เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 133

บทที่ 133 รวบรวมข้อมูล

ในเมื่อตกลงกันเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ได้เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็เป็นการหารือกันเรื่องจะล้มล้างอำนาจของตลาดมืดกันอย่างไรดี

“พวกเราตระกูลจ้าวนั้นพอจะรู้เรื่องเบื้องหลังของตลาดมืดอยู่บ้าง” หลังจากจ้าวเลี่ยงพูดจบ เขาก็หยิบเอากองเอกสารที่หนาถึง 30 เซนติเมตรวางไว้ตรงหน้าฉิงเทียน

“ดูเหมือนว่าตระกูลจ้าวนั้นจะหวังยึดครองอยู่นานแล้ว, ไม่อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะรวบรวมข้อมูลมาได้ละเอียดขนาดนี้แน่” ฉิงเทียนนั้นอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้

ฉิงเทียนกับฉิงหยูมองหน้ากัน แล้วจากนั้นพวกเขาก็อ่านกองเอกสารเหล่านี้อย่างเงียบๆ

ส่วนทางด้านของตระกูลหวง

ก็พบว่ามีเสียงโทรศัพท์ดัง “กริ๊งๆ” ขึ้นมา ในเวลานี้ตระกูลหวงกำลังตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงของโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมา

หวงหยุนหลงคิ้วขมวดขึ้นมาและรับโทรศัพท์ ส่วนหวงเห่ามองดูพ่อของเขา และพบว่าคิ้วของพ่อเขาขมวดเข้าหากันมากขึ้นเรื่อยๆ และสีหน้าของเขาก็ดำมืดมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

“ป๊าบ” เสียงดังขึ้นมา ขณะที่หวงหยุนหลงที่สีหน้ามืดมนวางโทรศัพท์ลงไปอย่างแรง หวงเห่าที่อยู่ใกล้ๆก็รู้ได้ทันทีว่ามีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ?

“คุณพ่อครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”

“เกิดอะไรขึ้นน่ะเหรอ?” คนที่เราส่งไปสอดแนมบ้านตระกูลจ้าวโทรมาน่ะสิ บอกว่าจ้าวเลี่ยงได้เชิญน้องฉิงเทียนของนายไปที่บ้านตระกูลจ้าว จนป่านนี้ฉิงเทียนยังไม่กลับออกมาเลย ดูเหมือนว่าพวกเขาคงจะเตะพวกเราออกจากเกมนี้แล้ว”

หลังจากที่ได้ยิน หวงเห่าก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่าพ่อของเขาในใจ: คุณไม่ได้เข้าร่วมก็เพราะคุณไม่เข้าร่วมกับเขาแต่แรกต่างหาก ถึงแม้ว่าเขาจะคิดเช่นนั้นในใจแต่เขาก็ยังไม่พูดอะไรออกไป

แต่เมื่อเห็นพ่อของเขากำลังโกรธฉิงเทียนอยู่นั้น ถ้าเขาไม่รีบอธิบายล่ะก็ พ่อของเขากับน้องชายของเขาคงได้กลายเป็นศัตรูในท้ายที่สุดแน่ๆ

“คุณพ่อครับ คุณพ่อไม่น่าขอมากไปแต่แรก น้องชายของผมนั้นเกลียดการถูกข่มขู่มากที่สุดครับ” หวงเห่ากล่าว

“น้องชายของผมนั้นไม่ใช่คนธรรมดาครับคุณพ่อ น้ำวิญญาณที่ผมให้คุณพ่อไปนั้นก็เป็นของที่เขาให้มาครับ”

“อะไรนะ? เขาเป็นคนที่ให้น้ำวิญญาณกับนายมางั้นเรอะ แล้วทำไมนายไม่บอกตั้งแต่แรก” หวงหยุนหลงทำสีหน้าประหลาดใจ สำหรับน้ำวิญญาณนั้นมันสามารถช่วยรักษาโรคร้ายที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเขามานานหลายปีได้

“ที่ผมไม่บอกก็เพราะน้องชายของผมนั้นไม่ต้องการให้คนอื่นล่วงรู้น่ะสิครับ แต่ครั้งนี้ผมฝ่าฝืนที่เขาบอกก็เพื่อที่จะบอกคุณพ่อ ผมก็คงไม่ต้องพูดเช่นนี้ถ้าไม่เห็นว่าคุณพ่อทำตัวเลวร้ายแบบนี้” หวงเห่าพูดด้วยความโมโห

ถึงแม้ว่าหวงหยุนหลงนั้นจะรู้สึกว่าเขาได้ทำผิดพลาดไปในใจของเขา แต่เขาก็ยังไม่ยอมรับว่าเขาได้ทำผิดพลาดไปแล้ว

แล้วก็เกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง จนกระทั่งหวงหยุนหลงพูดถามขึ้นมา “แล้วตอนนี้พวกเราจะทำยังไงกันดี?”

เมื่อเห็นว่าพ่อของเขานั้นยอมรับความผิดพลาดแบบอ้อมๆแล้ว หวงเห่าจึงคิดว่านี่อาจจะเป็นทางที่ดีที่สุดเท่าที่พ่อของเขาจะทำได้ตอนนี้

“พวกเรากับตระกูลหวงคงไม่สามารถร่วมมือกันในเรื่องนี้ได้แล้ว” หวงเห่าพูดอย่างเสียดาย “แต่ผมจะลองติดต่อน้องสี่เพื่อทำการขอโทษเป็นการส่วนตัวแทน”

บ้านตระกูลจ้าว

หลังจากที่ทำการอ่านกองเอกสารที่จ้าวเลี่ยงได้เตรียมมาเรียบร้อยแล้ว ฉิงเทียนและฉิงหยูก็ได้เข้าใจสถานการณ์ของตลาดมืดขึ้นมาบ้าง

ถึงแม้ว่าตลาดมืดนั้นจะเป็นองค์กรเดียว แต่ก็มี 3 ขุมกำลังอยู่ในตลาดมืดนั้นประกอบด้วย ตระกูลเหลียน, แก๊งชิง และแก๊งทะเลดำ ทั้งสามองค์กรใหญ่เหล่านี้จะมีการประชุมสักครั้ง ซึ่งประกอบด้วยผู้นำจากทั้งสามฝ่ายในทุกปี และจะทำการเลือกผู้บริหารมาคนหนึ่ง โดยปกติผู้บริหารจะมีหน้าที่จัดการทุกอย่างในตลาดมืด แต่ทว่าหากมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นก็จะต้องได้รับการเห็นชอบจากทั้ง 3 ฝ่ายก่อน

ในเวลานี้ผู้ดูแลสูงสุดในตลาดมืดจะมีเหลียนเหวินที่เป็นผู้นำของตระกูลเหลียน, พานเหล่ยผู้นำแก๊งชิง และบอดดำผู้นำแก๊งทะเลดำ ซึ่งจะทำหน้าที่บริหารสลับสับเปลี่ยนกันไปซึ่งตอนนี้ตกเป็นของเหลียนเหวิน

จากเอกสารข้อมูลกองหนานี้ได้บอกให้รู้ว่าเรื่องพวกนี้เป็นมาตั้งแต่ก่อตั้งตลาดมืดแล้ว

หลังจากที่อ่านเอกสารเหล่านี้เสร็จแล้ว ฉิงเทียนก็รู้สึกชื่นชมการจัดการดูแลตลาดมืดขึ้นมาเลย

“ในตลาดมืดนี้ จะมีคนที่เข้ามาช่วยพวกเขาในยามวิกฤติอยู่เสมอๆ” จ้าวเลี่ยงเห็นฉิงเทียนที่อ่านเสร็จแล้วก็พูดขึ้นมา

จากข้อมูลเหล่านี้จะแสดงให้เห็นว่าในตอนกลางปีที่แล้ว จะมีกลุ่มคนจากแก๊งหนึ่งในโม๋ตูที่เตรียมตัวจะถล่มตลาดมืด และในคือที่พวกเขากำลังเตรียมการอยู่นั้นเอง แก๊งนั้นก็ได้หายไปจากโลกนี้ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกนี้มาก่อน ซึ่งทำให้แก๊งต่างๆในโม๋ตูที่ได้ทราบข่าวนี้ในเวลานั้นรู้สึกกลัวอย่างมาก ทำให้หลายๆขุมกำลังไม่กล้าที่จะทำเช่นนี้อีก

แต่เงินนั้นมันช่างน่าหลงใหล ถึงแม้ว่าจะเกิดเรื่องที่สั่นสะเทือนอย่างมากในเวลานั้น แต่ทว่าเมื่อเห็นความเร็วในการทำเงินของตลาดมืดแล้ว หลายๆขุมพลังต่างก็ยังหมายตาจับจ้องไปที่มันอยู่ ซึ่งตระกูลจ้าวเองก็เป็นหนึ่งในนั้น!

“ว่ายังไงบ้างล่ะ, ตอนนี้หลานฉิงเทียนพร้อมที่จะจัดการกับตลาดมืดแล้วรึยัง?” จ้าวเลี่ยงถาม

กองกำลังหลักที่ทำหน้าที่ต่อสู้ของตลาดมืดนั้นคือแก๊งทะเลดำ ฉิงเทียนสามารถเห็นได้จากข้อมูลเหล่านี้ว่าแก๊งทะเลดำนั้นเป็นแก๊งอันธพาล ซึ่งมีบางคนในแก๊งนั้นเป็นกองกำลังพิเศษที่ลาออกมาไม่ก็เป็นลูกศิษย์ของบางสำนัก ในขณะที่ตระกูลเหลียนนั้นจะจัดการเรื่องงานเอกสาร ในขณะที่แก๊งชิงจัดการเรื่องการรวบรวมข่าวสาร

“จริงๆแล้ว พวกเราจำเป็นแค่จัดการกับแก๊งทะเลดำเท่านั้น ถ้าพวกเราจัดการได้พวกเราก็จะสามารถข่มขู่แก๊งชิงกับตระกูลเหลียนได้” ฉิงเทียนพูดเสนอความคิดนี้ขึ้นมา

“แต่ทั้งสามแก๊งนี้นั้นก็เป็นตระกูลที่ใหญ่มาก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีอำนาจการต่อสู้เพียงเล็กน้อย แต่พวกเขาก็อยู่กันอย่างเหนียวแน่นในโลกภายนอก” จ้าวเลี่ยงปฏิเสธข้อเสนอของฉิงเทียน

“ถ้าเช่นนั้นถ้าหากพวกเราหาข้อมูลความขัดแย้งในหมู่พวกเขาได้ล่ะ” ฉิงหยูเสนอขึ้นมาบ้าง

“แล้วน้องได้คุยเรื่องนี้กับแฟนของน้องแล้วหรือยัง?” ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะถาม

“ผมยังไม่ได้พูดเรื่องนี้เลยครับ ผมคิดที่จะไปเยี่ยมที่บ้านของเธอในช่วงตอนปีใหม่และคุยเรื่องนี้กัน และผมก็อยากที่จะให้เธอเป็นผู้ฝึกวิชาด้วยครับ” หลังจากที่ฉิงหยูพูดจบ เขาก็มองมาที่พี่ชายของเขาเพราะมีแต่เขาที่มีวิชาของผู้หญิง

“ได้สิ!” ฉิงเทียนก็พูดขึ้นมาหลังจากที่เงียบอยู่พักใหญ่

หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนตอบตกลง ฉิงหยูก็อดไม่ได้ที่จะกระโดดด้วยความดีใจ “พี่ครับ ผมสัญญาว่าจะให้ซินเอ๋อเก็บเรื่องนี้เป็นความลับครับ”

“ในเมื่อน้องสัญญา พี่ก็จะเชื่อน้อง แล้วพี่จะมอบวิชาให้น้องในตอนที่น้องจะไปที่จิงตูนะ”

คอนโดของฉิงเทียน

มีสาวสุดเซ็กซี่ยืนอยู่ที่หน้าประตูเพื่อรอพบฉิงเทียนอยู่ และคนคนนั้นก็คือหลิวตัน

เหตุผลที่หลิวตันมารออยู่ที่หน้าห้องของฉิงเทียนนั้นก็เป็นเรื่องของหลิวไห่นั่นเอง

ตอนแรกเธอเองก็ไม่เชื่อที่จงเทาพูดมากนัก แต่เธอก็พบว่าแพทย์ชื่อดังมากมายทั่วโลกเมื่อมาตรวจขาของหลิวไห่แล้ว ทุกคนต่างก็ส่ายหัวและบอกว่าถ้าเธออยากที่จะรักษาชีวิตของหลิวไห่ไว้ ก็ควรที่จะตัดขาของหลิวไห่ออก

หลิวตันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมาพบกับฉิงเทียนตามลำพัง ถึงแม้เธอจะรู้ว่าเธออาจจะทำไม่สำเร็จ แต่เพื่อน้องชายของเธอแล้วมีแต่ต้องทำ

ฉิงเทียนและฉิงหยูก็ได้ออกมาจากลิฟต์และพบหลิวตันยืนอยู่ที่หน้าประตู ในเวลานี้เองหลิวตันก็เองพบฉิงเทียนเช่นกัน

ฉิงเทียนจึงแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินไปที่ประตู เมื่อหลิวตันพบว่าฉิงเทียนทำเป็นเมินเธอ เธอจึงรู้สึกไม่พอใจ แต่เมื่อเธอนึกได้ว่าเธอนั้นมาขอร้องให้เขาช่วยเธอจึงได้เก็บเอาความรู้สึกไม่พอใจนั้นเอาไว้ในใจ

หลังจากที่ฉิงหยูได้เข้าห้องไปแล้วนั้น เธอก็รีบปิดประตูและขวางหน้าฉิงเทียนทันที

เมื่อเห็นว่าหลิวตันอยู่ตรงหน้าเขาและจ้องมาที่เขา ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดหัวขึ้นมา เขาจึงพูดโดยปราศจากซึ่งความโกรธหรือยินดีบนใบหน้าของเขา “คุณกำลังทำอะไรอยู่?”

หลิวตันจึงได้เงยหัวขึ้นมาและมองหน้าของฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ดิฉันอยากจะคุยกับคุณ”

“พวกเราดูเหมือนจะไม่มีธุระอะไรต้องคุยกันเลยนะ!” ฉิงเทียนตอบอย่างไม่ใส่ใจ

มองมาที่ฉิงเทียนที่กำลังคุมเชิงอยู่ หลิวตันก็ได้แอบว่าฉิงเทียนในใจ “ช่างเป็นคนใจจืดใจดำอะไรอย่างนี้ และยังชั่วร้ายอีก”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย