เจียงหลีได้ยินแล้วก็ตกใจยิ่งนัก
สัตว์ดุร้ายนับร้อยนับพันเลยหรือ!
พรสวรรค์นี้ของเสิ่นฉงช่างน่าตกใจเสียจริงและยอดเยี่ยมจริงๆ ถึงว่าเขาถึงได้กลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในฮวงเสิน มีพรสวรรค์ฝึกฝนวิชาลับมาเกือบหมื่นปี
เจียงหลีแทบจะนึกภาพสระสรรพสัตว์ตอนนั้นไม่ออก ภาพของฝูงสัตว์ป่าส่งเสียงคำรามดังกังวาน
แววตาตกตะลึงของเจียงหลีเก็บซ่อนลง เสิ่นฉงยิ้มหรี่ตามองนาง “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าก็คิดว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าเยี่ยมยอดไปเลยใช่หรือไม่”
เอ่อ…คือว่า
ถึงกับพูดไม่ออกเลยหรือ
เจียงหลีตกตะลึงในใจ เสิ่นฉงมีสถานะกับอายุไม่สอดคล้องกัน ทำให้นางถึงกับพูดไม่ออกเลย
แค่กๆ เจียงหลีแกล้งกระแอมไอออกไป แต่กลับไม่ตอบคำถามนี้
ผู้เฒ่าฉือมองปฏิกิริยาของคนทั้งสอง แววตาแฝงไปด้วยรอยยิ้ม
เจียงหลีใช้โอกาสนี้ถามอย่างสงสัย “ท่านผู้เฒ่าฉือ ก็เห็นอยู่ชัดเจนว่ายังมีสระว่างอยู่ เหตุใดไม่เรียกคนที่ต่อแถวอยู่ขึ้นมาล่ะ”
ผู้เฒ่าฉือยิ้มเอ่ย “สระที่ว่างอยู่นี้ ล้วนเก็บไว้ให้กับผู้อาวุโสระดับกลางของฮวงเสิน คนจากตำหนักว่าการ รวมถึงศิษย์ของตำหนักเย่าอย่างพวกเจ้า หากไม่เหลือไว้บ้าง เมื่อพวกเจ้ามาถึงแล้วไม่มีสระ จะไม่เสียหน้าหรือ”
เจียงหลีเข้าใจแล้ว จึงอุทานขึ้นในใจ ที่แท้ไม่มีที่ใดเท่าเทียมกันจริงๆ เลยสักที่ ถึงแม้จะเป็นฮวงเสินที่มีบรรยากาศปรองดองกันก็ตาม ก็ยังแบ่งแยกชนชั้นเช่นนี้
สุดท้ายเจียงหลีก็ทำได้แค่เอ่ยอย่างเศร้าใจออกมาเพียงเท่านั้น แต่กลับไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไร
นางเป็นจักรพรรดินี แน่นอนว่าเข้าใจการแบ่งระดับชั้นที่มีอยู่ทุกสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี
“ท่านรองประมุขน้อยเตรียมพร้อมแล้วหรือไม่” ผู้เฒ่าฉือเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
“อืม” เจียงหลีเก็บอารมณ์ของตนไว้ แล้วพยักหน้าอย่างตั้งใจ
ผู้เฒ่าฉือยิ้มพลางเอ่ยกับทั้งสองคน “ทั้งสองท่านรอสักครู่ ข้าจะไปจัดการให้”
“ลำบากท่านผู้เฒ่าฉือแล้ว” เจียงหลีเอ่ยอย่างมีมารยาท
ทิฐิของนาง กลับไม่ได้นำมาใช้ในที่นี่ ไม่นำมาแบ่งแยกบุคคล ยิ่งไปกว่านั้น ความหยิ่งผยองของนางก็มาจากความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าภายในจิตใจ กลับไม่ใช่ไว้ปฏิบัติกับผู้อื่น
หลังจากที่ผู้เฒ่าฉือเดินจากไป เสิ่นฉงจึงเอ่ยกับเจียงหลี “ไปเถิด พวกเราเดินไปตอนนี้เลย พอไปถึง ผู้เฒ่าฉือก็คงจะจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยพอดี”
เจียงหลีพยักหน้าแล้วเดินไปยังสระสรรพสัตว์กับเขา
เมื่อนางมาถึงเชิงเขา ชุดตำหนักเย่าสีทองเป็นประกายของนางกับเสิ่นฉงก็ดึงดูดความสนใจของบรรดาศิษย์ในฮวงเสินขึ้นมาทันที
เมื่อพบหน้ากับศิษย์ตำหนักเย่า บรรดาศิษย์ในฮวงเสินล้วนแสดงถึงความเคารพออกมา เดิมทีที่มีเสียงดังโหวกเหวกก็เงียบหายไปทันที
“เจียงหลี!”
ทันใดนั้นเจียงหลีได้ยินเสียงคนเรียกนาง
นางหันกลับไปมองหาที่แถว จึงเห็นคนรู้จักคนหนึ่ง
เจิ้งหยวน เจียงหลีเลิกคิ้วขึ้น
ได้พบกับเจียงหลีอีกครั้ง เจิ้งหยวนรู้สึกว่านางสวมชุดตำหนักเย่าแล้วยิ่งสวยขึ้น นอกจากความสวยงาม ยังยิ้มสดใสเป็นพิเศษ
ส่วนเจียงหลีที่หันกลับไปมอง ก็ทำให้ศิษย์จำนวนไม่น้อยเห็นรูปลักษณ์นางได้ชัดเจนขึ้น
ทันใดนั้น ท่ามกลางผู้คนมีเสียงแทรกขึ้นมาเป็นระยะๆ
“รู้จักหรือ” เสิ่นฉงกระซิบถามเจียงหลี
เจียงหลีพยักหน้า “สอบเข้าสำนักมาพร้อมกัน เขาสอบเข้าตำหนักซิงได้”
“อย่างนี้นี่เอง” เสิ่นฉงยิ้มเอ่ย “ในเมื่อมีวาสนาเข้ามารุ่นเดียวกัน ถ้าเช่นนั้นก็เชิญเข้ามาด้วยสิ” พูดจบ เขาก็โบกมือเรียกศิษย์ที่จัดแถวเข้าสระสรรพสัตว์ “ให้เขาเข้ามา”
ศิษย์ที่จัดลำดับแถวไม่กล้าขัดคำสั่งเสิ่นฉง รีบให้เจิ้งหยวนออกมาจากแถวทันที
เจียงหลียิ้ม
ช่างเถิด นางคงจะคิดมากไป นางยังคิดว่าผู้เฒ่าฉือมาเตรียมสระไว้ให้ด้วยตัวเอง จะมีอะไรแตกต่างกัน ที่แท้ก็ทำเพื่อให้ตำแหน่งสถานะนั้นเด่นขึ้น
เห็นสีหน้าท่าทางแปลกๆ ของเจียงหลี เสิ่นฉงหัวเราะขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี
อืม ไม่เลว ไม่เลว!
ในตำหนักเย่ามีศิษย์น้องเล็กอ่อนเยาว์เพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน ช่างน่ายินดีเสียจริง!
มุมปากของเจียงหลียกขึ้นตามเสียงหัวเราะที่ควบคุมไม่ได้ของเสิ่นฉง
ทันใดนั้น สายตาของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ฝีเท้าก็หยุดลงตาม เบนสายตาจ้องไปยังมุมของสระ นี่มันช่าง… มองยังหันเหยากวงที่อยู่ในสระ เจียงหลียังคงไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาดี
ช่างบังเอิญเช่นนี้เลยหรือ
เจิ้งหยวนเพิ่งจะพูดถึงเขา ตนเองก็มาเจอตัวจริงของเขาทันที
ทันใดนั้น หันเหยากวงที่หลับตาอยู่ก็ลืมตาขึ้นทั้งสองข้าง มองมายังเจียงหลีพอดี
“…” สีหน้าเจียงหลีเรียบนิ่ง ในใจถกเถียงไม่หยุด เวลาอยู่ในสระน้ำ ต้องสงบนิ่งไม่วอกแวก ไม่สนใจสิ่งที่รบเร้าภายนอกมิใช่หรือ
เมื่อมองเห็นเจียงหลี สายตาของหันเหยากวงเพ่งเล็งไปอย่างเฉียบคม โดยเฉพาะที่ชุดตำหนักเย่าที่นางสวมอยู่ ยิ่งทำให้แววตาของเขาดุดันขึ้นอย่างมาก
เขายอมรับการคัดเลือกของตำหนักเย่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่อยากพิสูจน์ว่าเขาเก่งกว่าเจียงหลี แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่อยากเข้าตำหนักเย่า!
“เจ้านี่ดูแค้นเจ้าไม่น้อย!” เสิ่นฉงหรี่ตาทั้งสองข้างมอง
“อืม เขาฝักใฝ่อยากเข้าตำหนักเย่ายิ่งนัก แต่กลับถูกข้าแย่งไปน่ะ” เจียงหลีเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
เสิ่นฉงขมวดคิ้ว กวาดสายตามองเจียงหลีและหันเหยากวงดู ทันใดนั้นยิ้มเอ่ยขึ้นมา “ยังไงซะ ข้าก็ชอบศิษย์น้องเล็กมากกว่า…มากกว่าศิษย์น้องผู้ชาย ซือจุนสายตาเฉียบคม วันหลังเอาสุราไปมอบให้เขาสักสองไหดีกว่า”
“…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์