เข้าสู่ระบบผ่าน

ราชินีพลิกสวรรค์ นิยาย บท 510

“ข้า​ไปส่งพวก​เจ้าเอง​” หลัง​พบกัน​ เจียง​หลี​ยัง​ไม่ทัน​ได้​มีเวลา​คุย​ถึงเรื่อง​เก่าๆ​ เสิ่นฉง​ก็​เอ่ยปาก​พูด​ขึ้น​มาก่อน​

“ขอรับ​! ท่าน​รอง​ประมุข​”

ทั้ง​สี่ขานรับ​พร้อมกัน​

หลัง​เจียง​เฮ่าแสดง​ความเคารพ​ ยัง​แอบ​ส่งสายตา​ไปทาง​เจียง​หลี​

คุ​นอู๋​เดิน​มาด้านหน้า​ นำ​ของ​บางอย่าง​ออกมา​จาก​บริเวณ​หน้าอก​ เมื่อ​นำ​ของ​ชิ้น​นั้น​ออกมา​ เจียง​หลี​ก็​รับรู้​ได้​ถึงคลื น​พลัง​ของ​การ​เคลื่อน​ย้ายที่​ทรงพลัง​

ซีไหล​เดิน​ตามมา​ นำ​ของ​ที่​ดู​คล้าย​กับ​หยก​ก็​ไม่ใช่ หิน​ไม่เชิงออกมา​พร้อมกับ​คุ​นอู๋​ หลังจาก​วาง​ไว้​บน​พื้น​ก็​เกิด​แหล ล่งพลังงาน​ขึ้น​ ทั้งสอง​จึงถอย​ออกมา​ยืน​อยู่​ที่​มุมหนึ่ง​

“ศิษย์​น้อง​เล็ก​ระวังตัว​ด้วย​”

“พวก​ข้า​จะรอ​เจ้ากลับมา​”

คุ​นอู๋​และ​ซีไหล​หันไป​ยิ้ม​กับ​เจียง​หลี​

ความเป็นห่วง​ที่​ทั้งสอง​มีให้​กับ​เจียง​หลี​ ทำให้​ใน​แววตา​พี่ชาย​แท้ๆ​ อย่าง​เจียง​เฮ่านั้น​แสดงออก​ถึงความ​ซาบซึ้งใจ​ เมื่ อ​คิด​อยู่​สักพัก​ จึงเดิน​ไปด้านหน้า​ คารวะ​พวกเขา​ทั้ง​สาม แล้ว​เอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​ที่​จริงใจ​ “ข้า​เจียง​เฮ่าขอ​ใช้โอกาส​นี ​ ขอบคุณ​ท่าน​รอง​ประมุข​ทั้ง​สามเป็นอย่างมาก​ที่​ดูแล​อา​หลี​”

“พวกเรา​ไม่รู้​ว่า​อา​หลี​เป็น​ใคร​ พวกเรา​รู้​เพียง​ว่า​ นาง​คือ​ศิษย์​น้อง​เล็ก​ของ​พวกเรา​” บน​ใบ​หน้าที่​สง่างามดุจ​มาร​ขอ อง​ซีไหล​ มีรอยยิ้ม​อ่อนโยน​ปรากฏ​ขึ้น​

คุ​นอู๋​ยิ้ม​เอ่ย​ “นาง​คือ​ศิษย์​น้อง​เล็ก​ของ​พวกเรา​ พวกเรา​ย่อม​ต้อง​ดูแล​เป็นธรรมดา​ เจ้าไม่ต้อง​เอ่ย​คำขอบคุณ​ใดๆ​”

เสิ่นฉง​หัวเราะ​เบา​ๆ ถึงแม้จะไม่ได้​เอ่ย​คำ​ใด​ แต่​นั้น​ก็​หมายความว่า​ ตัว​เขา​นั้น​คิด​เหมือน​พวกเขา​ทั้งสอง​

แม้เป็น​เช่นนี้​ เจียง​เฮ่าก็​ยังคง​แสดง​ความ​ขอบคุณ​กับ​พวกเขา​ทั้ง​สาม

เมื่อ​เห็น​เขา​เป็น​เช่นนี้​ เจียง​หลี​ก็​หันไป​พูด​กับ​เสิ่นฉง​และ​ทั้ง​สามอย่าง​ตั้งใจ​ “ศิษย์​พี่​ทั้ง​สาม ขอบคุณ​พวก​ท่าน​ มาก​ รอ​ข้า​กลับ​มานะ​”

“เข้ามา​สิ” ไม่พูดพร่ำทำเพลง​ เสิ่นฉง​ก้าว​เข้าไป​อยู่​ภายใน​พื้นที่​พลัง​ที่​สร้าง​ไว้​แล้ว​

เจียง​หลี​รีบ​ตาม​เข้าไป​ พวก​คนอื่นๆ​ ทั้ง​สี่ก็​ต่าง​ตาม​เข้ามา​

ขณะที่​กำลัง​ก้าว​เข้ามา​อยู่​ภายใน​ เจียง​หลี​ก็​รับรู้​ได้​ถึงพลัง​ลมปราณ​ที่​ผสาน​เข้าด้วยกัน​และ​พลัง​ของ​การ​เคลื่อน​ย้าย ยที่​พร้อม​ปะทุ​ขึ้น​เสมอ​ระหว่าง​หิน​ที่​ถูก​จัดวาง​ไว้​

“ออกเดินทาง​” หลังจาก​เสิ่งฉงพูด​จบ​ ยก​มือขึ้น​บัญชาการ​ ทุกคน​ที่อยู่​ภายใน​นั้น​หาย​วาบ​ไปจาก​ที่​เดิม​ที่​เคย​อยู่​

แค่​เวลา​เพียง​พริบตาเดียว​ พวกเขา​ก็​มาถึงสถานที่​ที่​ไม่คุ้นเคย​

กลิ่น​ของ​ความเค็ม​ เสียง​ของ​คลื่น​ซัดสาด​ ทำให้​เจียง​หลี​และ​ทุกคน​รู้​ถึงสถานที่​ที่​ตนเอง​ยืน​อยู่​ เสิ่นฉง​พา​พวกเขา​ไปย ยืน​อยู่​บน​โขดหิน​ขนาดใหญ่​ก้อน​หนึ่ง​ ด้าน​หน้าเป็น​ท้องทะเล​ที่​ดู​กว้าง​ไกลลิบ​ตา​

เพียงแต่ว่า​ น้ำทะเล​ที่​ดู​ไม่เหมือนเคย​ เมื่อ​เทียบ​กับ​ที่อื่น​ สีของ​มัน​ดู​เข้ม​กว่า​ และ​มีสีดำ​แฝงอยู่​ไปทั่ว​

“ศิษย์​พี่ใหญ่​ ที่นี่​คือ​ดินแดน​ผนึก​มาร​หรือ​” บรรดา​ลูกศิษย์​ทั้ง​ห้า​ มีเพียงแต่​เจียง​หลี​ที่​กล้า​เอ่ยปาก​สนทนา​กับ​เสิ นฉง​อย่าง​ไม่เกรงกลัว​

เสิ่นฉง​พยักหน้า​ “ใช่ แต่​ก็​ไม่เชิง ที่นี่​คือ​ทางเข้า​ของ​ดินแดน​ผนึก​มาร​ แต่​มัน​ยัง​ไม่ถูก​เปิด​ พวกเรา​รอ​อยู่​ตรงนี้​ก ก่อน​”

เช่นนี้​นี่เอง​

เจียง​หลี​เข้าใจ​แล้ว​

“ศิษย์​น้อง​เล็ก​ สังเกตเห็น​ที่​ศิษย์​พี่​ทั้ง​สามของ​เจ้าจัดวาง​และ​สร้าง​พลัง​นั้น​ไหม​” จู่ๆ เสิ่นฉง​ก็​หันมา​เอ่ย​กับ​เจี ยง​หลี​ แค่​เพียง​ชั่วพริบตาเดียว​เขา​ได้​สร้าง​ฉาก​กำบัง​ เพื่อที่จะ​ได้​ตัด​เสียง​ของ​เขา​สอง​คน​จาก​โลก​ภายนอก​

แววตา​เจียง​หลี​เป็นประกาย​ พยักหน้า​ตอบรับ​

เจียง​หลี​ใช้สายตา​นับ​คร่าวๆ​ มีคน​อยู่​ราว​ห้าสิบ​คน​

หาก​ทุก​กลุ่ม​อำนาจ​ส่งคน​มาเข้าร่วม​ห้า​คน​ หัก​คน​ที่​ร่วม​เดินทาง​มาด้วย​ ถ้าอย่างนั้น​คน​ที่​เข้าร่วม​ก็​มีเพียง​ราว​หก​ถึ งเจ็ด​กลุ่ม​อำนาจ​ เจียง​หลี​คิด​คร่าวๆ​ ใน​ใจ

“ทุกครั้งที่​ดินแดน​ผนึก​มาร​ถูก​เปิด​ออก​ คน​ที่จะ​เข้าไป​ได้​มีเพียงแค่​สามสิบห้า​คน​เท่านั้น​ แต่ทว่า​ เมือง​ซีฮวง​นั้น​ มี กลุ่ม​อำนาจ​อยู่​มากมาย​ ดังนั้น​ ทุกครั้ง​รายชื่อ​ของ​กลุ่ม​ที่​ได้​เข้าไป​ ต่าง​ก็​มาจาก​กลุ่ม​อำนาจ​ระดับ​กลาง​และ​สูงสับเป ปลี่ยน​หมุนเวียน​กัน​ไป ครั้งนี้​กลุ่ม​อำนาจ​ระดับสูง​มีอยู่​สามฝ่าย​ แบ่ง​ออก​เป็น​ วัง​เทียน​อู่​กง​ ตำหนัก​หลี​หั่ว​ และ​ป้อ อมปราการ​เฟยอวิ๋น”​

กลุ่ม​อำนาจ​ระดับสูง​ทั้ง​เจ็ด​ ครั้งนี้​ก็​หมุนเวียน​มาไม่ถึงครึ่ง​!

แสงประกาย​จาก​ดวงตา​เจียง​หลี​นั้น​หรี่​ลง​ รับรู้​ได้​ถึงการ​แบ่ง​ทรัพยากร​ของ​ทาง​ซีฮวง​ นาง​มองหา​วัง​เทียน​อู่​กง​ท่ามกลาง ง​กลุ่มคน​เหล่านั้น​ ใน​สุด​นาง​ก็​เห็น​ลูกศิษย์​ที่​สวม​ชุด​ของ​วัง​เทียน​อู่​กง​

ทันใดนั้น​ แววตา​นาง​เป็นประกาย​อีกครั้ง​ มุมปาก​มีรอยยิ้ม​ปรากฏ​ขึ้น​ บรรดา​กลุ่ม​คนใน​วัง​เทียน​อู่​กง​ นาง​เห็น​เงาของ​กง​เ เสวี่ยฮ​วา​ปรากฏ​อยู่​

“คน​ทาง​ด้าน​นั้น​แต่งกาย​ประดุจ​กลุ่ม​เพลิง​ เป็น​คน​ของ​ตำหนัก​หลี​หั่ว”​ เสิ่นฉง​แนะนำ​ให้​กับ​ทุกคน​

เจียง​หลี​หันไป​มอง​ทาง​นั้น​ ดวงตา​ปรากฏ​ให้​เห็น​ถึงความตกใจ​เพียง​เล็กน้อย​โดยฉับพลัน​ ดูเหมือนว่า​…ใน​กลุ่มคน​จาก​ตำหนัก​ห หลี​หั่ว​นั้น​ จะมองเห็น​เงาคน​ที่​เคย​รู้จัก​กัน​มาก่อน​

“เมื่อ​เข้าไป​ได้​แล้ว​ พวก​เจ้าจะต้อง​ระวัง​คน​จาก​ป้อมปราการ​เฟยอวิ๋น”​ จู่ๆ เสิ่นฉง​ก็​กระซิบ​เตือน​พวกเขา​ทั้ง​ห้า​

ป้อมปราการ​เฟยอวิ๋น!​

แสงประกาย​จาก​ดวงตา​เจียง​หลี​ดับ​ลง​ คน​ที่​ทำให้​ฮวงเสิน​ร่วง​จาก​กลุ่ม​อำนาจ​ระดับสูง​ก็​คือ​ป้อมปราการ​เฟยอวิ๋น​ ว่า​กัน​ว ว่า​ป้อมปราการ​เฟยอวิ๋น​นี้​ศักยภาพ​อยู่​กลุ่ม​อำนาจ​ระดับ​กลาง​มาตลอด​ แต่​ไม่รู้​ว่า​อย่างไร​ ใน​งาน​ปาฐกถา​เจ้าครอง​นคร​ครั้ งนั้น​เหตุการณ์​เกิดขึ้น​อย่าง​ฉับพลัน​ ดึง​ฮวงเสิน​จาก​ตำแหน่ง​กลุ่ม​อำนาจ​ระดับสูง​ของ​ทาง​ซีฮวง​ลงมา​ใน​ทันใด​ พูด​ได้​ว่า​ ระหว่าง​ป้อมปราการ​เฟยอวิ๋น​และ​ฮวงเสิน​ ยังมี​ความแค้น​เก่า​ที่​ยัง​คงอยู่​!

“ที่​เหลือ​เป็น​กลุ่ม​อำนาจ​ระดับ​กลาง​ นอกจาก​ฮวงเสิน​ของ​เรา​ ก็​มีกลุ่ม​สำนัก​ฝัวห​มัว​ วัง​เวิ่นฉิง​และ​สำนัก​หลี​หุน​จง” หลังจากที่​เสิ่นฉง​พูด​เตือน​ ก็​ไม่ได้​พูด​อะไร​มาก​ และ​ก็​แนะนำ​กลุ่ม​อำนาจ​ต่างๆ​ ให้​กับ​พวกเขา​

มุมปาก​เจียง​หลี​ยกขึ้น​เป็น​มุมโค้ง​ อืม​ ครั้งนี้​มากัน​พร้อมหน้า​กัน​จริงๆ​ กลุ่ม​อำนาจ​ที่​นาง​เคย​คบค้าสมาคม​ด้วย​ล้วน​มา ากัน​หมด​

“ฮ่าๆๆ…ข้า​ว่าแล้ว​ ทุกครั้งที่​ฮวงเสิน​ปรากฏตัว​ พวกเขา​ก็​จะมาถึงเป็น​คน​แรก​กลุ่ม​แรก​เสมอ​”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์