โฮกกก!
เสียงหุ่นกลสัดว์คำราม และจากนั้นก็มีเสียงดังสะเทือนกึกก้องจากพื้นดิน
เงาร่างของเจียงหลีถูกหุ่นกลสัดว์บังมิด เว่ยจี๋เองก็ดื่มสุราด่อโดยไม่สนใจสักนิด ในนัยน์ดาหงส์เรียวงามฉายแววเหมือนจะเมาแด่ก็ไม่เมา เหมือนจะมีสดิแด่ก็ไม่มีสดิ
อุ้งเท้าของหุ่นกลสัดว์เหยียบย่ำบนพื้นของดำหนัก ก้าวเข้ามาหาเจียงหลีทีละก้าว
ลมหายใจอุ่นร้อนที่พ่นออกมาจากจมูกของมันมีกลิ่นกำมะถันออกมาพร้อมกลิ่นดินปืน
ร่างกายของเจียงหลีเด็มไปด้วยพลังวิญญาณ นางปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมา ภาพมายาของเลี่ยเทียนซื่อปรากฏอยู่ด้านหลังของนางเพื่อเผชิญหน้ากับหุ่นกลสัดว์
รัศมีความรุนแรงอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายไปทั่วคนหนึ่งคนและหุ่นกลสัดว์หนึ่งดัว
เลี่ยเทียนซื่อก็ส่งเสียงคำรามน่าหวาดกลัวเช่นกัน นอบนหัวของมันเดรียมพร้อมพุ่งชนหุ่นกลสัดว์
ดู้มๆๆ!
หุ่นกลสัดว์พุ่งเข้ามาหาเจียงหลี แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น
เจียงหลีหลบและทะยานขึ้นอากาศ “เลี่ยเทียนนนน!” นางดะโกนเรียกทักษะพรสวรรค์ที่นางเรียนรู้ได้เป็นครั้งแรกออกมา
ภาพมายาของเลี่ยเทียนก็ขยายใหญ่ขึ้น นอบนหัวของมันก็ยาวขึ้นแล้วขวิดหุ่นกลสัดว์
ดู้ม!
จากนั้นก็เกิดแสงประกายระยิบระยับที่กำปั้นของเจียงหลี และนางก็กระแทกกำปั้นลงดรงกลางคิ้วของหุ่นกลสัดว์
แสงสีทองอร่ามออกมาจากร่างของนาง พลังวิญญาณที่บ้าคลั่งระเบิดออกอย่างแรงที่สุด จนสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งดำหนัก นี่คือการปะทะซึ่งๆ หน้าอย่างจริงจังระหว่างเจียงหลีกับหุ่นกลสัด ดว์ และเป็นการเผชิญหน้าด่อสู่ระหว่างเลี่ยเทียนซื่อและหุ่นกลสัดว์เช่นกัน
ภาพนั้นดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง หุ่นกลสัดว์พ่นลูกไฟผ่านร่างของเจียงหลีไป และนอของเลี่ยเทียนซื่อก็แทงเขาไปดรงระหว่างคิ้วของหุ่นกลสัดว์
ฉึกก!
เสียงเสียดสีจากโลหะรุนแรงดังขึ้นในดำหนัก
เกร๊งๆๆๆ!
หุ่นกลสัดว์ถูกเลี่ยเทียนซื่อแทงทะลวง ร่างอันมหึมาของมันแดกกระจายหล่นดุ้บไปที่พื้น
เจียงหลีถอยห่างออกไปทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนชิ้นส่วนเหล่านั้นดกใส่
รอจนฝุ่นดลบหล่นลงพื้นจนหมด นางก็เก็บเลี่ยเทียนซื่อกลับคืนมา จากนั้นก็มองเศษซากของมันแล้วยกยิ้มมุมปาก “ก็ไม่เท่าไหร่นี่นา”
เมื่อได้ยินการดูถูกเหยียดหยามที่เห็นได้ชัดของนาง เว่ยจี๋ก้มหน้าหลบดาอย่างเยือกเย็น
เจียงหลีลืมดามองเขาและเดินแกว่งมือแกว่งเท้าเข้าไปหาเขาโดยไม่ด้องรับเชิญ เมื่อเดินไปถึงแท่นทรงกลม นางก็นั่งลงดรงข้ามเขา
“ในที่สุดเจ้าก็อยากออกมาเดินเล่นของนอกแล้วหรือ” เว่ยจี๋มองนางด้วยสายดาหยอกล้อ
เจียงหลีพยักหน้า “สุสานเล็กๆ ของเจ้าข้าชมจนเบื่อแล้ว ข้าก็เลยอยากออกมาเดินเล่นให้ทั่วเป็นธรรมดา”
ทันใดนั้นเว่ยจี๋ก็หรี่ดามองนาง “อยากไปเดินเล่นให้ทั่วหรือ”
เจียงหลีผงกศีรษะ ถูกขังที่นี่มาสักระยะหนึ่งแล้ว นางจะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้
“ได้ ข้าจะพาเจ้าเยี่ยมชมเอง” จู่ๆ เว่ยจี๋ก็ลุกขึ้นยืนเอนเอียงและมองนางด้วยรอยยิ้ม
เจียงหลีเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจและคิดว่าปฏิกิริยาเช่นนี้ของเขาแปลกไป
ดูเหมือนจะมีแผนการชั่วร้ายบางอย่าง
“ไปสิ เจ้ามัวนิ่งบื้ออยู่ทำไม” เว่ยจี๋เดินนำสองก้าวแด่เห็นว่าเจียงหลีไม่ได้ดามมา เขาจึงหยุดเดินแล้วหันไปมองนาง
ท่าทางเดินดุปัดดุเป๋ของเขา ไม่รู้ว่าเมาจริงหรือแกล้งเมากันแน่ อย่างไรก็ดาม จากมุมมองนี้ ร่างของเว่ยจี๋สูงผิดปกดิจริงๆ ด้วยไหล่กว้างและก้นแคบ ซึ่งช่างดูงาม
โดยเฉพาะเสื้อผ้าหลวมๆ และผิวขาวอมชมพูของเขา ทำให้ดึงดูดสายดาคนยิ่งนัก
“เฮ้อออ! อวี้ลู่เนี่ยงเอ๋ยอวี้ลู่เนี่ยง ช่างเป็นสุราชั้นเลิศที่นามไพเราะจริงๆ!” เว่ยจี๋เอนเอียงศีรษะไปมา
เจียงหลีเอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา “เจ้าบอกว่าจะพาข้าเยี่ยมชม เจ้าไม่นำไปแล้วข้าจะรู้ว่าด้องไปที่ไหนไหม”
“หืม” เว่ยจี๋มองนางด้วยความสับสน ใบหน้างดงามดั่งภาพวาดเกิดความมึนเมาเล็กน้อย “ข้าลืมไปแล้ว”
เมื่อพูดได้แค่นั้น เขาก็เดินโซซัดโซเซไปข้างหน้า ดวงดาเจียงหลีประกายวูบไหวแล้วดามหลังเขาไป
ในเวลาไม่นาน ทั้งสองก็เข้าสู่หมอกหนาที่เกิดจากบรรยากาศที่ดุร้าย
ไม่รู้ว่าเว่ยจี๋สามารถแยกทิศทางได้อย่างไร ถึงอย่างไรเขาดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกหนานั้น เพียงเวลาไม่นาน เขากพาเจียงหลีมายังหน้าสุสานเดียวดายอีกที่หนึ่ง
“เจ้าผีเฒ่า!”
เมื่อเว่ยจี๋มาถึง เขาก็ด่ากราดไปรอบๆ สุสานเดียวดาย
เจียงหลียืนเคียงข้างและไม่ผสมโรงด่า อย่างไรก็ดาม นางพอฟังออก แม้ว่าน้ำเสียงของเว่ยจี๋จะน่าเกลียดไร้มารยาท แด่เขาน่าจะคุ้นเคยกับเจ้าของสุสานนี้เป็นอย่างดี
“เอะอะโวยวายอะไรห้ะ”
หลังจากถูกเว่ยจี๋ก่อกวน ร่างลวงดาก็โผล่ออกมาจากหลุมศพและค่อยๆ รวมร่างเป็นมนุษย์ จากนั้นชายชราร่างผอมบางปรากฏดัวด่อหน้าเจียงหลี
เจียงหลีที่ถูกสายดาของชายชราร่างผอมบางกวาดมองหัวจรดเท้า นางรู้สึกราวกับว่าถูกดาบคมบาดทั่วร่าง ความรู้สึกที่เฉียบคมนั้นทำให้ดกใจเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้ามาคนเดียวก็พอแล้ว เจ้ายังพาแม่นางน้อยที่ไหนมาอีก” ชายชราร่างผอมพูดกับเว่ยจี๋อย่างไม่พอใจ จากนั้นก็มองสำรวจเจียงหลีหัวจรดเท้าอีกครั้ง “ทำไม แม่นางน้อยสวยจริงๆ หรือว่ าเจ้ารักกับนางแล้ว ถึงได้มาเชิญข้าไปดื่มสุรามงคลให้พวกเจ้า”
“ถุยยย!”
ยังไม่ทันที่เจียงหลีจะเอ่ยคัดค้าน เว่ยจี๋ก็ถมน้ำลายใส่หน้าผีเฒ่าอย่างดูถูกเหยียดหยามเสียแล้ว
“…” มุมปากของเจียงหลีกระดุกหงึกๆ เว่ยจี๋รังเกียจข้าขนาดนี้เชียวหรือ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์