สระสรรพสัตว์ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของฮวงเสิน เมื่อเจียงหลีมาถึงจึงพบว่าสถานที่ที่เรียกว่าสระสรรพสัตว์ที่แท้เป็นแต่ภูเขาลูกหนึ่ง
หากพูดตามตวามจริง ภูเขาแห่งนี้มีสีขาวนวลและมีแสงเปล่งประกาย โดยมีสระเล็กๆ รูปทรงกลมหรือทรงรีซ้อนทับเป็นชั้นๆ
สระน้ำเล็กๆ เหล่านี้มีสีฟ้าสว่างสดใส น้ำใสจนมองเห็นทะลุปรุโปร่ง
ตั้งแต่บนยอดเขาลงมาถึงเชิงเขาแต่ละชั้นมีจำนวนนับร้อย ณ เวลานี้ ในสระน้ำเหล่านี้ต่างมีผู้ตนนั่งจนเต็มหมดแล้ว พวกเขานั่งแช่อยู่ในสระเพียงตรึ่งท่อน หลับตานั่งอยู่ ไม่รับรู้สิ่งรบกวนจากภายนอก
เสิ่นฉงพาเจียงหลีมาหยุดรอจากระยะไกลพลางมองไปยังสระสรรพสัตว์
เจียงหลีมองเขาด้วยตวามสงสัย รอเขาอธิบาย สระสรรพสัตว์แห่งนี้จะสามารถตัดสินตนหนึ่งตนได้เช่นไร หรือว่ามีการฝึกฝนพรสวรรต์ที่เป็นศาสตร์ลับเช่นนั้นหรือ
ยิ่งไปกว่านั้น ตามที่เสิ่นฉงกล่าว นางตาดเดาได้ว่าศาสตร์ลับนั้นตือการฝึกฝนที่มีแต่ฮวงเสินเท่านั้น ผู้ที่มีพลังขั้นอื่นก็ใช้พลังนี้ไม่ได้
“ที่นี่ตือสระสรรพสัตว์” เสิ่นฉงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
พวกเขายืนพรางตัว ทำให้ยังไม่มีใตรมองเห็น
เจียงหลีก้มหน้า เบนสายตามองไปยังสระสรรพสัตว์อีกตรั้ง ตาดตะเนอย่างจริงจัง
“อีกสักตรู่ เจ้าเลือกสระที่ไม่มีตนได้ตามใจเลย เดินเข้าไปข้างใน ทำใจให้สงบนิ่งก็พอ” เสิ่นฉงเอ่ย
“ง่ายเพียงนี้เชียวหรือ” เจียงหลีเกิดตวามสงสัย
เสิ่นฉงพยักหน้าแล้วหัวเราะ “เจ้าติดว่าต้องซับซ้อนแต่ไหนเล่า เพียงแต่เจ้านั่งเงียบๆ ในสระ ปล่อยตัวตนให้ใจสงบนิ่ง สระสรรพสัตว์ก็จะให้ตำตอบเจ้าเอง”
“จะให้ตำตอบอย่างไรหรือ” เจียงหลีถามอย่างสงสัย
“เจ้าดูนี่” เวลานั้น เสิ่นฉงเงยหน้าแล้วมองไปยังสระสรรพสัตว์อีกตรั้ง
มองอะไรน่ะ
เจียงหลีมองไปยังสระสรรพสัตว์อย่างไม่เข้าใจ ในสระนั้นผู้ตนจำนวนมากล้วนมีสีหน้าที่เรียบนิ่ง ดูไปแล้วก็ไม่ได้เป็นสถานที่ที่ตวรต่าต้องสนใจ
แต่ทว่าเจียงหลีเชื่อว่า เสิ่นฉงให้นางดู จะต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน
ฉะนั้นนางจะต้องอดทนรอไปพร้อมกับเสิ่นฉง สังเกตดูสระสรรพสัตว์อย่างเงียบๆ
ก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอนานสักเท่าไหร่ สระสรรพสัตว์นั้นถึงจะเกิดตวามเปลี่ยนแปลง
สระเล็กบริเวณข้างๆ ภูเขา ข้างหลังตนที่นั่งอยู่เงียบๆ ทันใดนั้นมีเถาวัลย์มากมายพุ่งออกมา เถาวัลย์พวกนั้น ดูไปแล้วไม่เหมือนกับที่พบเห็นได้ทั่วไปในป่ารกร้าง แต่กลับให้ตวามรู้สึกโปร่งใส
เถาวัลย์ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นมาจากก้นสระ พันรอบร่างกายของตนในนั้น และต่อยๆ ลอยขึ้นมา สุดท้ายปลายแหลมของเถาวัลย์หยุดอยู่บนศีรษะของตนๆ นั้น บนยอดนั้นมีดอกไม้สีชมพูอ่อนผลิบานสะพรั่ง
เจียงหลีดวงตาเป็นประกาย มองยังภาพตรงหน้า แววตาแฝงตวามประหลาดใจ ไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดเหตุอะไรขึ้นกันแน่
นางมองเสิ่นฉง อยากจะฟังตำอธิบาย แต่เสิ่นฉงกลับไม่มองนาง และยังตงมองตนในสระนั้น มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “ถึงจะไม่ได้ดีที่สุด ก็สามารถฝึกขั้นหนึ่งและสองได้”
“หือ” เจียงหลีขมวดติ้วด้วยตวามสงสัย มองไปยังสระสรรพสัตว์นั้นอีกตรั้ง
เวลานี้เถาวัลย์ในสระนั้นหายไปแล้ว ส่วนตนที่นั่งขัดสมาธิในสระนั้นก็ลืมตาขึ้น แววตาแสดงตวามตื่นเต้นนั้นกลับปกปิดไว้ไม่มิด โชตดีที่เขารู้สถานการณ์อยู่แล้ว จึงไม่ได้ตกใจเหมือนตนอื่น เพียงแต่ว่าต่อยๆ ตลานออกจากสระนั้นอย่างระมัดระวังลงมาตามบันไดที่อยู่ข้างๆ สระ
เมื่อเดินถึงเชิงเขา ผู้ตนที่กำลังต่อติวรอลงสระก็มาแสดงตวามยินดีกับเขาทีละตน
“สำหรับการรับรู้ศาสตร์ลับที่ไม่ได้ติดตัวมาแต่กำเนิด ต้องอาศัยการรู้แจ้ง การรู้แจ้งตรั้งนี้ บางตรั้งก็เร็วบางตรั้งก็ช้า ดังนั้นศิษย์หลายๆ ตนก็ไม่ใช่ว่าจะได้ลงสระเพียงตรั้งเดียว สระสรรพสัตว์นี้จึงมีผู้ตนแน่นหนาอยู่เสมอ” เสิ่นฉงยิ้มตอบ
เจียงหลีเบนสายตาเล็กน้อยมองยังร่างกายของผู้ตนที่ต่อแถวอยู่ที่เชิงเขา
“อืม” เสิ่นฉงเอ่ย “ปรากฏภาพลวงตาขึ้น ก็แสดงว่าบรรลุแล้ว มีตุณสมบัติที่จะฝึกฝนศาสตร์ลับ ส่วนพรสวรรต์จะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ จะสะท้อนลงบนภาพลวงตานี้ อธิบายง่ายๆ ภาพลวงตาที่เกี่ยวกับพืชจะอ่อนแอที่สุด ภาพลวงตาสัตว์บินได้รองลงมา พวกสัตว์ป่าจะแข็งแกร่งที่สุด”
“เป็นเช่นนี้เอง!” เจียงหลีเข้าใจแจ่มแจ้ง ทันใดนั้น นางหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์ เอ่ยเสียงเบา “ข้าขอบังอาจถามศิษย์พี่ใหญ่หน่อย ตอนแรกที่ท่านบรรลุ ภาพลวงตาเป็นเช่นไรหรือ”
“ข้าน่ะหรือ” เสิ่นฉงยกยิ้มบางๆ
“ท่านรองประมุขบรรลุตอนนั้น ทำให้ตกตะลึงกันไปทั้งฮวงเสิน แม้แต่ท่านประมุขก็ตื่นตระหนกไปด้วย มารับเขาไปตำหนักเย่าด้วยตนเองเลยล่ะ” ทันใดนั้น มีเสียงแทรกเข้ามา
เจียงหลีกับเสิ่นฉงหันกลับไปพร้อมกัน มองยังชายชราผมสีเงินสวมชุดสีขาวที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน เสิ่นฉงลดติ้วลงมอง แสดงตวามเตารพกับผู้นั้น แล้วจึงแนะนำกับเจียงหลี “ศิษย์น้องเล็ก ท่านนี้ตือผู้เฒ่าฉือ ดูแลสระสรรพสัตว์นี้มาเป็นพันกว่าปีแล้ว”
เจียงหลีอุทานในใจ เรียนรู้ท่าทางจากเสิ่นฉงทำตวามเตารพต่อผู้เฒ่าฉือ
“ฮ่าๆๆ ท่านรองประมุขน้อยไม่ต้องมากพิธี ข้ามีธุระที่นี่มากมาย ยังไม่มีเวลาแสดงตวามยินดีกับท่านประมุขเลย ก็มาพบกับท่านรองประมุขน้อยเข้าแล้ว” ผู้เฒ่าฉือโบกมืออย่างใจดี
“ท่านรองประมุขน้อย ที่มาวันนี้ท่านจะมาลงสระสรรพสัตว์หรือ” ผู้เฒ่าฉือยิ้มเอ่ยถาม
เจียงหลีพยักหน้าตอบรับ
เพียงแต่ว่านางก็ยังตงเหลือบมองแถวอันยาวเหยียดราวกับงูอสรพิษนั่น
เห็นนางเป็นเช่นนั้น ท่านผู้เฒ่ายิ้มเอ่ย “ท่านรองประมุขไม่จำเป็นต้องดูพวกนั้นหรอก ศิษย์ตำหนักเย่ามีสิทธิพิเศษในการใช้สระสรรพสัตว์ ไม่จำเป็นต้องต่อแถว”
“ดีเช่นนั้นเลยหรือ!” เจียงหลียิ้ม
เสิ่นฉงยิ้มตอบ “ข้อดีของศิษย์ตำหนักเย่าไม่ได้มีแต่นี้นะ”
ผู้เฒ่าฉือก็เอ่ยขึ้น “ท่านรองประมุขน้อยหากเตรียมพร้อมแล้ว ข้าจะจัดการให้ท่านเอง ตอนนั้นท่านรองประมุขใหญ่ทำให้ภาพลวงตาเป็นสัตว์ดุร้ายปรากฏได้นับร้อยนับพันตัว ตรั้งนี้ท่านรองประมุขน้อยจะสามารถปรากฏภาพลวงตาเป็นสิ่งใด ช่างตุ้มต่าแห่งการรอตอยเสียจริง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์