เข้าสู่ระบบผ่าน

ราชินีพลิกสวรรค์ นิยาย บท 335

ทำไมหรือ

เจียงหลียิ้มและพูดเสียงเบา “อีกไม่นานก็รู้แล้ว”

ลู่เสวียนเม้มปาก พยักหน้าไม่พูดจา

“ฮ่าๆๆ…”

จงเจิ้งเหยี่ยหัวเราะแล้วเดินมาทางพวกเขา เจียงหลีหลบสายตา เดินถอยไปด้านหลังแบบเงียบๆ ซึ่งดูไม่โดดเด่น

“หยวนหวัง ยินดีต้อนรับสู่เมืองชิ่งตู” ท่าทีของจงเจิ้งเหยี่ยก็ดูถ่อมตัวและสุภาพเสมอ ท่าทีที่แสดงออกตลอดทาง ทำให้เจียงหลีต้องยอมรับว่าเขาเกิดมาเพื่อเป็นนักการทูตโดยเฉพาะ

ขณะที่ไป๋เซี่ยงไท่ ยังคงมีสีหน้าเช่นเดิมเดิม ในระหว่างทางเกือบจะไม่เคยมาเป็นฝ่ายสนทนากับลู่เสวียนก่อนเลยและมิได้ทำสีหน้าอะไรที่ดีนัก

ใบหน้าของลู่เสวียนมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น เอ่ยถามขึ้นอย่างประหลาดใจ “ใต้เท้าจงเจิ้งเหยี่ย พิธีต้อนรับยิ่งใหญ่มาก ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก”

“หยวนหวังถ่อมตัวไปแล้ว ท่านฐานะสูงศักดิ์ พวกท่านเหมาะสมที่จะได้รับพิธีตอนรับอย่างสูงสุดจากชาวเป่ยโหรว” จงเจิ้งเหยี่ยยิ้มกริ่มเอ่ย

ลู่เสวียนยิ้มอย่างถ่อมตัว เอ่ยถามขึ้นอย่างอำเภอใจ “อ่อ เช่นนั้นหรือ ข้ามาเยือนใช้พิธีต้อนรับสูงสุดแล้ว หากเป็นจักรพรรดินีของเรามาเยือน เป่ยโหรวจะต้อนรับนางอย่างไร”

ถามได้ดี! เจียงหลีที่ยืนหลบสายตาอยู่ด้านหลังลู่เสวียน ชื่นชมสติปัญญาของลู่เสวียนในใจ

ประโยคลองเชิงนี้ ต่อให้เป็นคำตอบจากจงเจิ้งเหยี่ย แต่ก็สามารถคาดเดาเรื่องต่างๆ ได้มาก

มาถึงเมืองชิ่งตูแล้ว เจียงหลีไม่เชื่อว่าจงเจิ้งเหยี่ยจะไม่หลุดสิ่งที่คิดไว้ออกมาเลยแม้แต่น้อย

เป็นจริงอย่างที่คาดไว้ หลังจากจงเจิ้งเหยี่ยได้ยินสิ่งที่ลู่เสวียนพูดจบ ก็หัวเราะอย่างออกรส “นี่…เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ของข้าทรงคิดพินิจ ในอาณาจักรจยาเซียน คนที่เหมาะสมจะได้รับการต้อนรับอย่างสูงสุดจากเป่ยโหรว มีเพียงหยวนหวังเพียงผู้เดียว”

หึ!

ดวงตาเจียงหลีมองต่ำ และมีแสงประกายอันดุดันกวาดผ่าน

ลู่เสวียนตกใจจนถอดสีหน้าทันที “เรื่องแบบนี้เอามาพูดส่งเดชไม่ได้”

การแสดงที่ยอดเยี่ยมของเขา ทำให้เจียงหลีเหลือบดวงตาขึ้น เพื่อสังเกตเขาอย่างรวดเร็ว ยิ้มบางๆเพื่อเก็บอารมณ์ และยืนรออยู่เงียบๆ

จงเจิ้งเหยี่ยก็ถอนหายใจ ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่พูดกับลู่เสวียนว่า “หยวนหวัง ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม”

“…” ไม่เป็นธรรมหรือ อะไรไม่เป็นธรรม!

ลู่เสวียนมึนงงเล็กน้อย

แต่จงเจิ้งเหยี่ยก็ตัดสินใจที่จะไม่พูดต่อ เขาเดินนำลู่เสวียนเดินเข้าประตูเมือง เพื่อให้รับรู้ถึงการต้อนรับที่เป็นมิตรของราษฎรเป่ยโหรว

ลู่เสวียนเดินไปถึงตรงหน้าของหญิงรับใช้ผู้งดงามที่ถืออ่างทองแดงไว้อยู่ จงเจิ้งเหยี่ยส่งสัญญาณ ล้างมือเอาทรายออก แล้วรับสุราชั้นยอดมาดื่ม เพื่อคลายความเหนื่อยล้า หลังจากนั้น ก็เดินไปเหยียบผ้าสีแดง เดินเข้าประตูเมืองชิ่งตู

“หยวนหวัง ท่านนี้คือเฉิงหวัง เป่ยเหมินเจวี๋ย วันนี้ เฉิงหวังเป็นตัวแทนของฮ่องเต้มาต้อนรับหยวนหวัง” จงเจิ้งเหยี่ยที่ยืนข้างลู่เสวียน แนะนำเขา

ลู่เสวียนมองไปทางชายหนุ่มวัยกลางคนที่ยืนตรงข้ามเขา รูปร่างสูงใหญ่ ลมปราณมีพลัง ลักษณะดูเข้มแข็งอดทน ดวงตาดูสงบนิ่ง ทำให้มีความรู้สึกว่าน่าเกรงขามและน่าเคารพยำเกรง

“ที่แท้ก็คือเฉิงหวัง!” ลู่เสวียนยกมือขึ้นแสดงความเคารพ ตอนมา เจียงหลีส่งคนให้มาอบรมเขาเกี่ยวกับข้อมูลของเป่ยโหรว

เฉิงหวังผู้นี้เป็นน้องชายร่วมมารดาของฮ่องเต้เป่ยโหรว สองพี่น้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก เมื่อสมัยนั้นเป่ยเหมินเวยฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรวสามารถขึ้นครองราชย์ได้อย่างราบรื่น ก็เพราะได้รับการช่วยเหลืออย่างสุดกำลังจากเฉิงหวังผู้นี้

เฉิงหวังเป็นจุดกำเนิดของมังกร แล้วยังมีกองทัพทหารครึ่งหนึ่งของเป่ยโหรวอยู่ในมือ เป็นบุคคลที่มีอำนาจอย่างแท้จริง เป็นผู้มีฐานะสูงส่งของเป่ยโหรว เป็นรองเพียงฮ่องเต้เป่ยโหรวเท่านั้น

บุคคลเช่นนี้ คาดไม่ถึงเลยว่าจะมาต้อนรับลู่เสวียนด้วยตนเอง ความเป็นมิตรโดยเกินความเหมาะสมนี้ ทำให้คนที่แอบมองทั้งหมดอยู่อย่างเจียงหลีรู้สึกว่าเป่ยโหรวคิดทำการณ์ใหญ่มิน้อย

“หยวนหวังเดินทางมาไกล ตลอดทางคงลำบาก ภายในวังจัดงานเลี้ยงต้อนรับไว้แล้ว รอคอยให้หยวนหวังเดินทางมาถึง เวลานี้ยังเช้าอยู่ เชิญหยวนหวังไปพักที่เรือนรับรองสี่ทิศก่อน เมื่อถึงเวลาแล้ว ข้าจะนำหยวนหวังเดินทางไปพร้อมกับข้า” เฉิงหวังฐานะสูงส่ง หากพูดตามความจริงไม่จำเป็นต้องพูดกับหวังที่อายุน้อยอย่างลู่เสวียนแบบเกรงใจเช่นนี้ก็ได้ โดยเฉพาะลู่เสวียนที่แทบจะไม่มีอำนาจอะไรในมือ แต่ว่า เขายังคงสามารถวางมาด มาต้อนรับตามพิธี โดยมิได้กลั่นแกล้งกัน

กลุ่มคนจากราชวงศ์จยาเซียนเดินตามเฉิงหวังไปยังเรือนรับรองเป็นขบวนใหญ่

หลังจากจัดการเรื่องรับรองเสร็จ เฉิงหวังเป่ยเหมินเจวี๋ยเรียกจงเจิ้งเหยี่ยมาที่ลับตาคน เอ่ยถามอย่างเบาเสียง “ส่งคนไปตรวจสอบ คนข้างกายของหยวนหวังว่าแม่นางเซ่าจวินปรนนิบัติเขามาหลายปีจริงหรือไม่”

จงเจิ้งเหยี่ยรู้สึกลำบากใจ “ท่านเฉิงหวัง ราชวงศ์จยาเซียนมีการกวาดล้างภายในถึงหลายครั้ง คนที่พวกเราส่งไปสืบก็ถูกจับได้จำนวนไม่น้อย ลู่เสวียนคนนี้ก็ดูเก็บตัวเงียบๆ มาโดยตลอด หากจะสืบเรื่องนี้เกรงว่าจะใช้เวลาไม่น้อย”

เป่ยเหมินเจวี๋ยคิ้วกระตุก สีหน้าดูผิดไป

จงเจิ้งเหยี่ยก็สังเกตเห็นสีหน้านั้น จึงรีบเอ่ยถามขึ้น “ท่านเฉิงหวังสงสัยในตัวเซ่าจวินหรือพ่ะย่ะค่ะ”

เป่ยเหมินเจวี๋ยค่อยๆ พยักหน้า “แค่รู้สึกว่า ลู่เสวียนดูใส่ใจนางเป็นพิเศษ”

“หากเป็นเช่นนี้…” จงเจิ้งเหยี่ยลังเลชั่วครู่ ถึงจะเอ่ย “ไปสอบถามกับท่านชายจิ่งได้หรือไม่ เขาอยู่ในอาณาจักรจยาเซียนมาหลายปี คงจะรู้เรื่องราวของตระกูลลู่ละเอียดกว่าพวกเรา”

“เขาหรือ” เป่ยเหมินเจวี๋ยสายตาดุดันและพูดอย่างดูหมิ่น “ลองไปถามดู”

จงเจิ้งเหยี่ยพยักหน้า “ข้าจะรีบหาโอกาสไปถามท่านชายจิ่งด้วยตนเองอย่างเร็วที่สุด”

“อืม ก่อนที่จะรู้ความจริงทั้งหมด ส่งคนไปคอยจับตาเซ่าจวินนั้นไว้” เป่ยเหมินเจวี๋ยกำชับ

ความมืดยามค่ำคืนมาเยือน โคมไฟในชิ่งตูถูกจุดให้สว่าง และดูคึกคักไม่น้อย

ลู่เสวียนนั่งอยู่บนรถม้า มองความคึกคักบนท้องถนนอย่างอยากรู้อยากเห็น เป่ยเหมินเจวี๋ยไปส่งเขาด้วยตนเอง และมุ่งหน้าไปยังพระราชวังของเป่ยโหรว…

………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์