ปัง!
ท่าทางตะเกียกตะกายและหน้าถูลู่ถูกังบนพื้นกลายเป็นกากเดนของไป๋เซี่ยงเลี่ยเหมือนหมาจนตรอก
เขาอยากลุกขึ้นมาแต่เจียงหลีกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาแล้วยกเท้าเหยียบกลางหลังเพื่อไม่ให้เขาขยับไปไหนได้
ไป๋เซี่ยงเลี่ยพยายามเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงสาวที่อยู่เบื้องสูง นางไพล่มือไว้ข้างหลัง มีสีหน้าเย็นชาและแววตาเต็มไปด้วยความทระนงเหนือผู้ใดที่กำลังจ้องมองเขาอย่างเยือกเย็นราวกับว่าเขาเป็นมดก็มิปาน
สายตาของเจียงหลีช่างเย็นชา ไป๋เซี่ยงเลี่ยในสายตาของนางเปรียบเสมือนคนที่ตายไปแล้ว “เจ้าสมควรตาย” ในน้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับกำลังตัดสินคดี
นางไม่ถึงกับแค้นไป๋เซี่ยงเลี่ย แต่ไอสังหารยิ่งหนักรุนแรงขึ้น
เพราะว่าภาพจุดอ่อนของลู่เจี้ยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในใจของเธอ ตอนที่นางออกจากอาณาเขตหลิงอู่แล้วกลับไปจวนตระกูลลู่ สภาพลู่เจี้ยอ่อนแรงมาก
เขาในตอนนั้น เนื่องจากเสียแรงในอาณาเขตหลิงอู่มากเกินไปจึงทำให้อ่อนแอเช่นนี้
เป็นเพราะไป๋เซี่ยงเลี่ย เป็นเพราะพวกเขา!
หากไม่ใช่เพราะพวกเขา ลู่เจี้ยจะสูญเสียพลังจิตได้อย่างไร
“อย่า อย่าฆ่าข้า” ความกลัวความตายทำให้ความเกลียดแค้นในดวงตาของไป๋เซี่ยงเลี่ยหายไปอย่างสมบูรณ์ อย่างน้อยในตอนนี้เขาไม่กล้าที่จะชิงชังเจียงหลีและเขาก็ไม่กล้าที่จะฆ่านางอีกต่อไป ความหวังเดียวของเขาตอนนี้คือเจียงหลีจะปล่อยเขาไปและไว้ชีวิตเขา
ขอแค่มีชีวิตอยู่ ต่อให้ต้องเป็นหมารับใช้เจียงหลีเขาก็ยอม!
“ไม่ให้ฆ่าเจ้าหรือ” เจียงหลียิ้มเหยียดหยัน “เก็บเจ้าไว้จนถึงปีใหม่หรือไร” นางยกเท้าขึ้นแล้วเหยียบลงไปที่ท้องของไป๋เซี่ยงเลี่ยอีกครั้ง
พลังที่รุนแรงพุ่งเข้าสู่ท้องของไป๋เซี่ยงเลี่ย อวัยวะภายในของเขาดูเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายได้ทำให้เขาตายทั้งเป็น
จากนั้นเจียงหลีได้ปิดผนึกเส้นเสียงของเขาเพื่อที่เขาจะได้ไม่มีโอกาสกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ปังๆๆ!
เจียงหลีใช้วิธีที่หยาบคายที่สุดในการจัดการกับเขาและเขาทำได้เพียงอดทนต่อการโจมตีของเจียงหลีเหมือนสุนัขที่ตายแล้วไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหอน
กร็อบๆ!
เสียงกระดูกหักยังคงดังขึ้นหลังจากถูกเจียงหลีทารุณเป็นเวลานาน ทั้งร่างของไป๋เซี่ยงเลี่ยไม่มีกระดูกที่สมบูรณ์แล้ว
เขานอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นดินเละแฉะเหมือนแอ่งโคลน
ด้วยความทรมานเช่นนี้ ตอนนี้เขาแค่อยากตายอย่างรวดเร็วและไม่มีความคิดที่จะมีชีวิตรอดอีกต่อไปเขาไปทำกรรมอะไรไว้หนอ
จนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของหญิงสาวด้วยซ้ำ
แค่ก!
ลำคอของไป๋เซี่ยงเลี่ยที่ถูกผนึกเกิดเสียงที่น่ารังเกียจ ไม่ใช่ว่าเขากำลังพูด แต่เป็นเสียงเท้าของเจียงหลีที่เหยียบคอของเขาจนลูกกระเดือกแตก
เขามองไปที่หญิงสาวด้วยสายตาที่พร่ามัวและไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนเขาก็เห็นเพียงเงาร่างที่พร่ามัวท่ามกลางสีเลือด
ส่วนหญิงสาวตกลงมาจากที่สูงแล้วทุบไปที่ส่วนลึกถึงแก่นวิญญาณของเขา…
“ข้าขอภาวนาให้เจ้าอย่าได้เจอะได้เจอข้าในชาติหน้าอีก มิฉะนั้น ข้าก็ยังจะฆ่าเจ้าตายซ้ำอีกครั้ง!”
แกร็ก!
นางออกแรงที่เท้าแล้วเหยียบไป๋เซี่ยงเลี่ยจนคอหัก
“เจ้าไม่ต้องฆ่าเขาก็ได้ เก็บเขาไว้ถึงจะเป็นหลักฐานได้ว่าเจ้าไม่ได้ฆ่าคนพวกนี้ ฆ่าเขาตาย บาปที่ฆ่าคนพวกนี้ก็จะไปตกอยู่ที่ตัวเจ้านั่นแหละ” หลังจากความเงียบและว่างเปล่า เงาร่างของเงาก็ค่อยๆ มาปรากฏตัวที่ด้านหลังของเจียงหลี
เจียงหลีไม่มีคลื่นอารมณ์ใดๆ นางมองเข้าไปในป่าหมอกและพูดอย่างเย่อหยิ่ง “แล้วจะทำไม”
แล้วจะทำไม่อย่างนั้นหรือ
หลังจากที่ลู่เสวียนฟื้นฟูพลังก็รีบกลับที่เรือนรับรองพระราชอาคันตุกะ
จากนั้น เมื่อเขากลับไปรวมพลเตรียมออกไปช่วยเจียงหลี และในขณะกำลังเดินออกจากเรือนรับรองซื่อฟางก็ถูกคนในวังมาขวางทางเอาไว้
“หยวนหวัง ฝ่าบาทมีรับเชิญให้ตามพวกกระหม่อมเข้าวังพ่ะย่ะค่ะ” คนที่มาตามเขานั้นคือหัวหน้าองครักษ์ของฮ่องเต้เป่ยโหรว เขาพูดจามีมารยาทกับลู่เสวียนแต่เหล่าทหารที่ตามหลังมานั่นกลับเป็นการให้เชื่อฟังห้ามขัดขืนกรายๆ
“ข้าไม่ว่าง!” ลู่เสวียนปฏิเสธตามตรง แต่ในใจกลับเป็นห่วงขึ้นมา เขาตกลงกับเหวินเหรินชิ่งชิ่งเสียดิบดี ทั้งสองแยกคนละทาง เขาไปช่วยเจียงหลี ส่วนเหวินเหรินชิ่งชิ่งไปกราบทูลให้ฝ่าบาทช่วยออกหน้าแทนเพื่อกดดันพวกตระกูลไป๋เซี่ยงแล้วแก้ปัญหาเรื่องนี้
ยามนี้ไม่เห็นแม้แต่เงาของเหวินเหรินชิ่งชิ่ง ในวังยังส่งหัวหน้าองครักษ์มาอีก จะมีเรื่องอะไรพลิกผันหรือไม่
“หยวนหวัง ไม่มีผู้ใดฝ่าฝืนคำรับเชิญของฝ่าบาทได้พ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าองครักษ์เอ่ยเตือน
“ตอนนี้ข้าไม่ว่าง! รอข้าเสร็จธุระก่อนข้าจะกลับไปรับโทษกับฝ่าบาทที่วังเอง” ลู่เสวียนขมวดคิ้ว
“หยวนหวังกำลังจะออกไปเพื่อแม่นางเซ่าจวินหรือพ่ะย่ะค่ะ” จู่ๆ หัวหน้าองครักษ์ก็เอ่ยถาม
ลู่เสวียนตกใจ เม้มริมฝีปากนิ่งเงียบ
หัวหน้าองครักษ์ทำท่าผายมือเชิญแล้วเอ่ยขึ้นกับเขา “ฝ่าบาทเชิญท่านก็เพราะเรื่องของแม่นางเซ่า
จวินพอดี หยวนหวังตามกระหม่อมไปดีกว่า อย่าทำให้กระหม่อมต้องเดือดร้อนเลยพระย่ะค่ะ”
“…” หัวใจของลู่เสวียนกระโดดโลดเต้น ในระหว่างที่เผ่นกลับมาในวันนี้ บนเขาจะมีเหตุการณ์อะไรพลิกผันใช่หรือไม่
เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงทำได้เพียงตามหัวหน้าองครักษ์เข้าวังไปก่อน
ในขณะเดียวกันเจียงหลีก็ได้มาถึงด้านนอกเมืองชิ่งตูแล้ว นางยังไม่ทันได้เข้าไปก็เห็นประกาศตามจับกุมตัวบนกำแพงเมืองซึ่งใบหน้าคนในรูปวาดนี้คือตัวเองพอดี
ปฏิกิริยาของพวกตระกูลไป๋เซี่ยงเร็วใช้ได้เลยนี่ เจียงหลีกระตุกคิ้ว เมื่อพิจารณาในใจ รูปลักษณ์ใบหน้าและสง่าราศีของนางก็เกิดการเปลี่ยนแปลง จะฆ่าข้าหรือ
………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์