บทที่ 179 ตัวตลกของฝานหลิน
คนที่ไม่เชื่อว่าอย่างพี่น้องฉิงจะสามารถซื้อรถได้นั้น ชื่อของเขาคือฝานหลิน เขาและฉิงเทียนนั้นเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันตอนสมัยประถมและมัธยมต้น ตั้งแต่ตอนเด็กๆฝานหลินนั้นสอบได้อันดับที่ 2 ในขณะที่ฉิงเทียนได้สอบได้อันดับที่ 1 ตลอด
ดังนั้นตั้งแต่ประถมยันมัธยมต้น ฝานหลินนั้นเห็นฉิงเทียนเป็นคู่แข่งของเขามาโดยตลอด ในความคิดของเขานั้น เขาจะต้องเอาชนะฉิงเทียนให้ได้ ในตอนที่พ่อแม่ของฉิงเทียนเสียชีวิตนั้นเขาจึงเป็นคนเดียวที่แอบดีใจอยู่ในใจ
ในเวลานั้นตอนที่พ่อกับแม่ของฉิงเทียนเสียไป ฉิงเทียนจะต้องไม่สามารถกลับมาเรียนหนังสือได้แน่ เขาจึงได้มั่นใจในตัวเองมากว่าในที่สุดจะไม่มีใครที่สามารถเอาชนะเขาได้แล้ว และแล้วอันดับ 1 ก็จะต้องตกเป็นของเขาในที่สุด
แต่เขาก็ไม่คิดว่าฉิงเทียนนั้นจะกลับมาเรียนอีกครั้งและพยายามมากกว่าแต่ก่อนอีก
ก่อนหน้านั้นคะแนนของฉิงเทียนจะมากกว่าเขาแค่ประมาณ 10 กว่าคะแนน ดังนั้นฝานหลินจึงได้ไม่ค่อยพอใจฉิงเทียนในเวลานั้น แต่ทว่าตั้งแต่ตอนที่ฉิงเทียนได้กลับมาเรียนอีกครั้ง คะแนนของเขากลับพุ่งทะยานสูงราวกับนั่งเครื่องบิน เขาสอบได้คะแนนมากกว่าเขาที่เป็นที่ 2 ถึง 100 กว่าคะแนน
ต่อมาฉิงเทียนก็ได้เป็นคนแรกในมณฑลนั้นที่ได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยจิงตู และได้สอบเอนทรานซ์สายวิทย์ได้เป็นอันดับหนึ่งในมณฑลเจียงเจ้อในเวลานั้น ผู้คนจากมหาวิทยาลัยจิงตูได้มาเชิญเขาด้วยตัวเอง และมีเหล่าเจ้าหน้าที่จากมณฑลมาหาเขาด้วย ในเวลานั้นเองที่ฝานหลินได้ทั้งเกลียดและอิจฉาฉิงเทียนมาก
ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงได้คอยเฝ้าจับตาดูฉิงเทียน จนกระทั่งเขาได้ทราบข่าวว่าฉิงเทียนถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยจิงตู ในคืนนั้นเขามีความสุขมากจนนอนไม่หลับเลยทีเดียว
เขาก็ได้รีบกลับมาที่หมู่บ้านและกระจายข่าวดีนี้ไปทั่วหมู่บ้าน
ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ได้กลายเป็นตัวตนที่น่าอิจฉาของคนในหมู่บ้านแทนฉิงเทียน ซึ่งเขาเองก็มีความสุขกับความรู้สึกนี้อย่างมาก แต่ในวันนี้จู่ๆก็มีคนอื่นที่ได้แย่งชิงตำแหน่งเกียรติยศนี้ของเขาไป
ดังนั้นเมื่อมีคนที่บอกว่าคนคนนั้นคือฉิงเทียน เขาก็ได้พูดแย้งออกไปทันที เขานั้นเคยเจอกับฉิงเทียนในโม๋ตูมาแล้ว ฉิงเทียนนั้นเป็นเพียงแค่พนักงานต๊อกต๋อย ในขณะที่เขาเป็นถึงผู้บริหารในบริษัทเล็กๆที่หาเงินได้ 100,000 หยวนต่อปี และในตอนนั้นเขาเองก็ได้ดูถูกฉิงเทียนเอาไว้อย่างหนักด้วย!
ถึงแม้ว่าฝานหลินจะอธิบายจบไปแล้ว แต่ก็ยังมีบางคนในหมู่บ้านที่ยังไม่เชื่อเขา ก็ถ้าพวกเขาไม่ใช่พี่น้องฉิงแล้วทำไมถึงได้มีคนมาที่หน้าบ้านของพวกเขา และประตูบ้านของเขาก็เปิดอยู่อีกต่างหาก
ฝานหลินเองก็สับสน ใครกันที่เป็นเจ้าของแลนด์โรเวอร์คันนั้น? หรือว่ามีเถ้าแก่คนไหนที่อยากซื้อต่อบ้านของฉิงเทียน ใช่แล้วมันจะต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ
แล้วผู้คนก็พากันถกเถียงกันอยู่ที่หน้าบ้านของฉิงเทียน? ฉิงเทียนและฉิงหยูที่อยู่ในบ้านเองก็ได้ยินเสียงคุยกันที่ประตู แล้วฉิงหยูก็พูดพร้อมกับยิ้ม “พี่ครับออกมากับผมหน่อย เขาน่าจะมาแน่ๆ”
จากนั้นฉิงหยูก็ได้ลุกขึ้นมาจากเตียงและเดินไปที่ข้างนอกประตู ส่วนฉิงเทียนก็ส่ายหัวแล้วเดินตามฉิงเทียนออกไป
เป็นสองพี่น้องฉิงจริงๆด้วย” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดอย่างประหลาดใจ
และในกลุ่มนั้นเหล่านักเรียนมัธยมสาวอายุราวๆ 17-18 ในหมู่บ้านอยู่ด้วย แล้วหนึ่งในนั้นก็ได้พูดขึ้นมา “ว้าว หล่ออะไรอย่างนี้ หล่ออย่างกับเทพบุตรแน่” แล้วพวกเธอก็ได้ถามพ่อแม่ของพวกเธอเกี่ยวกับพวกเขา
อย่างไรเสียพวกเธอนั้นไม่ได้อยู่รุ่นเดียวกันกับฉิงเทียน และพวกเธอก็ไม่รู้เรื่องของตระกูลฉิงมากนักด้วย ในเวลานี้พวกเธอรู้แค่ว่าสองพี่น้องคู่นี้นั้นหล่อมากจึงอดไม่ได้ที่จะอยากรู้ มองไปที่ลูกสาวของตัวเองที่มีแววตาเพ้อฝันทำให้บรรดาพ่อกับแม่ถึงกับพูดไม่ออก แต่เนื่องจากลูกสาวของพวกเขาเป็นคนขอร้องเอง พวกเขาจึงได้พูดออกไป
เมื่อเห็นสีหน้าที่ประหลาดใจของคนในหมู่บ้านแล้ว ฉิงหยูก็ได้ถามพวกเขาด้วยรอยยิ้มในใจแล้วแกล้งทำเป็นสงสัย “ทุกคนครับ, ไม่ทราบว่ามาทำอะไรกันที่นี่ครับ”
หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงหยูถาม ทุกคนต่างก็หัวเราะแบบประหม่า ไม่เห็นรึไงว่าจู่ๆก็มีรถหรูมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านของคุณ จะไม่ให้สงสัยว่าตระกูลของคุณจู่ๆก็รวยขึ้นมาหรืออย่างไร
แต่ก็ถูกฉิงเทียนห้ามจากข้างหลังเอาไว้ก่อนแล้วส่ายหัวให้ฉิงหยู แล้วใช้จิตศักดิ์สิทธิ์สัมผัสดูว่าที่หมู่บ้านตอนนี้เหลือคนอยู่แค่กี่คนแล้ว
ความโกรธของฉิงหยูได้แสดงให้ฝานหลินได้เห็น แน่นอนว่าเขาย่อมที่จะไม่ยอมพลาดโอกาสนี้
ดังนั้นเขาจึงได้ตีหน้าเศร้าแล้วพูดขึ้น “เพื่อนเอ๋ยถ้าคุณไม่มีเงินแล้วจะเช่ารถมาทำไมเนี่ย แล้วค่าเช่าวันล่ะเท่าไรเนี่ยหวังว่าเงินเดือนทั้งปีของคุณคงจะพอจ่ายนะ”
เมื่อเห็นฝานหลินที่ทำตัวเหมือนเป็นผู้ร้าย ฉิงเทียนก็รู้สึกขำ มันช่างดูเหมือนตัวตลกที่มาแสดงอยู่ตรงหน้าเขาที่มายืนยันตัวตนว่าเขาไม่ใช่ตัวตลกแต่เป็นคุณต่างหาก
ฉิงเทียนที่เริ่มรู้สึกขี้เกียจจะพูดไร้สาระกับฝานหลินแล้ว จึงได้ไล่เขาออกไปแล้วพูดขึ้นมา “นี่ทุกท่านครับ พวกเรายังต้องทำความสะอาดบ้านกันต่อ ผมจะไม่ไล่พวกคุณหรอกนะ แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกผมขอตัวก่อน”
พูดจบแล้วเขาก็ปิดประตู เหล่าชาวบ้านที่เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนปิดประตูแล้วไล่แขกแล้ว ทุกคนจึงพากันคิดว่าฉิงเทียนนั้นโกหก เพราะเมื่อถูกฝานหลินจับไต๋ได้ขึ้นมา ฉิงเทียนก็เหวี่ยงใส่และปิดประตูไล่ทันที
“ไม่คิดเลยว่าพี่น้องตระกูลฉิงจะเป็นคนแบบนี้เลยนะ” ชายคนหนึ่งทำเป็นพูดอย่างตกใจ
“ใช่ไหมล่ะ อุตส่าห์ได้เป็นนักศึกษามหาลัยจิงตูเป็นคนแรกของหมู่บ้านเรา เพราะนิสัยแบบนี้ล่ะมั้งถึงได้โดนไล่ออกจากมหาลัย”
“ฝานหลินยังสร้างชื่อให้หมู่บ้านของพวกเรากว่าเลย, หาเงินได้ 100,000 หยวนต่อปีแล้วยังมีแฟนสุดสวยอีกต่างหาก เขานี่แหละคือผู้ที่ประสบความสำเร็จของจริง” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดอย่างอิจฉา
ส่วนฝานหลินนั้นรู้สึกมีความสุขอย่างมาก เขาก็ไม่คิดหรอกว่าฉิงเทียนนั้นจะเช่ารถแลนด์โรเวอร์มาจริงๆเพื่อที่จะทำเป็นอวดรวยต่อหน้าทุกคนในหมู่บ้าน แต่เขานั้นไม่คิดเพียงแต่จะให้ฉิงเทียนต้องขายหน้าต่อหน้าชาวบ้าน แต่ยังต้องการให้ขายหน้าต่อหน้าเพื่อนเก่าด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าใครกันแน่ที่เจ๋งที่สุดในชั้นเรียน ว่าแล้วฝานหลินก็ลงมือเตรียมการนัดพบเพื่อนเก่าเพื่อทำให้ฉิงเทียนต้องอับอาย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย