“เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ” เว่ยจี๋นั่งตัวตรงขึ้นมา
“อะไร” เจียงหลีกลับไม่เข้าใจความหมายที่เขาเอ่ย
เว่ยจี๋ทำท่าเหมือนจะขาดใจ แต่ทำได้เพียงอดทนและพูดในสิ่งที่นางพึ่งเอ่ยมาเมื่อครู่อีกรอบ “…ฉะนั้น อวี้ลู่เนี่ยงหรือสุราหยกน้ำค้างคือสุราที่เขาหมักเอง?”
“เอ่อคือ…เรื่องนี้ ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่ว่า สุราหยกน้ำค้างเป็นสุราที่ศิษย์พี่ใหญ่มอบให้กับข้าไม่ผิดแน่” เจียงหลีกะพริบตาไปมา
“ไป!” อยู่ๆ เว่ยจี๋ก็ลุกขึ้นมา ใต้ดวงตายาวเรียวนั้น เป็นประกายระยิบระยับ
“ไปไหน” เจียงหลีมองไปทางเขาอย่างมึนงง
“ไปหาศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า” เว่ยจี๋พูดออกมาตรงๆ
มุมปากของเจียงหลีเหยียดออก “เขาอยู่ด้านนอก แต่ เดิมที่ที่ข้าเรียกเขาไว้ ก็เพราะว่าอยากจะเอาไหสุราของเจ้าให้กับเขา”
“เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบ รอให้เจอเขาก่อนค่อยว่ากัน” เว่ยจี๋เอ่ยอย่างเร่งรีบ
“หืม” เจียงหลีมองไปทางเขาอย่างประหลาดใจ
เว่ยจี๋นำไหสุราโยนคืนให้เจียงหลี แล้วเอ่ยกับนาง “เมื่อออกไปแล้ว เจ้าก็ถามเขาเกี่ยวกับเรื่องสุราหยกน้ำค้าง ข้าจะแอบฟังอยู่ข้างๆ”
“เจ้า…” เจียงหลีโดนเว่ยจี๋ผลักออกไปด้านนอก
“วางใจเถอะ เขามองไม่เห็นข้า” เว่ยจี๋เอ่ยอย่างยิ้มกริ่ม
“…” เจียงหลีพูดไม่ออก นางกังวลเรื่องนี้ที่ไหนกันละ
นางแค่ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ เว่ยจี๋ถึงเป็นบ้าอะไรขึ้นมา!
แต่ เจียงหลีก็ทำได้เพียงหยิบไหสุราแล้วเดินออกมา
เสิ่นฉงยังคงยืนรออยู่นางอยู่ที่เดิม ร่างกายสูงราวกับต้นไผ่ ท่าทางดูสง่างาม
“ศิษย์พี่ใหญ่” เจียงหลีส่งเสียงเรียก
เสิ่นฉงหันตัวกลับมา มองแล้วส่งยิ้มให้กลับนาง สายตามองไปยังไหสุราที่อยู่ในมือของนาง และเข้าใจในท่าทีของนางในทันใด “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าไม่ต้องรู้สึกลำบากใจ เมื่อครู่เป็น เพียงอารมณ์ชั่ววูบของข้า”
ที่พูดเช่นนี้ เพื่อหวังให้นางไม่ต้องมารู้สึกผิด
เจียงหลียิ้มออกมา “ศิษย์พี่ใหญ่ นั่งเถิด”
เสิ่นฉงพยักหน้า นั่งลงพร้อมกับเจียงหลี
หลังนั่งลง เจียงหลียกไหสุราที่อยู่มือ ส่งให้กับเสิ่นฉง “ศิษย์พี่ใหญ่ เมื่อครู่ท่านยังไม่ได้ดูมันอย่างละเอียดเลย แม้ว่าข้าอาจมีเหตุผลที่ไม่อาจจะยกไหสุรานี้ให้กับท่านไ ได้ แต่ว่า หากท่านอยากดูเมื่อใด ก็สามารถมาหาข้าได้เสมอ”
“ความคิดนี้ไม่เลวเลยทีเดียว” เสิ่นฉงรับมา มองไหสุราที่อยู่ในมืออย่างละเอียดอีกครั้ง
ครั้งนี้ เขามองอย่างพิถีพิถัน มองอย่างตั้งใจ และจดจ่อ เจียงหลีพบว่า ตอนที่เข้ามองไปยังไหสุรานั้น มุมปากของมีรอยยิ้ม แสดงออกถึงความดีใจ เหมือนกับเด็กน้อยเจอของเล่นที่ถูกใจ มากก็มิปาน
“ประณีตเสียจริง งดงามเป็นที่สุด” เสิ่นฉงเอ่ยชม
คนที่เสิ่นฉงมองไม่เห็นอย่างเว่ยจี๋ เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด ใบหน้างดงามที่ขาวหมดจด ก็มีความรู้สึกภาคภูมิใจปรากฏอยู่ “นับว่าตาถึง”
เจียงหลีมองไปทางเขา แล้วเอ่ยถามเสิ่นฉง “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านพูดว่าไหสุรานี้ประณีต งดงามนอกจากฝีมือในการทำที่ประณีต ข้าก็มองไม่เห็นอะไรสักอย่างเลย”
“หนอยยยย…!” คำพูดของเจียงหลี ทำให้เว่ยจี๋อุทานลากเสียง
แต่เสิ่นฉงอมยิ้มมองไปทางนาง แล้วอธิบายอย่างละเอียด “ไหสุราอันนี้ไม่ได้ใช้วัสดุชนิดเดียวในการสร้างมันขึ้นมา แต่ใช้วัสดุชนิดใดบ้างนั้น ตัวข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่ข้าสามารถ ยืนยันได้ว่า วัสดุเหล่านี้ มีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อการเก็บสุราชั้นยอด”
เว่ยจี๋ที่ฟังไปด้วย พยักหน้าไปด้วย มีความรู้สึกเหมือนได้พบเจอ คนรู้ใจที่เข้าใจซึ่งกันและกัน
“…และลวดลายบนไหสุรานี้ ก็มีความลึกซึ้ง มองดูอาจจะเหมือนลวดลายธรรมดา แต่วิธีการที่ใช้การวาดนั้น ได้นำเรื่องราวของเทพเจ้าสุรามาแฝงซ่อนอยู่ภายในนี้ด้วย บนไหสุราขนาดเล็กนี้ มีรูปวาดอยู่หนึ่งร้อยเก้ารูป”
“อะไรนะ” เจียงหลีพูดขึ้นมาอย่างประหลาดใจ
“สุราที่ท่านกลั่นออกมา มีรสชาติและกลิ่นหอมนุ่มนวลเป็นอย่างมาก” ที่เจียงหลีเอ่ยชมไม่เกินจริงเลย แม้แต่เว่ยจี๋ที่อยู่ด้านข้างก็พยักหน้าเห็นด้วย
เสิ่นฉงอมยิ้ม คำชมของเจียงหลีไม่ได้ทำให้เขาแสดงออกถึงความทะนงและมั่นใจ แต่เขายังคงมีท่าทีที่สุภาพอ่อนโยนทั้งภายในภายนอกเช่นเดิม “หากเจ้าชอบ หลังจากดื่มหมด ก็มาเอาที่ข้า ได้อีก”
“ได้!” คนที่เลี้ยงผีขี้เหล้าอย่างเจียงหลี ตอบรับความปรารถนาดีของเสิ่นฉงอย่างไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย นางเคยสัญญาไว้กับเว่ยจี๋ว่าจะทำให้เขาได้ลิ้มรสสุราที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใต ต้หล้า แลกกับการมีวิญญาณร้ายมาติดตาม เพื่อสอนวิชาหุ่นเชิดต่อ
เสิ่นฉงกลับไปแล้ว แต่เข้าไม่ได้นำไหสุราของเจียงหลีไปด้วย
แต่ทว่า เว่ยจี๋กลับตื่นเต้นเดินไปเดินมาตรงหน้าเจียงไม่หยุด
“เจ้าช่วยหยุดสักพักได้ไหม ข้าตาลายไปหมดแล้ว” เจียงหลีเอ่ยอย่างอารมณ์เสีย หลังอดทนไม่ไหว
“ตอนนี้ข้าไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้” เว่ยจี๋ยังคงไม่หยุด
เจียงหลีพูดไม่ออก นำไหสุราออกมาดันเว่ยจี๋ “เข้าไป”
เพียงพริบตาเดียว เว่ยจี๋กลายร่างเป็นกลุ่มควัน ถูกดูดเข้าไปภายในไหสุรา
“นี่! เจียงหลี ปล่อยข้าออกไป!” เสียงของเว่ยจี๋ดังออกมาไหสุรา
แต่เจียงหลีกลับเหยียดปากยิ้ม ไหสุราเขย่าไปมา “เจ้าอยู่ด้านในค่อยๆ ขยับไปมาไปเถิด เมื่อข้ามองไม่เห็นก็จะไม่หงุดหงิดใจ”
“เจียงหลี ข้าจะฝากตัวเป็นศิษย์! ข้าจะฝากตัวเป็นศิษย์!” ทันใดนั้น เว่ยจี๋ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างเสียงดัง
อะไรนะ!
อีกนิดหนึ่งเจียงหลีก็จะเสียการทรงตัวแล้ว
นางมองไปยังไหสุราอย่างแปลกใจ แล้วถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ”
“ข้าพูดว่า ข้าจะไปฝากตัวเป็นศิษย์กับศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า ข้าจะเรียนวิธีการกลั่นสุราจากเขา ข้าเว่ยจี๋ไม่เชื่อว่าในตอนที่ข้ามีชีวิตอยู่กลั่นสุราออกมาได้สักไห เมื่อตายแล้วก ก็ยังจะกลั่นไม่ได้อีก ตายมานานขนาดนี้แล้ว ได้พบเจอกับอาจารย์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ยังจะกลั่นสุราไม่ได้อีกสักขวดเชียวรึ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์