เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 195

บทที่ 195 ตกใจ

“ก็ได้ๆ ในเมื่อทุกคนพูดอย่างนั้น ก็ถือว่าไม่ให้เกียรติกันถ้าฉันไม่เล่น” ฉิงเทียนโบกไม้โบกมือเพื่อให้ทุกคนเงียบลง ก็แค่เล่นไพ่นกกระจอก ยังไงเสียเงินของฉิงเทียนก็มีมากพอที่เขาจะเล่นเสียได้สบายๆอยู่แล้ว

เมื่อเห็นฉิงเทียนยินดีตกลง ฝานหลินก็คิดว่าฉิงเทียนกำลังมาอยู่ตรงกลางกับดักที่เขาวางเอาไว้มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ก็รู้สึกยินดีและเผยยิ้มที่แผนการลุล่วงออกมาบนใบหน้าของเขา แล้วพูดกับทุกๆคน “ถ้าอย่างนั้นทุกคนก็ย้ายไปที่ห้องส่วนตัวใกล้ๆนี่กันเถอะ ฉันได้ขอให้พนักงานนำโต๊ะไพ่นกกระจอกไปวางไว้ที่นั้นแล้ว ขอให้สนุกนะทุกคน!”

“รองหัวหน้าฝานนี่มองการณ์ไกลดีจริงๆ ฉันเองก็ไม่อยากให้ใครบางคนได้กลับไปตัวเปล่าโดยที่ไม่ได้ทำอะไร” เจิ้งหยงก็ได้พูดชมฝานหลินพร้อมกับรอยยิ้มที่เธอคิดว่าดีที่สุด และมองมาที่ฉิงเทียนอย่างดูถูก

ฉิงเทียนก็ได้ยิ้มเจื่อนๆกลับไป คำพูดของเจิ้งหยงนั้นเป็นเหมือนกับผายลมสำหรับเขา

ฝานหลินก็ได้กวาดสายตาลงมาและพบเจิ้งหยงที่มีสีหน้าแดงก่ำเข้า ซึ่งจากตอนแรกที่เขามีใบหน้าที่ยิ้มแย้มด้วยใบหน้าตาย ก็ได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวขึ้นมาราวกับเพิ่งกินแมลงวันเข้าไป

เขานั้นรู้จักเจิ้งหยงเป็นอย่างดี หากจะเทียบเธอกับน้ำแล้วก็เธอยังลื่นไหลกว่าน้ำเสียอีก เธอนั้นไม่สามารถสรรหาคำมาอธิบายได้เลย ในตอนที่เธอไม่มีเงินตอนอยู่มัธยมนั้นเธอก็ได้ขายคืนแรกของตัวเองไปเพื่อเงิน หลังจากที่เรียนมัธยมจบ เธอก็ได้ไปทำงานในโม๋ตู และทำงานพิเศษที่สถานที่เที่ยวกลางคืนแห่งหนึ่งจนเธอได้ทำงานเป็นหญิงขายบริการที่นั่น

จนกระทั่งความสวยของเธอเริ่มหมดไปก็ออกจากงานแล้วกลับมาแต่งงานที่บ้านเกิด แต่เธอก็ยังไม่ได้ทิ้งนิสัยที่ติดรักสนุกของเธอไปได้ เธอนั้นได้สวมเขาแฟนของเธอเป็นเวลาไม่ต่ำกว่าปี และได้พาชู้เข้ามาทำอะไรด้วยกันในบ้านตัวเอง จนกระทั่งถูกจับได้โดยสามีของเธอเอง แต่เธอก็ยังทำเป็นไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จนทำให้พ่อแม่สามีของเธอนั้นโกรธมาก

ในตอนนั้นเองที่สามีของเธอได้หย่ากับเธอ ซึ่งหลังจากที่หย่าแล้วเจิ้งหยงก็ได้เรียกร้องสินสมรสครึ่งหนึ่งไป ถึงแม้ว่าเขาจะคิดว่าเจิ้งหยงนั้นเอาเปรียบเขา แต่เขาก็ได้ยอมไปเพื่อที่จะตัดสัมพันธ์กับเธอ ซึ่งทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ไร้ยางอายได้ขนาดนี้?

แน่นอนว่าฝานหลินนั้น อยู่ในสังคมมานานหลายปีแล้ว เขาสามารถที่จะทำให้ไม่แสดงสีหน้าชอบและไม่ชอบบนใบหน้าของเขาได้แล้ว เขาจึงได้ยิ้มตอบและพูดแนะนำเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆที่ห้องถัดไปต่อ

ฉิงเทียนก็มองหาโต๊ะที่อยู่ตรงมุมแล้วนั่งลง แน่นอนว่าฝานหลินนั้นย่อมไม่ยอมง่ายๆ

“นั่งโต๊ะนี้ดีกว่า” เขากล่าว

“จริงด้วย หัวหน้าฉิง รองหัวหน้าฝาน สมาชิกสภานักเรียนจ้าว และคณะกรรมการจู ทำไมพวกคุณสี่คนไม่เล่นด้วยกันเสียเลยล่ะ พวกคุณทั้งสี่คนล้วนสุดยอดนักเรียนในชั้นของพวกเราในตอนนั้น ตอนนี้ก็มาโชว์ให้พวกเราเห็นหน่อยว่าใครที่มีฝีมือในการเล่นไพ่นกกระจอกและโชคดีที่สุดในวันนี้กันดีกว่า” มีชายคนหนึ่งเสนอความคิดขึ้นมาพร้อมกับยิ้ม

“จริงด้วย ความคิดดีไม่เลวเลย”

“ฉันก็เห็นด้วยเหมือนกัน”

ฉิงเทียน, ฝานหลิน จูเฟย และจ้าวเวยก็ได้มารวมตัวกันที่โต๊ะทีละคน

“เอาล่ะในเมื่อทุกคนเห็นด้วย ก็เอาตามนี้นะ”

ฉิงเทียนนั่งลงที่โต๊ะแล้วมองไปที่จ้าวเวยที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาแล้วยิ้มให้ แต่จ้าวเวยนั้นกลับทำเป็นไม่รู้จักเขา เมื่อเห็นว่าจ้าวเวยนั้นแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขาแล้ว ฉิงเทียนก็ได้ไม่ได้คิดอะไร ในเมื่อเธอไม่ต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเขา แล้วทำไมเขาจะต้องมาสนใจเธอด้วย

จ้าวเวยมองดูที่โต๊ะไพ่นกกระจอกด้วยสีหน้าเอื่อยเฉื่อย ราวกับว่าเธอไม่รู้จักคนตรงหน้าเธอเลย แล้วเธอก็ถอนหายใจออกมา: ฉิงเทียน พวกเรานั้นอยู่กันคนละโลกแล้ว ลำพังแค่เงินเดือนของนายไม่เพียงพอสำหรับฉันอีกแล้ว

ส่วนจูเฟยก็มองมาที่ฉิงเทียนและจ้าวเวยด้วยสีหน้าที่เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แล้วเขาก็ได้กะพริบตามาที่ฉิงเทียน เขานั้นรู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างฉิงเทียนและจ้าวเวยดี และรู้ด้วยว่าจ้าวเวยกับฉิงเทียนนั้นเลิกคบกันไปแล้วด้วย

“จูเฟย ตาของคุณเป็นอะไรงั้นเหรอ?” ฝานหลินกล่าว จริงๆแล้วเขานั้นอยากที่จะนั่งตรงข้ามกับจ้าวเวย แต่เขาไม่คิดว่าแผนการของเขาจะถูกทำลายโดยฉิงเทียนเสียแล้ว

“ไม่เจอกันนานนะ” ฉิงเทียนพูดด้วยเสียงเบาๆ แล้วยื่นมือออกไป แต่จ้าวเวยกลับไม่ยอมจับมือกับเขาด้วย แล้วตอบด้วยเสียงที่เย็นชา “อืม, ไม่เจอกันนาน”

สำหรับจ้าวเวยนั้นสามารถพูดได้ว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงคนแรกเลยที่สามารถสั่นคลอนหัวใจของเขาได้ ซึ่งเป็นช่วงนี้ฮอร์โมนความสุขของเขาได้หลั่งออกมามากที่สุด ช่วงที่เด็กผู้ชายยังไม่เคยหลงรักใคร และเด็กผู้หญิงยังไม่เคยมีความลับ

ในเวลานั้น จ้าวเวยนั้นเป็นผู้หญิงที่แม้จะไม่สวยมากแต่ก็น่าหลงใหล โดยเฉพาะยามที่ผมหางม้าของเธอสั่นไหวช่างเต็มไปด้วยความเยาว์ ในเวลานั้นฉิงเทียนนั่งโต๊ะอยู่ข้างหลังจ้าวเวย แล้วเขาก็ได้นอนราบไปกับโต๊ะและมองไปที่หางม้าที่อยู่ตรงหน้าเขาในยามที่เขาเหนื่อยล้า แน่นอนว่าเขาเองก็รู้ว่าจ้าวเวยเองก็ชอบเขา แต่ในตอนนั้นเธอนั้นเธอทั้งขี้อาย และอีกอย่างคือเธอนั้นไม่สามารถที่จะตกหลุมรักใครได้ภายใต้การกดดันจากที่บ้านและอาจารย์

“เอาเถอะ ตอนนี้ฉันรู้สึกขนลุกไปหมดแล้ว พวกเรามาเล่นไพ่นกกระจอกกันเถอะ” จูเฟยพูดด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดี

“ได้สิ มาเลย” ฝานหลินยิ้มให้กับจูเฟยที่กำลังอารมณ์ไม่ดี

“แล้วพวกเราจะเล่นเท่าไรกันดี?” จูเฟยถาม

“ทำไมพวกเราไม่เล่นกันซักตาละ 10,000 หยวน?” ฝานหลินพูดราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่เศษเงินของเขา หลังจากที่พูดจบเขาก็ได้มองไปที่ฉิงเทียน และให้ฉิงเทียนเห็นถึงความต่างของพวกเขา และพูดดูถูกเขาในใจ: ดูซิว่าแกจะยังทำเป็นทะนงตนต่อไปได้อีกไหม วันนี้ฉันจะทำให้แกไม่กล้าสู้หน้าเสี่ยวเวยได้อีกเลย

“10,000 มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ?” จ้าวเวยคิ้วขมวดเล็กน้อยแล้วพูดกลับไป สำหรับเธอแล้วตาละ 10,000 หยวนไม่มีปัญหา แล้วเธอก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนด้วยความกังวลนิดหน่อย เธอเองก็ได้ยินเรื่องของฉิงเทียนมาบ้างเช่นกัน ซึ่ง 10,000 หยวนเนี่ยคือเงินเก็บครึ่งปีของฉิงเทียนเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขากับเธอจะไม่ได้ข้องเกี่ยวกันแล้วก็ตามที

“นี่ฝานหลิน เราเล่นกันแค่ในระหว่างหมู่เพื่อน ก็เล่นกันแค่นิดหน่อยพอหอมปากหอมคอก็พอทำไมต้องเล่นกันมากขนาดนั้นด้วย” จูเฟยก็พูดขึ้นมาบ้าง เขารู้ว่าฝานหลินนั้นกำลังจ้องเล่นงานฉิงเทียนอยู่

ฝานหลินที่รู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาเมื่อเห็นจ้าวเวยนั้นปกป้องฉิงเทียนเมื่อสักครู่ ในอดีตเธอเคยพูดว่าเพราะเขานั้นเรียกเก่งเธอจึงได้ชอบเขา แต่ตอนนี้เขาเป็นแค่ผู้ชายจนๆแล้ว เธอก็ยังจะปกป้องเขาอีกเหรอ ส่วนจูเฟยนั้นสมัยที่อยู่ที่โรงเรียนเขาก็เคยเล่นอยู่ด้วยกันแท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่เข้าข้างเขาบ้าง

เมื่อคิดเช่นนี้ ฝานหลินก็ได้พูดขึ้นมา “พวกคุณไม่รู้เหรอว่าหัวหน้าฉิงก็พวกเรานั้นรวยมากและสามารถซื้อแลนด์โรเวอร์ได้เลยนะ สำหรับเงินแค่นี้คงจิ๊บจ๊อยมากสำหรับเขา?”

“อะไรนะ ฉิงเทียนคุณซื้อรถแลนด์โรเวอร์เหรอ?” จูเฟยพูดและมองมาที่เขาอย่างประหลาดใจ จ้าวเวยเองก็มองมาที่เขาด้วยสีหน้าที่ไม่เชื่อ

ฝานหลินก็รู้สึกพอใจขึ้นมานิดหน่อยที่คำพูดของเขานั้นทำให้พวกเขาตกใจได้ขนาดนี้: ฉิงเทียนฉันเคยถามแกแล้วว่า แกเช่ารถแลนโรเวอร์มาใช่ไหม ซึ่งแกก็ไม่ได้ตอบกลับมา วันนี้ฉันจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงที่เป็นไอ้ขี้แพ้ยาจกของแกออกมาต่อหน้าจ้าวเวย

“ฉิงเทียน เป็นความจริงรึเปล่า?” จูเฟยถามเขาอย่างตื่นเต้น เพราะรถแลนด์โรเวอร์นั้นราคาอย่างน้อยก็หลายล้าน ซึ่งลำพังความสามารถด้านการเงินของเขาแล้วแค่เกือบจะซื้อได้เท่านั้นเอง ซึ่งพ่อของเขานั้นไม่อนุญาตให้เขาซื้อ

“ใช่ ฉันซื้อแลนด์โรเวอร์มาคันนึง” ฉิงเทียนพูดอย่างไม่พอใจเท่าไร รถแลนด์โรเวอร์มันดีมากขนาดนั้นเลยเหรอ? เขาคิดว่ารถมันไม่น่าหลงใหลเหมือนอย่างรถสปอร์ตเสียหน่อย ถ้าคิดจะขับมาโชว์สู้ขับรถสปอร์ตไม่ดีกว่าเหรอ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย