บทที่ 180 ความประหลาดใจของอดีตผู้ใหญ่บ้าน
แน่นอนว่าฉิงเทียนนั้นไม่รู้ว่าฝานหลินนั้นไม่เพียงแต่จะคิดทำให้เขาต้องอับอายต่อหน้าคนในหมู่บ้าน แต่ยังเตรียมการทำให้เขาต้องอับอายต่อหน้าเพื่อร่วมชั้นเก่าของเขาด้วย แต่ทว่าถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าฝานหลินนั้นกำลังวางแผนอะไรอยู่แต่ฉิงเทียนก็ไม่คิดที่จะหยุดเขา ในความคิดของเขานั้นฝานหลินนั้นเหมือนกับตัวตลก แล้วทำไมเขาจะต้องไปยุ่งกับตัวตลกด้วย!
ส่วนชาวบ้านที่อยู่กันตรงที่หน้าบ้านของฉิงเทียนนั้นต่างก็พากันแยกย้าย ส่วนใหญ่ล้วนเชื่อในสิ่งที่ฝานหลินพูด พวกเขาคิดว่ารถคันนี้ฉิงเทียนเป็นคนเช่ามาเพื่อรักษาหน้าและทำเป็นอวดรวย ดังนั้นแต่ละคนจึงเริ่มหมดความสนใจแล้วก็พากันแยกย้ายกลับบ้าน
“ช่างเป็นเด็กที่ฟุ่มเฟือยจริงๆ ต้องเสียเงินไปเท่าไรเพื่อเช่ารถคันนี้เนี่ย?”
“ใช่ เป็นเด็กที่ฟุ่มเฟือยจริงๆ”
ชาวบ้านต่างพากันเดินไปคุยไป จริงๆแล้วพวกเขาต่างคิดว่าดีแล้วที่ฉิงเทียนนั้นไม่ได้ร่ำรวยจริงๆ เพราะว่าพวกเขาต่างก็เคยดูถูกฉิงเทียนเอาไว้ตอนที่เขายังเด็ก พวกเขาจึงไม่ต้องการให้พี่น้องฉิงทำลายความเชื่อของพวกเขา
ส่วนฉิงหยูที่อยู่ในบ้านก็ถามฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ “พี่ครับ ทำไมพี่ถึงไม่เถียงอะไรกับฝานหลินเมื่อสักครู่ครับ ดูสีหน้าที่เหมือนตัวร้ายของเขานั่นสิครับ”
“และดูพวกคนในหมู่บ้านที่ดูถูกพวกเรานั่นสิครับ ทำไมพี่ถึงไม่ปล่อยให้ผมพูดล่ะครับ”
เมื่อเห็นฉิงหยูที่กัดเขี้ยวฟัน ฉิงเทียนก็ได้ตบไหล่ของฉิงหยูแล้วพูดขึ้น “เสี่ยวหยูทำไมน้องต้องไปสนใจพวกเขาด้วย? น้องเป็นถึงนักพรตขั้นเหลียนฉี น้องใช้พลังนิดเดียวก็จัดการกับพวกเขาทั้งหมดได้อย่างสบายๆแล้ว”
“กะอีแค่สายตาของพวกคนในหมู่บ้าน”
หลังจากที่ฉิงเทียนเกลี้ยกล่อม ฉิงหยูก็ได้เกาหัวแล้วพูดขึ้น “ตอนที่ผมเห็นสายตาของคนในหมู่บ้านมันทำให้ผมนึกถึงอดีตขึ้นมา ผมเลยรู้สึกทนไม่ไหว”
ฉิงเทียนเองก็รู้ดีว่าน้องชายของเขานั้นยังไม่สามารถเปลี่ยนไปได้ในทันที และถ้าเขาไม่ใช่อย่างที่ตัวเขาเป็นในปัจจุบัน เขาเองก็คงเป็นเหมือนกับฉิงหยูในเวลานี้
ดังนั้นฉิงเทียนจึงไม่ได้พูดมากอีก แล้วเปลี่ยนเรื่องพูดกับฉิงหยู “รีบจัดการเก็บข้าวของให้เรียบร้อยแล้วเอาของฝากไปให้ที่บ้านคุณปู่ผู้ใหญ่บ้านกัน”
คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านนั้นคืออดีตผู้ใหญ่บ้านของฉิงเทียน ซึ่งเขาได้เกษียณตัวเองมาหลายทศวรรษแล้ว ในเวลานั้นหลังจากที่พ่อแม่ของฉิงเทียนได้เสียไปแล้ว ก็ได้เขาที่ช่วยฉิงเทียนและน้องชายในการพยายามหาเงินอุดหนุนต่างๆจากทางรัฐ ทำให้ฉิงเทียนและน้องชายสามารถเรียนต่อได้ ดังนั้นในใจของพวกเขาฉิงเทียนและฉิงหยูยังคงรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณกับเขาอยู่
ในใจของฉิงเทียนนั้น มีอยู่เพียงไม่กี่อย่างในหมู่บ้านที่ทำให้เขาคิดถึง ก็คือคุณปู่ผู้ใหญ่บ้านและหลุมศพของพ่อแม่ของเขา
แล้วทั้งสองคนก็พากันไปที่บ้านของคุณปู่ผู้ใหญ่บ้านพร้อมกับของฝาก บ้านของคุณปู่ผู้ใหญ่บ้านนั้นอยู่ห่างจากบ้านของฉิงเทียนเดินไปไม่กี่นาทีก็ถึง เขานั้นไม่มีลูกหลาน ตั้งแต่ตอนที่ฉิงเทียนยังเป็นเด็ก เขาก็อาศัยอยู่เพียงลำพังมาโดยตลอด ถึงแม้ฉิงเทียนจะสงสัยมากว่าทำไมเขาถึงไม่คิดที่จะแต่งงานแล้วมีลูก คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านก็จะหัวเราะมาที่ฉิงเทียนและไม่ตอบเขา ดังนั้นฉิงเทียนจึงยังไม่รู้ว่าทำไมคุณปู่ผู้ใหญ่บ้านถึงได้ไม่ยอมแต่งงาน หลังจากนั้นสักพักฉิงเทียนและน้องชายก็ได้มาถึงที่บ้านของคุณปู่ผู้ใหญ่บ้าน
บ้านขนาด 4 ห้องที่มีไก่และเป็ดเดินหาอาหารอยู่ในบ้าน
“คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านครับ พวกผมมาเยี่ยมครับ” ก่อนที่จะเข้าบ้านของคุณปู่ผู้ใหญ่บ้าน ฉิงหยูก็ได้ตะโกนเรียกอย่างตื่นเต้น
ในเวลานี้เองที่มีชายชราผมขาวที่อายุอยู่ในช่วง 70 ได้ออกมาจากในบ้าน แต่ยังทำให้ผู้คนที่ได้พบเขารู้สึกได้ว่าเขายังแข็งแรงดีอยู่ เมื่อเห็นพี่น้องฉิงมาหาตาเฒ่าคนนั้นก็ได้ที่จะยิ้มออกมาแล้วพูดขึ้น “อ้อ เป็นเสี่ยวหยูและเสี่ยวเทียนมานี่ ก็ว่าได้ยินเสียงนกสาลิการ้องวันนี้ มาๆตามข้ามา”
ว่าแล้วเขาก็เดินมาหาสองพี่น้องฉิง และทั้งสองคนเองก็ได้ช่วยประคองผู้เฒ่าอาวุโสพามานั่งตรงมุมหนึ่ง หลังจากที่ทั้งสามคนได้นั่งลง ฉิงหยูก็ได้หยิบเอาของขึ้นมาวางบนโต๊ะอย่างอารมณ์ดี “คุณปู่ครับ นี่คือสิ่งที่ผมและพี่ชายซื้อมาฝากคุณครับ เป็นเหล้าที่คุณชอบดื่มกับอาหารเสริมต่างๆ”
มองไปดูที่สิ่งที่ฉิงหยูวางไว้บนโต๊ะ คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านก็ได้ดุพวกเขา “นี่ พวกเจ้าซื้ออะไรกันมาเนี่ย ของพวกนี้มันไม่ถูกเลยนะ! พวกเขามีชีวิตที่ลำบากมากกันข้างนอกแล้ว อย่ามาใช้เงินฟุ่มเฟือยกับของพวกนี้สิ”
เมื่อฉิงเทียนได้ยินเช่นนี้หัวใจของเขาก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาแล้วพูดกลับไป “คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านครับ ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ผมอาจจะทำเงินได้นิดหน่อยในช่วงหลายปีมานี้ แต่เดี๋ยวนี้ของพวกนี้ผมสามารถหาซื้อได้สบายๆครับ”
แล้วฉิงหยูก็พูดเสริม “ใช่แล้วครับ พี่ชายสามารถทำเงินได้เยอะมากจริงๆครับ ไม่จำเป็นต้องกังวลหรอกครับ!”
ได้ยินที่ฉิงเทียนพูดออกมาว่าเขาเป็นเบาหวาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ และคิดกับตัวเอง: เสี่ยวเทียนกลายเป็นหมอแล้วจริงๆเหรอ? แต่สิ่งที่ฉิงเทียนพูดต่อจากนี้ได้ทำให้เขารู้สึกตกใจยิ่งกว่า
“แต่ไม่สำคัญหรอก ผมจะรักษาคุณเอง” พูดจบฉิงเทียนก็ได้ทำเป็นค้นอะไรบางอย่างจากกระเป๋า แต่จริงๆแล้วเขากำลังหยิงเอาลูกท้อที่ซุนหงอคงให้เขามาออกมาจากในแหวนเก็บของ
จากนั้นก็เอาเนื้อลูกท้อออกมาครึ่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็นน้ำทันทีด้วยพลังวิญญาณ จากนั้นก็น้ำมาใส่ขวดเครื่องดื่มที่อยู่ในแหวนเก็บของ แล้วจึงทำเป็นหยิบออกมา
หลังจากที่หยิบเอาขวดที่บรรจุน้ำลูกท้อสีแดงออกมาแล้ว ฉิงเทียนก็ได้บอกกับฉิงหยู “เสี่ยวหยู เข้าไปในบ้านคุณปู่แล้วไปหาชามใส่น้ำมา
ฉิงหยูตอบรับแล้วเข้าไปหาทันที เขารู้ว่าน้ำในขวดที่พี่ชายของเขาได้หยิบออกมานั้นจะต้องไม่ใช่น้ำผลไม้ธรรมดา เขารู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณที่มากมายได้จากในนั้น
คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านมองดูน้ำผลไม้ที่อยู่ในมือของฉิงเทียนแล้วถามอย่างสงสัย “เสี่ยวเทียน เจ้าคงจะไม่บอกหรอกนะว่าน้ำผลไม้นั่นจะรักษาโรคเบาหวานของข้าได้”
ฉิงเทียนผงกหัวและตอบยืนยัน “ใช่แล้วครับคุณปู่” นี่คือลูกท้อจากโลกเซียน ถึงแม้มันจะไม่ดีเท่าลูกท้อสวรรค์ แต่ลูกท้อของเขาฮัวกั่วซานนั้นก็เป็นลูกท้อที่ดีเลิศในโลกเซียนเลยทีเดียว อย่าว่าแต่โรคเบาหวานเลย ต่อให้เป็นมะเร็งก็สามารถรักษาให้หายได้ทันที
แน่นอนว่าฉิงเทียนไม่สามารถบอกเรื่องบอกนี้ให้คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านฟังได้ แต่คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านเองก็ยังสงสัย “แต่คุณหมอบอกว่าห้ามทานน้ำตาล และทานข้าวให้น้อยลง แล้วข้าจะดื่มน้ำผลไม้นี่ได้อย่างนั้นรึ?”
ฉิงเทียนพูดพร้อมกับยิ้ม “ไม่ต้องกังวลครับคุณปู่ น้ำผลไม้ของผมนั้นต่างไปจากน้ำผลไม้อื่นๆ มันจะช่วยรักษาคุณได้แน่นอน”
เมื่อเห็นฉิงเทียนดูมั่นใจ รวมกับความเชื่อมั่นในตัวฉิงเทียนของเขา คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านจึงได้ผงกหัวตกลง
ในเวลานี้เองที่ฉิงหยูได้กลับมาพร้อมกับชามใส่น้ำ ฉิงเทียนก็ได้เปิดขวดน้ำลูกท้อแล้วรินใส่แก้ว ด้วยกลิ่นที่หอมหวานของมัน จู่ๆคุณปู่ก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมา และเขารู้สึกได้ว่าหัวของเขานั้นไม่ได้รู้สึกปลอดโปร่งเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย