เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 132

บทที่ 132 ละทิ้งบ้านตระกูลหวง

“เป็นแค่งูแต่ริอ่านจะกลืนกินคชสาร!” จ้าวเลี่ยงมองฉิงเทียนที่กำลังเดินห่างออกไป

หลังจากที่พูดประโยคนี้จบ สายตาคู่นั้นก็ได้จับจ้องไปยังบางสิ่งบางอย่าง

บ้านตระกูลหวง

“เพล้ง” แก้วลายครามใบหนึ่งตกลงแตกกับพื้น หวงหยุนหลงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้วยความโกรธในขณะที่หวงเห่าที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้ห้ามเขาขณะที่ก้มหัวและหันหน้ามามองเขาเป็นช่วงๆ

“เห่าเอ๋อ น้องชายของแกนี่มันเป็นบ้าอะไรกันเนี่ย?” หวงหยุนหลงพยายามกดดันความโกรธและถามหวงเห่า

แต่ในใจหวงเห่านั้นกำลังต่อว่าพ่อของเขาไม่หยุด “คุณต่างหากที่เป็นบ้า ส่วนแบ่งตอนแรกก็ดีอยู่แล้ว แต่คุณก็ยังจะฝืนไปเปลี่ยน” แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไป

มองมาที่พ่อของเขาที่กำลังจ้องมาที่เขา หวงเห่ารู้ดีว่าเขานั้นไม่ควรที่จะพูดอะไรในวันนี้ที่จะเป็นการเพิ่มความโกรธ แต่ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป ฝั่งหนึ่งของน้องชายเขา อีกฝั่งก็พ่อของเขา ยิ่งไปกว่านั้นก็เป็นความผิดของพ่อของเขาเองที่ตัดสินคนจากรูปร่าง ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจที่จะพูดความในใจออกไปแต่เขาก็ยังพูดอย่างให้ความเคารพอยู่ “คุณพ่อครับ ผมคิดว่าคุณพ่อได้ตัดสินใจผิดพลาดไปแล้วล่ะครับ”

หลังจากที่พูดเช่นนี้ หวงเห่าก็ก้มหัวลงทันทีโดยไม่ได้หันมามองหวงหยุนหลง

หวงหยุนหลงรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาที่เห็นลูกชายของเขาเป็นแบบนี้เป็นครั้งแรก! ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าลูกชายของเขานั้นเป็นคนฉลาด ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้มีการงานมั่นคงตั้งแต่ยังหนุ่มเช่นนี้ แต่เขาเองก็รู้ด้วยว่าลูกชายของเขานั้นจะไม่มีทางขัดขืนเขาเช่นนี้แน่

เกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของเขาในเวลานี้กันแน่? มันเป็นความคลั่งไคล้แบบไหนกันที่ฉิงเทียนนั้นมอบให้กับลูกชายของเขากันแน่? เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็สนใจเรื่องของคนหนุ่มในวันนี้มากขึ้นเรื่อยๆ”

ในขณะที่หวงเห่าและหวงหยุนหลงกำลังพูดคุยเรื่องของฉิงเทียนกันอยู่นั้น อีกทางด้านหนึ่งฉิงเทียนก็ได้รับโทรศัพท์ติดต่อมาจากจ้าวก่างและได้ชวนเขาให้มาหารือเรื่องนี้กันอีกครั้ง แต่คราวนี้มีเพียงตระกูลจ้าวและฉิงเทียนเท่านั้นที่เข้าร่วม

ทันทีที่ฉิงเทียนเข้ามาในห้อง จ้าวเลี่ยงก็ได้มีรอยยิ้มบนใบหน้าขึ้นมาทันที และดวงตาที่เหมือนหนูของเขานั้นกำลังซ่อนเร้นบางอย่างเอาไว้อยู่ จากนั้นก็พูดด้วยเสียงที่ทรงพลัง “หลานฉิงทำไมเจ้าถึงได้กลับไปไวนัก? ลุงยังมีอีกหลายเรื่องที่จะพูดกับนาย”

“โอ้คุณลุงจ้าว หมายถึงเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอครับ?” ฉิงเทียนก็นั่งลงที่เขานั่งเมื่อสักครู่ ในตอนนั้นตอนที่เขากำลังทะเลาะกับหวังหยุนหลงอยู่นั้น จ้าวเลี่ยงที่นั่งอยู่ถัดจากเขากลับไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย ฉิงเทียนรู้ว่าดีว่าเขานั้นกำลังรออะไรบางอย่างอยู่ แต่ก็คงไม่คิดว่าฉิงเทียนนั้นจะรีบกลับไปเช่นนั้น ทำให้สิ่งที่จ้าวเลี่ยงตั้งใจจะพูดนั้นพลาด ซึ่งสิ่งที่จ้าวเลี่ยงต้องการนั้นคือกินส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดของตลาดมืดในเมืองโม๋ตู

ตระกูลจ้าวนั้นมาจากวงการใต้ดิน ถึงแม้ว่าเขาจะได้พยายามเปลี่ยนแปลงธุรกิจของเขาขึ้นมาบนดินแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีส่วนร่วมกับตลาดมืดเป็นการลับอยู่ ต่างจากตระกูลหวง พวกเขานั้นเป็นตระกูลที่เป็นข้าราชการและนักธุรกิจมาหลายต่อหลายรุ่นแล้ว พวกเขาค่อนข้างที่จะรังเกียจตลาดมืดด้วยซ้ำ ดังนั้นจ้าวเลี่ยงจึงได้เรียกฉิงเทียนให้กลับมาคุยกันอีกครั้ง

“นี่ หลานฉิงเทียนเราเลิกพูดอ้อมค้อมกันดีกว่า ลุงคิดว่าพวกเราจะสามารถกลืนตลาดมืดได้หากพวกเราร่วมมือกัน” พูดจบเขาก็ได้ใช้ตาเล็กๆของเขาจับจ้องมาที่ฉิงเทียน เพื่อดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมา แต่ก็ต้องทำให้เขาผิดหวัง ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นจะตกใจนิดหน่อยแต่สีหน้าของเขานั้นยังคงใจเย็นอยู่ได้

ฉิงเทียนนั้นไม่ได้ให้คำตอบทันที แต่ยังคงคิดถึงเรื่องข้อดีข้อเสียของเรื่องนี้ในใจของเขาอยู่ เดิมทีเขาตั้งใจที่จะร่วมมือกับตระกูลหวงและตระกูลจ้าว ตระกูลที่มีอำนาจในด้านมืดหนึ่งตระกูลและตระกูลที่มีอำนาจในด้านสว่างอีกหนึ่งตระกูล มีเพียงหนทางเช่นนี้เท่านั้นถึงจะทำให้ตลาดมืดนั้นยังคงเป็นความลับอยู่ได้ แต่ในเวลานี้ตระกูลหวงนั้นเลือกที่จะไม่ร่วมมือด้วย ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้คำนึงถึงการผลได้ผลเสียของการร่วมมือกับตระกูลจ้าว

ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถฆ่าพวกตัวใหญ่ๆของตลาดมืดได้ก็จริงอยู่ แต่เขาไม่สามารถที่จะควบคุมคนที่อยู่ในระดับกลางและระดับล่างได้ และคนเหล่านี้จำเป็นต้องมีคนจัดการดูแล

จ้าวก่างเองก็หันมามองฉิงเทียนด้วยสีหน้ากระวนกระวาย และพูดในใจ: นายเป็นอะไรไปฉิงเทียน เขานั้นเริ่มที่จะนั่งดูเฉยๆไม่ไหวและอยากจะทุบฉิงเทียนด้วยมือของเขา

ฉิงเทียนจึงได้รู้สึกตัวขึ้นมาและมองไปที่สีหน้าที่ไม่ดีของจ้าวเลี่ยง ฉิงเทียนจึงได้รู้ว่าจ้าวเลี่ยงนั้นกำลังเข้าใจเขาผิดไปแน่ๆ เขาจึงได้รีบอธิบาย “ลุงจ้าวครับ ผมไม่ได้ต้องการถึง 6:4 หรอกครับ, แบ่งกันอย่างยุติธรรม 5:5 ดีกว่าครับ”

“แต่ผมมีเรื่องจะขอร้อง”

“โอ้” เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนบอกว่ายินดีที่จะแบ่งกัน 5:5 แล้ว แต่ว่ามีเงื่อนไข ซึ่งในเวลานั้นเองจ้าวเลี่ยงเองก็สนใจเงื่อนไขข้อนี้ของเขาเหมือนกันและถามกลับไป “เงื่อนไขอะไรรึ หลานฉิงเทียนว่ามาได้เลย”

“ผมคิดว่าหลังจากที่จัดการกับตลาดมืดได้แล้ว ส่วนใหญ่ผมอยากจะให้ตระกูลจ้าวเป็นคนจัดการ และผมต้องการให้ฉิงหยูนั้นได้เข้าไปมีส่วนร่วมและศึกษางานด้วยน่ะครับ” เขาชี้ไปที่ฉิงหยูที่นั่งข้างๆเขา

เมื่อฉิงเทียนพูดออกมาเช่นนี้ ฉิงหยูก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมากและคิดที่จะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นพี่ชายของเขาทำสายตาบ่งบอกเขามาว่าห้ามปฏิเสธ สิ่งที่เขาจะพูดออกมาจึงได้แต่ต้องกลืนกลับลงไป

“ไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องแค่นี้ไม่มีปัญหา!” จ้าวเลี่ยงตอบตกลงอย่างรวดเร็ว เขาเกรงว่าฉิงเทียนนั้นจะเปลี่ยนใจอีก

ถ้าตลาดมืดทั้งหมดนั้นเป็นของพวกเขา ก็ไม่ใช่ว่าตลาดมืดนั้นเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวหรอกเหรอ ถึงแม้ว่าผลประโยชน์จะแบ่งกัน 5:5 ก็ตามที แต่สิ่งที่จ้าวเลี่ยงสนใจจริงๆก็คืออิทธิพลของตลาดมืดต่างหาก

ส่วนเรื่องของฉิงหยูที่ฉิงเทียนต้องการให้เข้ามามีส่วนร่วมนั้น เมื่อเขาหันไปดูแล้ว ก็แค่เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งเท่านั้นซึ่งเขาจึงได้ไม่สนใจมากนัก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย