บทที่ 145 ไท่ไป๋จินซิงถูกผ่า
จากในแหวนเก็บของ ฉิงเทียนได้เอาอุปกรณ์เครื่องเสียงต่างๆออกมาไม่ว่าจะเป็น: ตัวรับสัญญาณ, เครื่องผสมเสียง, เครื่องใส่เสียงเอฟเฟค, และลำโพงออกมา
เมื่ออุปกรณ์แปลกๆเหล่านี้ ไท่ไป๋จินซิงและเหล่าเซียนต่างก็หันมามุงดูทีละคน ในใจของเขาต่างก็มีคำถามว่า ของพวกนี้ไม่ไว้ใช้อะไร?
ฉิงเทียนเห็นพวกเขาที่มองดูด้วยสายตาที่ไม่รู้จักแล้ว เขาจึงได้อธิบายให้ไท่ไป๋จินซิงฟัง “พี่ไท่ไป๋ครับ นี่คือชุดเครื่องเสียงที่พวกเราใช้กันในงานจัดเลี้ยงครับ”
“อะไรคือชุดเครื่องเสียงรึ?” ไท่ไป๋จินซิงเอามือสัมผัสลำโพงที่สูงถึง 1 เมตรแล้วถามอย่างสงสัย
“จะอธิบายเรื่องชุดเครื่องเสียงยังไงดีนะ?” ฉิงเทียนลูบจมูกของเขาและคิดว่าจะอธิบายอย่างไรดี “มันเป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้ขยายเสียงได้น่ะครับ”
หลังจากที่ได้ฟังที่ฉิงเทียนอธิบายไท่ไป๋จินซิงก็สงสัยมากยิ่งขึ้นไปอีก “แล้วจะเอาเจ้าชุดเครื่องเสียงพวกนี้มาใช้ทำอะไรล่ะ?”
ส่วนเหล่านางฟ้าและทหารที่มามุงดูต่างก็ผงกหัวเห็นด้วย
“ด้วยการใช้พลังเซียนนิดหน่อย ก็จะสามารถทำให้ส่งเสียงไปได้ไกลมากแล้ว” หลังจากที่พูดจบไท่ไป๋จินซิงก็ได้ส่งพลังไปที่จุดศูนย์กลางแล้วตะโกนออกมา “อา………..”
เสียงคำรามที่ทรงพลังมากได้พุ่งเข้าใส่ฉิงเทียนที่ยืนอยู่ต้องหงายหลังลงไปกองกับพื้นทันที แล้วจู่ๆฉิงเทียนก็ได้ยินเสียงที่ดังมหาศาลเข้ามาในหูของเขาราวกับจะแทงหูของเขาให้ทะลุ และพลังกายและพลังวิญญาณของเขาก็ได้พลุ่งพล่านเหมือนกับน้ำเดือดอย่างต่อเนื่อง
ฉิงเทียนจึงได้เร่งพลังวิญญาณเพื่อกดพลังวิญญาณของเขา และมือของเขาก็ได้อุดหูของเขา แล้วใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ปิดกันการรับรู้ของเขาเอง “ใครกันที่มารบกวนการนอนของข้า?” เพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ก็ได้ตะโกนขึ้นมา
ทันทีที่เธอเห็นไท่ไป๋จินซิงที่ตะโกนอยู่ใกล้ๆ เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นเธอก็ได้เปิดไปที่หน้าจอของไท่ไป๋จินซิงและส่งฟ้าผ่าไปให้ทันที
“ข้าจะผ่าใส่เจ้า ข้าจะผ่าใส่เจ้า ที่บังอาจมาพังการนอนของสาวน้อยอย่างข้า” เพ่าฝูชี้ไปที่ไท่ไป๋จินซิงแล้วพูดอย่างโมโห
ทันทีที่เพ่าฝูได้ส่งฟ้าผ่าไป ที่บนหัวของไท่ไป๋จินซิงอยู่ๆดูมีเมฆดำและฟ้าผ่าลงมา
“เกิดอะไรขึ้น นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ด้วยความกลัว ไท่ไป๋จินซิงจึงได้รีบวิ่งไปที่ตำหนัก เขาวิ่งอย่างรวดเร็วด้วยสองขาและตะโกนออกมาอย่างอ้อนวอน “นี่มันสายฟ้าลงทัณฑ์ ข้ายังอยู่ไม่ถึง 30,000 ปีเลย ทำไมถึงได้มาเร็วนัก? ข้ายังไม่พร้อมเลย…….”
ยังไม่ได้ที่จะได้พูดจบ ก็มีสายฟ้าหนาๆผ่าเข้าที่หัวของไท่ไปจินซิงทันที
แล้วหนวดและผมขาวๆของไท่ไป๋จินซิงนั้นได้กลายไหม้กลายเป็นสีดำทันที และส่งกลิ่นไหม้โชยออกมา ซึ่งแม้แต่ไท่ไป๋จินซิงก็ทำอะไรไม่ได้
จึงได้นั่งลงที่ตรงนั้น แล้วนั่งขัดสมาธิแล้วประสานมือเข้าด้วยกัน, แล้วมีแสงขาวๆส่องสว่างออกมาจากมือทั้งสองข้างจนแผ่ออกไปรอบๆแล้วห่อหุ้มตัวของไท่ไป๋จินซิงเอาไว้ แต่ไท่ไปจินซิงก็ยังไม่คลายความวิตก และหลับตามือสั่นโดยไม่รู้และรอฟ้าที่จะผ่าลงมาครั้งต่อไป
1 วินาที, 1 นาที, 2 นาที, 3 นาที……10 นาที ฟ้าก็ยังไม่ผ่าลงมาเสียที ในเวลานี้ไท่ไป๋จินซิงจึงได้เกิดความสงสัยขึ้นมาในใจ ทำไมสายฟ้าลงทัณฑ์ถึงได้เว้นช่วงนานนัก และเขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดมากมาย ก็แค่ลวนลามนางฟ้ากับโลภในหินเซียนเป็นครั้งคราวเท่านั้น สวรรค์ไม่น่าจะใช้สายฟ้าขนาดใหญ่ลงโทษเขาเช่นนี้ เขาจะต้องมาตายเช่นนี้จริงๆเหรอ?
หลังจากที่ผ่านไป 10 นาที สายฟ้าก็ยังไม่ฟาดลงมา ในเวลานี้ เมฆสีดำที่ลอยอยู่เหนือหัวของไท่ไป๋จินซิงได้หายไปแล้ว และท้องฟ้าก็ได้กลับมาปลอดโปร่งอีกครั้ง และเหล่านางฟ้าและทหารสวรรค์ต่างก็พากันตกใจกลัววิ่งหนีสายฟ้าลงทัณฑ์
เหลือเพียงฉิงเทียนที่พยายามสะกดพลังวิญญาณที่กำลังเดือดพล่านของเขา และไท่ไป๋จินซิงที่มีท่าทีกระวนกระวาย
หลังจากที่ผ่านไปได้สักพัก พลังที่เดือดพล่านในตัวของฉิงเทียนก็ได้สงบลง และมองไปที่ไท่ไป๋จินซิงที่กำลังถูกห่อหุ้มได้ด้วยแสงสีขาว
ฉิงเทียนได้เดินไปหาและลูบเกราะป้องกันนั้นอย่างสงสัย, และรู้สึกเหมือนกับเป็นพลาสติกยังไงอย่างงั้น
“เพ่าฝู ไท่ไปจินซิงคงไม่ได้ถูกเธอใช้ฟ้าผ่าหรอกใช่ไหม?”
ในทะเลความรู้เพ่าฝูที่มีดวงตากลมโตก็ได้ผงกหัว “ใครใช้ให้เขามารบกวนการนอนของข้ากันล่ะ” ฉิงเทียนถึงกับหน้ามืดขึ้นมาทันที ทำไมเธอถึงได้ชอบใช้สายฟ้าผ่าคนอื่นเช่นนี้นะ?
“นี่, นายท่านกำลังทำอะไรอยู่เหรอเจ้าคะ?” เพ่าฝูมองดูชุดเครื่องเสียงที่อยู่ตรงหน้าของฉิงเทียนอย่างสนใจ
“ผมกำลังช่วยเตรียมงานเลี้ยงลูกท้ออยู่น่ะ” ฉิงเทียนตอบ
“ถ้าอย่างนั้นนายท่านก็รีบใช้ให้ดูหน่อยสิเจ้าคะ ข้าอยากจะเห็นเจ้าค่ะ” เพ่าฝูพูดอย่างออดอ้อน
ฉิงเทียนจึงได้ลงมือประกอบอุปกรณ์หลังจากที่คุยจบ ทันใดนั้นเองฉิงเทียนก็พลันนึกถึงปัญหาที่สำคัญมากขึ้นมาได้
ไม่มีไฟฟ้า!
แล้วจากนั้นไท่ไป๋จินซิงที่อยู่ใกล้ๆเขาก็พบว่าฉิงเทียนกำลังทำท่าอ้ำอึ้งอยู่ ถึงเขาจะเป็นเซียนไม่ใช่มนุษย์ แต่เขาก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉิงเทียนแน่ จึงอดไม่ได้ที่จะถาม “น้องฉิง เจ้ามีปัญหาอะไรรึเปล่า?”
“คือว่า…..คือว่า” ฉิงเทียนเอามือจับไปที่หลังหัวอย่างเงอะงะแล้วพูดขึ้น “พี่ไท่ไป๋ครับ ผมจำเป็นต้องมีไฟฟ้าสำหรับใช้ในอุปกรณ์เหล่านี้ครับ ผมลืมเสียสนิทเลย ผมขอตัวกลับไปหาซื้อเครื่องปั่นไฟก่อนนะครับ”
ขณะที่ฉิงเทียนกำลังจะกลับไปที่โลกเบื้องล่างนั้นเอง ในเวลานั้นไท่ไป๋จินซิงก็ได้คว้ามือของฉิงเทียนเอาไว้
“ถ้าเป็นไฟฟ้าละก็เจ้าไม่จำเป็นต้องไปที่โลกเบื้องล่างหรอก ในเมื่อบนสวรรค์ก็มีทั้งสายฟ้าและฟ้าผ่าอยู่แล้ว” ฉิงเทียนมองไปที่ไท่ไป๋จินซิงอย่างตกตะลึง มีลูกบอลไฟฟ้าขนาดเท่าไข่กำลังกลิ้งอยู่มือของเขา และส่งเสียงดัง “เปรี๊ยะๆ” ออกมาเป็นช่วงๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย