้ว่าเจียงหลีมีปากที่ร้ายกาจ แต่ไม่รู้ว่ามันจะร้ายกาจถึงเพียงนี้
“เจ้าคิดว่า คืนนี้จะจบลงเยี่ยงนี้หรือ” หรงเทียนเผิงกล่าวอย่างไม่พอใจ
เจียงหลียิ้มเยาะ “ถ้าเจ้าหมายถึงตระกูลที่สัญญาว่าจะร่วมกบฏกับเจ้า และแผนอื่นที่วางไว้ ข้าสามารถบอกเจ้าได้เลยว่ามันจบลงแล้วจริงๆ”
ดวงตาของหรงเทียนเผิงเบิกกว้างและมองไปที่เจียงหลีอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทําไมเขาถึงรู้สึกว่า แผนการทั้งหมดของเขาถูกหญิงสาวตรงหน้ามองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
มันเป็นผู้ใด!
ผู้ใดกันที่เป็นคนทรยศ!
แววตาของหรงเทียนเผิงดุดันขึ้น เขารู้สึกว่าต้องมีคนทรยศเขาและบอกแผนการทุกอย่างกับจักรพรรดินี คนที่ผุดขึ้นมาในใจของเขาก็คือ บุตรชายที่เขาภาคภูมิใจมาตลอดอย่างเช่น…หรงจิ่ง!
หรือจะเป็นเขาจริงๆ! ดวงตาของหรงเทียนเผิงเต็มไปด้วยความโกรธ
“หรงเทียนเผิง ยังไม่ยอมถูกจับอีกหรือ” เสียงของลู่จ้านดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง
ดวงตาของหรงเทียนเผิงเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมและกล่าวด้วยสีหน้าดุดัน “ตระกูลหรงของข้าสาบานว่าถึงตายก็ไม่ยอมแพ้! ฆ่ามันนนน!”
“ช่างโง่เขลาเสียจริง” เจียงหลียืนบนกําแพงและไขว้มือไว้ข้างหลัง เมื่อได้ยินคําสั่งของหรงเทียนเผิง แววตาก็เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
กําแพงสูงตระหง่านประหนึ่งภูเขาใหญ่ นอกจากยอดฝีมือไม่กี่คนที่สามารถขึ้นไปได้ แล้วคนอื่นๆ ในตระกูลหรงจะขึ้นไปได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม เมื่อยอดฝีมือกลุ่มนั้นพุ่งเข้าไป ก็ถูกยอดฝีมือของตระกูลลู่หยุดยั้งเอาไว้ไม่สามารถพลิกผันได้แน่นอน
“อ้ากกก! สวรรค์กําลังจะล้มล้างตระกูลหรงของข้า!” หรงเทียนเผิงคํารามด้วยความโกรธ
แต่เจียงเหล่ตามองเขา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจขัดขืนได้ “ผิดแล้ว เป็นข้าเอง ที่ต้องการจะล้มล้างตระกูลหรงของเจ้า เป็นตระกูลหรงของเจ้าต่างหากที่สร้างความพินาศให้ตัวเอง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์