แต่ทว่านี่คือการบีบให้เลื่อนขั้นเป็นหลิงหวังจริงๆ ไม่มีผิด!
มหาปุโรหิตเป็นถึงหลิงหวัง เขาจะเข้าใจเรื่องนี้ผิดได้อย่างไร
ปรากฏการณ์โค่นล้มความรู้ทั่วไปกลับทำให้เขาหวาดกลัวขึ้นมา สองคนนี้เป็นสัตว์ประหลาดประเภทไหนกันแน่
เมื่อควันจากหายไปเจียงเฮ่าก็ปรากฏกายออกมา ด้านหลังของเขามีวิญญาณยุทธ์ห้าดวงและในมือของเขาถือเปลือกวิญญาณที่ยังไม่ได้แกะออกมาอีกด้วย
หลังจากมหาปุโรหิตเห็นเปลือกวิญญาณในมือของเจียงเฮ่ารูม่านตาของเขาก็หดลงแล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ “นี่เป็นไปไม่ได้” หรือว่าเมื่อครู่นี้เขาจะสามารถหลอมรวมเข้ากับวิญญาณยุทธ์ดวงที่ห้าแล้วเลื่อนขั้นเป็นหลิงหวังภายในชั่วพริบตาเดียว
นี่
เป็น! ไป! ไม่! ได้!
สีหน้าของมหาปุโรหิตเริ่มซีดเผือด การดูถูกในสายตาของเขาถูกแทนที่ด้วยความตกใจมานานแล้ว
เจียงเฮ่าปล่อยมือให้เปลือกวิญญาณกลิ้งตกลงมาและมองมหาปุโรหิตด้วยสีหน้าเย้ยหยันราวกับเยาะเย้ยให้กับความโง่เขลาเบาปัญญาของเขา
เขาคือผู้ที่มีชะตาฟ้าลิขิตให้ร่างกายเป็นหลิงหวง ภายใต้หลิงหวงอันไร้ขีดจำกัด ขอแค่มีพลังวิญญาณมากพอเขาก็สามารถเลื่อนขั้นได้ทุกที่ทุกเวลาแล้วไม่สะท้อนกลับในขณะที่กำลังหลอมรวมวิญญาณยุทธ์อีกด้วย
น้องสาวของเขาเก่งกาจขนาดนี้ เขาในฐานะพี่ชายจะน้อยหน้าได้เยี่ยงไร
เจียงเฮ่าสะบัดคอช้าๆ เผยเสียงดัง กร็อบ เขามองมหาปุโรหิตด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “เช่นนี้ค่อยยุติธรรมหน่อยใช่หรือไม่”
“เหอะ!” มหาปุโรหิตสบถเสียงเย็น ใบหน้าน่าเกลียดของเขาแสดงสีหน้าชั่วร้าย
“แค่เพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นหลิงหวังก็คุยโวโอ้อวดอย่างไม่รู้สึกกระดากอาย” มหาปุโรหิตพุ่งเข้าใส่เจียงเฮ่า
เจียงเฮ่ายังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งยกฝ่ามือแล้วกดไปที่ความว่างเปล่าทันทีพลังราวกับสัตว์ป่า การโจมตีย่างบ้าคลั่งในสีหน้าของมหาปุโรหิตซึ่งทำให้เขาร้องคร่ำครวญ
เพิ่งจะเลื่อนขั้นเป็นหลิงหวัง ทำไมถึงได้เก่งกาจแบบนี้ มหาปุโรหิตแอบตกใจ
ณ ที่ไกลออกไป เจียงหลีถอนสายตากลับมา
จู่ๆ พี่ชายก็เลื่อนขั้นเป็นหลิงหวังจึงทำให้นางสบายใจมากขึ้น สามารถไว้ใจให้รับมือประมุขสำนักพรตเสวียนหมิง
“เจียงหลี ดูเหมือนคราวนี้มหาปุโรหิตจะคิดผิดไปแล้ว เจ้าไม่ใช่ธิดาสวรรค์แห่งสำนักของข้า แต่เป็นภัยพิบัติ!” ดวงตาของประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงดำดิ่งไม่มีสิ่งใดเปรียบ
เจียงหลีกลับยักคิ้วแล้วเอ่ยขำ “ข้าไม่ใช่ธิดาสวรรค์อะไรนั่นตั้งแต่แรก” นางคิดว่าผู้หญิงที่เรืออับปางแล้วมาตายบนเกาะคนนั้นต่างหากที่เป็นธิดาสวรรค์ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดคนที่สมควรมีชีวิตอยู่กลับต้องตาย แล้วสุดท้ายเขาก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นนางไปได้
แต่ทว่านางก็ยากที่จะอธิบายเรื่องเข้าใจผิดนี้ให้ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงฟัง
“ได้เวลาส่งเจ้าแล้ว” ดวงตาเจียงหลีเป็นประกายเย็นเยียบ
คราวนี้ไม่มีผู้ใดมารบกวนอีกแล้ว นางก็ไม่เชื่อว่าไอ้แก่คนนี้จะฆ่าไม่ตาย
ทันใดนั้นประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงก็เบิกตาโต วิญญาณยุทธ์ทั้งห้าดวงที่ด้านหลังระเบิดออกและพลังก็เพิ่มขึ้น รอบตัวของเขามีสายลมแห่งความชั่วร้ายหวีดหวิวราวกับนรกปกคลุมไปทั่วบริเวณนี้
“เลี่ยเทียนนนน!”
เจียงหลีก้าวเหยียบออกมาเสียงหนาวเหน็บ
ภาพมายาของเลี่ยเทียนซื่อที่อยู่ด้านหลังจู่ๆ ก็ใหญ่ นอบนหัวก็ยาวขึ้นไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อต้องการทิ่มแทงให้ทะลุผ่านนรกนี้ไปให้ได้
เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างทั้งสอง
เจียงหลีแอบปล่อยพลังจิตกลายร่างเป็นโซ่ล่องหนพุ่งเข้าใส่ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิง
ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงถูกดึงดูดความสนใจจากการโจมตีด้านหน้าของเจียงหลีโดยไม่ได้สังเกตโซ่เหล่านี้เข้าหาเขาเลย
“ทำลายๆๆๆๆ มันให้ข้า!” ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงโจมตีและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้ถึงความแตกต่างระหว่างหลิงจงกับหลิงหวังเอง”
เลี่ยเทียนซื่อทะลุทะลวงขึ้นฟ้า ในขณะที่วานรกลืนเวหาระเบิดอยู่ด้านล่างเพื่อร่วมมือกันทำลายนรกของประมุขสำนักพรตเสวียนหมิง
เงาร่างของเจียงหลีถอยหนีอย่างรวดเร็วแล้วกระโดดออกจากวงล้อมการต่อสู้
ทันใดนั้นเสียงระเบิดยังคงดังต่อเนื่อง สั่นสะเทือนไปยังซากปรักหักพังจนเกิดกลุ่มควันและฝุ่นฟุ้งกระจาย
“อ๊ากก! เจียงหลี! เจ้ากล้าลอบทำร้ายข้า” ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคำรามของประมุขสำนักพรตเสวียน
หมิงดังมาจากกลุ่มควัน
เจียงหลียกยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก้าวไปข้างหน้าแล้วเดินเข้าไปในกลุ่มฝุ่นควันนั้น
อ๊ากกก! เขาร้องตะโกนเสียงดัง เขาไม่รีรอที่จะดึงวิญญาณยุทธ์ออกมาและพยายามต้านทานการโจมตีขั้นสุดท้ายของเจียงหลี
วิญญาณยุทธ์ที่ถูกดึงออกมาคำรามและพุ่งเข้าใส่เจียงหลี
แต่แสงปีศาจนั้นพุ่งออกมาจากมือของเจียงหลีกลายเป็นฝ่ามือพลังปีศาจและตรงเข้ามาหาเขาเพื่อสังหาร
เมื่อเห็นว่าประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงเรียกใช้วิญญาณยุทธ์เพื่อต้านทานฝ่ามือพลังปีศาจของนาง เจียงหลีหัวเราะเยาะ “ช่างไร้เดียงสา”
ตู้มๆๆ!
วิญญาณยุทธ์ถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของฝ่ามือพลังปีศาจกลายเป็นเถ้าธุลี
จากนั้นแสงสีแดงปีศาจที่เจิดจ้ายังคงพุ่งเข้าใส่ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิง
“ม่ายยยย” ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงเบิกตากว้าง สีหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ ความอยากเอาชีวิตรอดทำให้เขาหลุดพ้นจากโซ่แห่งพลังจิตในที่สุด
และทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว
“ข้าเคยบอกแล้วอย่างไร ข้าจะฆ่าเจ้า”
เสียงเย็นชาดังขึ้น ใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเจียงหลีก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงแต่เขาจำได้แค่ดวงตาปีศาจเย็นเยียบผิดปกติคู่นั้นของนาง
นางประทับฝ่ามือพลังปีศาจหนักๆ ไปที่ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิง ทันใดนั้นเนื้อของเขาก็กลายเป็นกระดูกขาว หลังจากนั้นกระดูกขาวก็แตกสลายเป็นเถ้าถ่านร่วงโรยราลงพื้น
ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิง…ตายแล้ว!
ศัตรูตัวฉกาจหายไป ร่างของเจียงหลีตกลงบนซากปรักหักพังด้วยความว่างเปล่าอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน การต่อสู้ก่อนหน้านี้เป็นตำนานสุดท้ายและกลืนกินพลังวิญญาณของนางจนไม่หลงเหลือ
ถ้าพลังวิญญาณที่สะสมตามธรรมชาติของนางนั้นไม่ได้แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เกรงว่านางจะไม่สามารถทนต่อการต่อสู้แบบนี้ได้เลย
“หลิงหวัง ช่างฆ่าตายยากจริงๆ” เจียงหลีเก็บผลึกหินวิญญาณขึ้นมาแล้วดูดซับมันอย่างรวดเร็ว
ทางด้านนั้น การต่อสู้ของเจียงเฮ่ายังคงดำเนินต่อไป นางจึงมิอาจหยุดพักได้
และในขณะนั้นเองก็มีแสงเย็นเฉียบแทงผ่านข้างหลังของนาง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์