บทที่ 141 ลงมือ
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเวลาดึกมากแล้ว แต่อาคารหลังนี้ยังคงเต็มไปด้วยแสงไฟ และมีผู้คนมากมายเดินเข้าออกขวักไขว่ ทันทีที่ฉิงเทียนเข้ามา ก็ได้มีหญิงสาวแต่งชุดเมดเดินมาหาฉิงเทียนและถามเขาด้วยรอยยิ้ม “นายท่านคะ, มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
สายตาของเมดจับจ้องมาที่ฉิงเทียน และสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของฉิงเทียนก็ได้ตรวจพบวิทยุสื่อสารขนาดเล็กที่หูของเมด
และที่วิทยุสื่อสารที่เมดสวมอยู่นั้นก็ได้มีเสียงของผู้ชายดังเข้ามา “เธอลองถามเขาดูว่าเขามาทำอะไรที่นี่ ผมคิดว่าหน้าของเขานั้นยังดูหนุ่มอยู่เลย”
ถึงจะเป็นเวลาดึกแล้ว แต่บริเวณห้องรับรองของตลาดมืดนั้นยังแน่นไปด้วยผู้คน ก่อนจะมาฉิงเทียนเองก็แต่งตัวเล็กน้อย ทำให้รูปลักษณ์ของของเขานั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย
และคนเหล่านี้ก็คงไม่รู้ว่าฉิงเทียนนั้นจะได้ยินเสียงจากวิทยุสื่อสารของพวกเขาด้วย ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้อาศัยโอกาสนี้แล้วพูดขึ้น “ผมมาที่นี่เป็นครั้งแรกครับ ผมไม่รู้ด้วยว่าผมสามารถหาซื้ออะไรได้ที่นี่บ้าง?”
เขาไม่รู้ และหวังให้คุณช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยและมองไปที่เมดคนนั้น
ในเวลานี้เอง ก็ได้มีอีกประโยคดังออกมาจากวิทยุสื่อสาร “เธอลองตรวจสอบเขาหน่อย”
“ขอดูหน่อยสิว่าคุณจะตรวจสอบผมอย่างไร?” ฉิงเทียนคิดดูถูกในใจ
หลังจากที่ได้ยินคำสั่งจากในวิทยุสื่อสาร รอยยิ้มบนใบของเมดสาวก็ได้เปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มดุจสายลมใบไม้ผลิ มือทั้งสองข้างของเธอก็กุมมือขวาของฉิงเทียนเอาไว้ แล้วดึงแขนของฉิงเทียนเข้ามาสัมผัสกับหน้าอกที่ล้นของเธอเป็นช่วงๆ
“นายท่านคะ ฉันยังไม่รู้ชื่อของนายท่านเลยนะคะ ส่วนนายท่านจะเรียกฉันว่าจิ้งจอกน้อยก็ได้นะคะ” เมดคนนั้นพูดด้วยเสียงที่ยั่วยวน
แขนของเขาที่รู้สึกได้ถึงความนุ่มเป็นช่วงๆนั้น ฉิงเทียนจึงรู้ว่านี่คือวิธีการที่พวกเขาจะใช้ตรวจสอบเขา เขาจึงได้เปลี่ยนสีหน้าของเขาทำเป็นว่าถูกยั่วยวนทางเพศ และสายตาของเขาก็ได้จับจ้องไปที่ดวงตาสีดำของจิ้งจอกน้อยแล้วพูดขึ้น “นี่ ผมสามารถซื้อทุกอย่างอะไรก็ได้รวมถึงตัวคุณด้วยใช่ไหม?”
เขาพูดแล้วก็จดจ้องไปที่บั้นท้ายอวบๆของจิ้งจอกน้อยที่อยู่ในมือของเขา หลังจากที่ขยำลงไป ใบหน้าของจิ้งจอกน้อยก็ได้แดงขึ้นมาราวกับว่าเธอกำลังจะเลือดออก
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฉิงเทียนก็ได้รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในใจ: จะไปมีอารมณ์ร่วมไม่ได้เด็ดขาด!
แน่นอนว่า ฝ่ามือของฉิงเทียนนั้นได้ทำให้จิ้งจอกน้อยนั้นลงมาซบที่อกของฉิงเทียนและพูดอย่างออดอ้อน “นี่นายท่านยังไม่ได้บอกชื่อของนายท่านให้ฉันฟังเลยนะ
“คุณอยากจะรู้ชื่อของผมจริงๆน่ะเหรอ?” ฉิงเทียนพูดอย่างเย็นชา แต่ยังคงตีสีหน้าแบบเด็กหนุ่มกลัดมันบนใบหน้าของเขาอยู่
เขาจึงยิ้มชั่วร้ายแล้วพูดขึ้น “มันก็ขึ้นอยู่กับว่าผมพึงพอใจกับการบริการของคุณรึเปล่า?” เขาจ้องไปที่เมดจิ้งจอกน้อยด้วยสายตาที่ลามก เมื่อเธอเห็นท่าทีของฉิงเทียนแล้ว จิ้งจอกน้อยก็ได้พูดดูถูกเขาในใจ: ยังไม่ยอมแพ้อีกรึ งั้นต้องเจอไม้นี้
“นายท่านคะ, ห้องที่สามจากทางขวาคือห้องของฉันนะคะ” พอพูดจบเธอก็ไม่รอให้ฉิงเทียนตอบและยิ้มไปที่ฉิงเทียน จากนั้นเธอก็ได้มุ่งหน้าไปยังห้องนั้นก่อน
“ไม่ใช่ว่าเราถูกชวนหรอกใช่ไหม?” ฉิงเทียนมองไปที่รูปร่างของจิ้งจอกน้อยอย่างตั้งใจด้วยรอยยิ้มที่หื่นกระหายและอดไม่ได้ที่ไล่ตามเธอไป
“ก็แค่พวกหื่นกาม” ชายและหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่ในห้องกล้อง ซึ่งผู้หญิงก็ได้เอนหลังไปพิงกับเก้าอี้แล้วพูดอย่างดูถูก
ส่วนผู้ชายที่อยู่ข้างๆก็มองไปที่ฉิงเทียนอย่างไม่พอใจและพูดขึ้น “*ดอกไม้ปักลงกองขี้วัวชัดๆ ไม่รู้ว่าทำไมพวกเบื้องบนประเมินคนคนนี้ไว้สูงนัก ผมจึงได้ส่งเจ๊จิ้งจอกน้อยไป” (ดอกไม้ปักลงกองขี้วัว หมายถึงการจับคู่กันระหว่างหญิงสาวที่สวยหรือมากความสามารถกับชายหนุ่มที่ขี้เหร่หรือไร้ความสามารถ)
เหมือนกับหมูไม่ผิด เขาล่ะอยากที่จะให้ฉิงเทียนเป็นตัวเขาเอง ส่วนคนดูกล้องหญิงที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้มองดูด้วยความอิจฉา “ยัยจิ้งจอกนั่น ก็ดีแค่ยั่วผู้ชายเท่านั้นแหละ”
และในขณะที่ฉิงเทียนกำลังเตรียมจะไปยังขั้นต่อไป จู่ๆจิ้งจอกน้อยก็ตะโกนคำว่า “ฝัน” มาที่ฉิงเทียน
เขาก็พบว่าควันสีชมพูในขวดก็ได้ลอยฟุ้งหนามาก และลอยมาตรงหน้าของฉิงเทียน แล้วจิ้งจอกน้อยก็ได้แกะมือของฉิงเทียนอย่างดูถูก แล้วหยิบเสื้อผ้าที่กองบนพื้นขึ้นมาสวมทีละชิ้นแล้วจากนั้นก็ลงไปนั่งที่เตียงอย่างมั่นใจ
แล้วสีหน้าของก็ได้เปลี่ยนจากสีหน้าที่มั่นใจกลายเป็นใบหน้าที่ขมขื่นและเกลียดชัง “นี่จะเป็นปีสุดท้ายที่อยู่กับแก๊งชิงแล้ว! หนี้บุญคุณของฉันชำระหมดเสียที”
จิ้งจอกน้อยนั้นคิดว่าฉิงเทียนยังคงตกอยู่ในมนต์สะกดของเธออยู่แต่จริงๆแล้วไม่ ตราประทับในทะเลความรู้นั้นได้หมุนไปรอบๆอย่างรวดเร็ว และตราประทับก็ได้ส่องแสงสีเหลืองออกมาเพื่อป้องกันควันสีชมพูที่ต้องการจะรุกรานเข้ามาในทะเลความรู้ของฉิงเทียน ดั่งกำแพงเมืองสีเหลืองที่ไม่ว่ากองกำลังสีชมพูจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็มิอาจฝ่าเข้ามาได้
ฉิงเทียนที่อยู่ในทะเลความรู้นั้นก็เหมือนกับกำลังดูหนังอยู่ เขาและจิ้งจอกน้อยนั้นกำลังก้อร่อก้อติกกันอยู่บนเตียง เพื่อที่จะลวงจิ้งจอกน้อย ฉิงเทียนก็ได้แกล้งทำเป็นกระโดดไปที่เตียงและแทะซ้ายแทะขวา
“มนุษย์ผู้ชายที่มันช่างลามกกันจริงๆ ตราบเท่าที่เราใช้ลูกเล่นนี้ ก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับเราที่จะล่อลวงให้ติดกับ” จิ้งจอกน้อยพูดอย่างภูมิใจ
ในเวลานี้ ฉิงเทียนก็ได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารที่หูของจิ้งจอกน้อยดังขึ้นมาอีก “จัดการเรียบร้อยแล้วรึยัง?”
“เรียบร้อยแล้ว” จิ้งจอกน้อยตอบกลับไปอย่างสบายๆ “ก็แค่ผีโหยตัวหนึ่ง” จิ้งจอกน้อยมองไปที่ฉิงเทียนที่อยู่บนเตียงด้วยสายตาที่ดูถูก “ถ้าอย่างนั้นก็รีบจัดการให้เรียบร้อยซะ” ผู้ชายตอบกลับมา
“รู้แล้วน่า” จิ้งจอกน้อยพูดอย่างหมดความอดทน จากนั้นเธอก็ดึงเอาอุปกรณ์เล็กๆออกมาจากหูของเธอ ฉิงเทียนก็ได้แอบสำรวจดูการเคลื่อนไหวต่างๆของจิ้งจอกน้อย
เมื่อเห็นว่าจิ้งจอกน้อยกำลังยุ่งๆอยู่ เขาจึงรู้ว่าเธอจะต้องเข้ามาค้นตัวเขาแน่ แล้วก็มีแสงสีเหลืองส่องแสงออกมาจากมือขวา แล้วจากนั้นฉิงเทียนก็ได้ขว้างมันไปที่จิ้งจอกน้อย แล้วแสงสีเหลืองนั้นก็ได้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วดุจดั่งงูแล้วบินเข้าไปที่หัวของจิ้งจอกน้อย
“โป้ก” มีเสียงดังขึ้นมา เมดจิ้งจอกน้อยคนนั้นไม่ทันได้ตั้งตัว เจ้างูสีเหลืองก็ได้โดนเข้าไปที่หัวของเธอทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย