เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 146

บทที่ 146 ไม่เป็นไร

“มันใช้งานได้งั้นเหรอครับ?” ฉิงเทียนมองไปที่สายฟ้าที่ส่งเสียงดังอย่างต่อเนื่องด้วยความประหลาดใจ เขาคิดว่าสายฟ้านั้นจะต้องมีกำลังไฟฟ้าสูงเป็นพันโวลต์แน่นอน แต่อุปกรณ์เหล่านี้ของเขารับกำลังไฟฟ้าได้แค่ 220 โวลต์เท่านั้น!

“พี่ไท่ไป๋ครับ อุปกรณ์ของผมมันอาจจะไม่ทนต่อสายฟ้าพวกนี้ก็ได้นะครับ!” ฉิงเทียนพูดด้วยยิ้มที่ขมขื่นไปที่ลูกบอลไฟฟ้า

“ไม่ต้องกังวลไป, เชื่อข้าสิ!” ไท่ไป๋จินซิงพูดอย่างมั่นใจ ภายใต้สายตาที่ประหลาดใจของฉิงเทียน ไท่ไป๋จินซิงก็ได้เดินอย่างช้าๆไปที่ชุดเครื่องเสียงพร้อมกับลูกบอลไฟฟ้า จากนั้นโยนมันลงไปที่ปลั๊กไฟของชุดเครื่องเสียงเหล่านั้นด้วยลูกบอลไฟฟ้า

เมื่อเห็นเช่นนี้ ฉิงเทียนก็ได้ถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็วและอุดหูของเขาเพราะกลัวว่าชุดเครื่องเสียงของเขามันจะระเบิด

“ปี๊บๆๆ…..” สิ่งที่ฉิงเทียนคิดเอาไว้นั้นไม่ได้เกิดขึ้น กลับกันคอมพิวเตอร์ของชุดเครื่องเสียงกลับทำงาน

“เยี่ยมไปเลย” ฉิงเทียนอุทานออกมา ในเวลานี้เองเพ่าฝูในทะเลความรู้นั้นก็ได้พูดขึ้นมาอย่างผู้รู้ “ข้าจะอธิบายให้ฟังเองเจ้าค่ะ”

“นายท่านเจ้าคะ, ถึงแม้ว่ากำลังไฟของเจ้าลูกบอลไฟฟ้านั้นจะสูงหลายพันโวลต์ก็ตาม แต่ไท่ไป๋จินซังได้ปรับแต่งเล็กน้อยทำให้ลูกบอลไฟฟ้าได้ส่งกำลังไฟออกมาแค่ประมาณ 220 โวลต์เท่านั้นค่ะ ดังนั้นอุปกรณ์เหล่านี้จึงทำงานได้ยังไงล่ะเจ้าคะ”

“เป็นอย่างนี้นี่เอง” ฉิงเทียนโล่งอก “ภูมิปัญญาและความสามารถของเซียนนี้ดูถูกไม่ได้จริงๆด้วย” ไท่ไป๋จินซิงสามารถหาทางแก้ได้เพียงแค่มองแค่ปราดเดียวเท่านั้น ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับคนธรรมดาจริงๆ

แต่คนธรรมดานั้นชอบที่จะคิดมากกว่าเหล่าเซียน ทำให้บนโลกนั้นสามารถพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆให้ไฮเทคจนได้ระดับนี้ได้ด้วยเวลาไม่กี่พันปี ส่วนเซียนนั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะผ่านไปร้อยล้านปีแล้วก็ตาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเซียนนี่ช่างขี้เกียจกันจริงๆ!

แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่ฉิงเทียนคิดเอาเอง จากนั้นเขาก็ได้เดินไปและนั่งตรงหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อทำการปรับแต่งชุดเครื่องเสียงของเขา

และผู้คนที่อยู่ใกล้ๆและไท่ไป๋จินซิงก็มองดูอย่างสงสัย ในสายตาของพวกเขานั้นฉิงเทียนนั้นไม่น่าจะติดปัญหาอะไรแล้ว

“เรียบร้อย” ฉิงเทียนลุกขึ้นยืนและพูดด้วยเสียงดัง

“เสร็จแล้วรึ! มันช่างดูง่ายมาก” ไท่ไป๋จินซิงมองดูอย่างไม่อยากเชื่อ

มองไปที่สายตาที่ไม่อยากเชื่อของไท่ไป๋จินซิงแล้ว “พี่ไท่ไป๋ครับ ลองดูครับ” แต่พอฉิงเทียนนึกถึงตอนที่ไท่ไป๋คำรามได้ เขาก็ได้รีบพูดอย่างรวดเร็ว “พี่ครับคราวนี้ไม่ต้องใช้พลังเซียนแล้วนะครับ”

เมื่อเห็นไมโครโฟนที่ฉิงเทียนยื่นมาให้ตรงหน้าเขา ไท่ไป๋จินซิงที่กระตือรือร้นที่จะทดลอง ก็ได้รับเอาไมโครโฟนที่ฉิงเทียนยื่นให้มา

“มันจะได้ผลจริงๆรึ?” เสียงที่สงสัยของไท่ไป๋จินซิงนั้นก็ได้กระจายผ่านไมโครโฟนและลำโพงออกไป ทำให้เหล่าเซียนทั้งหมดที่อยู่ในรัศมีรอบๆลานกว้างที่ได้ยินต้องรู้สึกประหลาดใจ ส่วนไท่ไป๋จินซิงที่ยืนอยู่ตรงกลางนั้นรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่า

เสียงของเขาที่ดังออกมาจนหูอื้อเช่นนี้มันช่างวิเศษมาก

“ข้าคือไท่ไป๋จินซิง ข้าคือไท่ไป๋จินซิง” ไท่ไป๋จินซิงในเวลานี้เหมือนกับเด็กที่เพิ่งได้ของเล่น ถือไมโครโฟนขึ้นมาแล้วลองพูดใส่ดู

แล้วก็มีผู้คนมากมายที่อยู่ใกล้ๆ หันมาดูและชี้มาที่ชุดเครื่องเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ

“เจ้าสิ่งนี้มันช่างวิเศษมากจริงๆ ไม่จำเป็นต้องใช้พลังเซียน มันสามารถใช้งานได้ตราบเท่าที่มีไฟฟ้า แต่กลับสามารถขยายเสียงให้ดังออกไปได้”

“ใช่ มันน่าทึ่งมาก ถ้านำเจ้าสิ่งนี้ไปตะโกนตอนทำสงครามล่ะก็ จะช่วยประหยัดพลังเซียนไปได้มากเลยนะ” ทหารสวรรค์คนหนึ่งพูดขึ้นมา

“ใช่ๆ ทุกครั้งที่ข้าออกรบ แล้วใช้ราชสีห์คำรามต้องเปลืองพลังเซียนอย่างมากเลย “ทหารสวรรค์อีกนายพูดบ่นขึ้นมาบ้าง

“ใช่ แต่ข้าไม่รู้ว่าจะหาซื้อได้ที่ไหนน่ะสิ เข้าชักรู้สึกอยากซื้อมาลองใช้สักตัวแล้วสิ”

ดูเหมือนว่าเราจะต้องใช้โอกาสนี้ในการโฆษณาเสียแล้ว เราจะต้องพยายามให้ดีที่สุดเพื่องานเลี้ยงลูกท้อเสียแล้ว เมื่อนั้นร้านของเราก็จะมีชื่อเสียงอย่างมาก และเราก็เป็นเจ้าเดียวในวงการนี้ด้วย และอำนาจการซื้อของเหล่าเซียนในงานเลี้ยงลูกท้อจะต้องเทียบไม่ได้กับเหล่าทหารสวรรค์และนางฟ้าแน่ๆ!” เมื่อคิดเช่นนี้ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา

“นายท่านอย่าเพิ่งฝันหวานเจ้าค่ะ! รีบจัดการกับเหล่าลูกค้าเหล่านี้ก่อนเถอะเจ้าค่ะ!” เพ่าฝูพูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

“อ๊ะ” ฉิงเทียนเกาหัวของเขาอย่างเขินๆ จากนั้นเขากรอกสายตาของเขาและคิดอะไรบางอย่าง และมุมปากของเขาก็ยกขึ้นมาอย่างอดไม่ได้!

“งั้นฝากด้วยนะเพ่าฝู ผมมีอย่างอื่นต้องรีบไปทำก่อน” พูดจบจิตศักดิ์สิทธิ์ของฉิงเทียนก็ได้กลับออกมาจากทะเลความรู้

“ข้าได้พบกับนายท่านที่แย่ที่สุดเลย, ข้าช่างเป็นเพ่าฝูที่น่าสงสารจริงๆ” เพ่าฝูจึงได้ทำหน้าที่จัดการกับลูกค้า ขณะที่กัดฟันแค้นฉิงเทียน “ฮึ่ม จำไว้ให้ดีนะเจ้าคะนายท่าน!”

ในเวลานี้ ฉิงเทียนได้โยนงานให้เพ่าฝูทำ เพราะเขาต้องการที่จะไปพบกับตระกูลจ้าวและตลาดมืดของพวกเขา

เขาขับรถแลนด์โรเวอร์ของเขา ไปตามที่อยู่ที่ได้มาจากฉิงหยู แล้วขับไปยังเป้าหมาย

ตลาดมืดของตระกูลจ้าวนั้นตั้งอยู่ข้างใต้ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใจกลางเมืองโม๋ตู ซึ่งมีผู้คนเข้าออกมหาศาล มองจากภายนอกก็จะเป็นแค่ห้างสรรพสินค้าธรรมดาๆ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีการประมูลตลาดมืดอยู่ข้างใต้ที่นี่ เพราะด้วยจำนวนผู้คนที่เข้าออกมหาศาลนี้ทำให้ไม่มีใครสงสัย

“คาดไม่ถึงเลยแฮะว่าพวกเขาจะมาสร้างตลาดมืดกันที่นี่” ฉิงเทียนรู้สึกแปลกใจขึ้นมา

เข้าไปในห้างแล้วลงมายังจุดพิเศษ ซึ่งจะมีประตูอยู่ ทั้งสองข้างของประตูนั้นจะมีคนยืนคุมสวมชุดรปภ.อยู่ เมื่อเขาเห็นฉิงเทียนเดินมา ก็ได้หยุดเขาแล้วพูดขึ้น “นี่เป็นห้องเครื่องจักรกำลังทำงานครับ ห้ามคนนอกเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาตครับ”

ฉิงเทียนจึงไม่ได้พูดอ้อมค้อม แล้วหยิบเอาแผ่นป้ายไม้ขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากแหวนเก็บของ ซึ่งที่แผ่นป้ายสลักตัวอักษรสองตัวคำว่า “ผู้อาวุโส(长老)” เอาไว้

ทันทีที่พวกเขาเห็นแผ่นป้าย พวกเขาก็รีบก้มหัวให้แล้วพูดขึ้น “สวัสดีครับ ผู้อาวุโส!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย