ดวงตาสว่างไสวของหันเหยากวงเผยความกระหายในชัยชนะออกมา
แต่สระน้ำบนยอดเขากลับเงียบสงบ
เจียงหลี ข้าจะดูว่าจะเกิดภาพลวงอะไรออกมา! หันเหยากวงพูดในใจ
หันเหยากวง…เทียนเจียวผู้นี้มีชื่อเสียงมาก่อนและทุกคนคุ้นชินมากกว่าเจียงหลี และปรากฏสัตว์ดุร้ายถึงสามสิบสามตัว โดยภาพลวงตานั้นถูกฉายเป็นเวลานาน
ชื่อของเขาโด่งดังขึ้นอีกครั้งในฮวงเสิน
ณ เวลานี้ เจ้าตำหนักกับรองเจ้าตำหนักเย่ว์ตื่นตระหนกและยืนข้างพวกเสิ่นฉงทั้งสามคน
เมื่อมองเห็นพวกเขาทั้งสาม เสิ่นฉงเผยรอยยิ้มและแสดงความยินดีก่อน “ตำหนักเย่ว์มีเทียนเจียวผู้ยิ่งใหญ่แล้ว เสิ่นฉงขอแสดงความยินดีกับเจ้าตำหนักทั้งสามด้วย”
คุนอู๋และซีไหลก็พูดตามเช่นกัน
“ฮ่าๆๆ…ยินดีเช่นกัน ยินดีเช่นกัน! รองประมุขทั้งสามกล่าวเกินไปแล้ว เทียนเจียวเฉกเช่นหันเหยากวงสามารถเข้ามาเป็นศิษย์ของฮวงเสิน ถือเป็นความโชคดีของฮวงเสินเรา” เจ้าตำหนักเย่ว์ยิ้มกว้าง
“โชคดีที่ท่านประมุขเมตตา เก็บเขาไว้ที่ตำหนักเย่ว์ ไม่ได้พาเขาไปที่ตำหนักเย่า” รองเจ้าตำหนักอีกคนเอ่ย
มีกลิ่นอายของความดุเดือดขึ้นมาแล้ว
เจ้าตำหนักเย่ว์ไม่ได้รั้งเขา สีหน้ามีชัยเล็กน้อย
“ได้ยินมาว่ารองประมุขเจียงหลีก็อยู่ในสระสรรพสัตว์ด้วย ไม่ทราบว่าจะปรากฏภาพลวงตาขึ้นแล้วหรือไม่” รองเจ้าตำหนักอีกคนรีบพูดต่อ
พวกเสิ่นฉงทั้งสามแอบส่งสายตาให้กัน และสัมผัสได้ถึงความเป็นศัตรูที่แฝงอยู่จากฝั่งตำหนักเย่ว์
“ฮ่าๆๆ…ข้าได้ยินมาว่าระหว่างการทดสอบเข้าสำนัก ตำหนักเย่ว์ต้องการรับรองประมุขเข้าตำหนักเหมือนกัน แต่กลับโดนท่านประมุขชิงตัวไปเสียก่อน” ผู้เฒ่าฉือเสียงดังมาแต่ไกล และอธิบายเหตุการณ์ของวันนั้นภายในหนึ่งประโยค
เป็นเช่นนี้เอง!
พวกเสิ่นฉงทั้งสามกระจ่างทันที
พวกเขามักจะให้ความสนใจกับสิ่งเหล่านี้เพียงเล็กน้อย การที่ซือจุนแย่งศิษย์ของตำหนักเย่ว์มา จึงมิได้พูดโอ้อวดอะไร ทำให้พวกเขาไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน
“หึ” เมื่อถูกผู้เฒ่าฉือพูดแทงใจดำ จึงอุทานอย่างไม่พอใจ
เดิมทีก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว!
เจียงหลีโดนไฟวงแหวนของตำหนักเย่ว์ครอบอยู่ชัดๆ แต่ตำหนักเย่ากลับกระแทกไฟนั้นออกไปอย่างรุนแรง และแย่งชิงศิษย์ผู้นี้ไปจากมือเขาอย่างกะทันหัน
แม้เขาจะเป็นเจ้าตำหนักเย่ว์ก็รักศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ!
สีหน้าของเจ้าตำนักเย่ว์ทั้งสามดูไม่สู้ดีนัก
เสิ่นฉงยิ้มเล็กน้อยและขอโทษแทนอาจารย์ “ซือจุนมักขาดการไตร่ตรองในการกระทำการบางอย่างไป โปรดยกโทษให้กับตำหนักเย่าเราด้วย”
เจ้าตำหนักเย่ว์เก็บสีหน้าและพูดกับเสิ่นฉง “หากอาจารย์เจ้ามีมารยาทได้ครึ่งหนึ่งของเจ้า พวกเราคงจะไม่โกรธเขาเช่นนี้หรอก”
“อย่าโกรธไปเลย หากโกรธจนล้มป่วยเพราะอาจารย์ข้าขึ้นมาจริงๆ คงไม่คุ้มแน่ อีกอย่าง ซือจุนไม่ได้เก็บศิษย์ไว้ให้คนหนึ่งหรอกหรือ” ใบหน้าอันงดงามของคุนอู๋เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเมื่อเผชิญหน้ากับใบหน้านี้ก็ไม่มีใครเต็มใจที่จะทำหน้าเกรี้ยวโกรธอีกต่อไป
ใบหน้าอันสง่างามของซีไหลก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน “ใช่ มันไม่คุ้ม ไม่คุ้มเลย”
เมื่อทั้งสามคนพูดถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าตำหนักเย่ว์ทั้งสามก็มิอาจทำสีหน้าเช่นนั้นต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับไม่ได้เดินจากไป และดูเหมือนพวกเขาจะต้องการดูภาพลวงตาของเจียงหลีก่อน ถึงจะยอมรามือ
…
ณ สระสรรพสัตว์ ภาพลวงตาของสัตว์ดุร้ายที่เกิดจากหันเหยากวงได้จางหายไปหมดแล้ว แต่ความอัศจรรย์นั้นยังคงอยู่
เมื่อเขาเดินออกจากสระสรรพสัตว์ สายตาเลื่อมใสนับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เขา
แต่สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดกลับไม่ใช่สิ่งเหล่านี้
“เหยากวง มานี่เร็ว” เสียงของเจ้าตำหนักเย่ว์ดังขึ้น
หลังจากนั้น ขณะที่เขาพูดจบ ดวงดาวนับไม่ถ้วนล้วนพุ่งออกมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน และกระจัดกระจายลงสู่พื้นดิน โดยล้อมสระสรรพสัตว์ไว้ทั้งหมดและห้อมล้อมผู้คนใกล้เคียง
ดวงดาวส่องแสงเป็นประกาย
ทุกคนมองฉากนี้ด้วยความตกตะลึง
โดยเฉพาะผู้เฒ่าฉือ ไม่ต้องพูดถึงว่าเหตุการณ์ตรงหน้าไม่เคยเกิดขึ้นในช่วงอายุที่เขาดูแลสระแห่งนี้ ซึ่งแม้แต่ในบันทึกก็ไม่เคยปรากฏภาพลวงตาเช่นนี้มาก่อน
“แสงดาว!” ซีไหลอุทานด้วยความประหลาดใจ
“มันไม่ใช่แสงดาว!” ดวงตาของเสิ่นฉงเปล่งประกายงดงามและแก้ไขคำพูดของเขา
ไม่ใช่แสงดาวหรือ แล้วมันคืออะไร
ในไม่ช้า ซีไหลก็เข้าใจ ดวงดาวเหล่านั้นค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป และหลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาดูเหมือนอจะยู่ท่ามกลางทะเลดวงดาว
แสงดาวบนท้องฟ้ากลายเป็นวัตถุท้องฟ้า เคลื่อนตัวช้าๆ ตามวิถีของมัน
“นี่มัน…” เสิ่นฉงตกตะลึงยิ่งนัก
ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น ข้างกายเขาทั้งซีไหล คุนอู๋ เจ้าตำหนักเย่ว์ทั้งสาม ผู้เฒ่าฉือและหันเหยากวงรวมถึงทุกคนที่อยู่นอกสระสรรพสัตว์ต่างตกตะลึงกับฉากตรงหน้า
ผู้คนในสระสรรพสัตว์ราวกับถูกกระตุ้นจนระเบิดภาพลวงตาของตัวเองออกมา ทันใดนั้น ในสระสรรพสัตว์ดูเหมือนมีดอกไม้ ต้นไม้หลากชนิดเติบโตขึ้นมา และมีนกนานาชนิดกับสัตว์ร้ายขนาดเล็กรวมอยู่ด้วย
“สามารถทำให้ทุกคนรู้แจ้งอย่างไม่ทันคาดคิด!” ดวงตาของผู้เฒ่าฉือส่องแสงเป็นประกาย
“หมู่ดาว…หมายถึงอะไร” เสิ่นฉงพึมพำกับตัวเอง
เจ้าตำหนักเย่ว์ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ตั้งใจและถามเสียงดัง “ใคร ใครกัน! ” ความตื่นเต้นในน้ำเสียงนั้นเกินคำบรรยายไปหมดแล้ว
ภาพลวงตาที่ถูกกระตุ้นค่อยๆ จางหายไป และผู้คนในสระก็ลืมตาขึ้นทีละคน ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แต่ภาพลวงตาแห่งหมู่ดาวยังได้ไม่จางหายไป และตอนนี้ในสระสรรพสัตว์เหลือเพียงคนๆ เดียวที่ยังนั่งหลับตาอยู่ในสระน้ำ…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์