เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 217

บทที่ 217 งานเลี้ยงลูกท้อ (4)

“หึ, เจ้าไท่ไป๋จินซิงมันหัวรั้น เขาคิดว่าถ้าเขาพาคนจากโลกมนุษย์ขึ้นมา แล้วเขาจะสามารถทำให้งานเลี้ยงลูกท้อปีนี้สุดยอดขึ้นมาได้” หั่วเต๋อซิงจวินพูดอย่างดูแคลน “งานเลี้ยงลูกท้อนั้นเป็นแบบนี้มาเป็นหมื่นปีแล้ว การแสดงก็ถูกจัดตายตัวเอาไว้นานมากแล้ว มันจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้?”

“ไม่ต้องกังวลไปนะลูกรัก ถ้าเจ้าไท่ไป๋จินซิงมันจัดงานออกมาได้ไม่ดี พ่อจะไปกราบทูลองค์เง็กเซียนให้ลงโทษเขาและคืนยศตำแหน่งเจ้าหน้าที่คืนให้กับเจ้า”

เมื่อหั่วเอี๋ยนได้ยินที่หั่วเต๋อซิงจวินพูด ก็ทำการคารวะเขาแล้วพูดอย่างตื่นเต้น “ขอบคุณมากขอรับท่านพ่อ ฉิงเทียนเจ้ามนุษย์นั่นไม่สามารถจัดงานเลี้ยงลูกท้อบนสวรรค์ได้หรอกขอรับ!” จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดอย่างประจบต่อ “ข้าคิดว่าในเวลานี้ไท่ไป๋จินซิงคงจะต้องเป็นทุกข์มากแน่ๆแล้วขอรับ คนอย่างเขาไม่ใช่คู่แข่งของท่านพ่อหรอกขอรับ เขาเก่งแค่ประจบองค์เง็กเซียนเท่านั้น!”

“ฮ่าๆ, เอี้ยนเอ๋อเจ้าพูดถูก เจ้าไท่ไป๋จินซิงน่ะถ้าไม่ใช่เพราะฝีปากระดับเซียนของเขาแล้ว จะมาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ 3 แบบเดียวกับพ่อได้อย่างไร? อย่างเขาน่ะเหรอจะมีความสามารถเท่าพ่อ เจ้าคนขี้ประจบประแจงนั่น” หั่วเต๋อซิงจวินหัวเราะร่าออกมา แสดงให้เห็นถึงความยินดี

“อ๊ะ ไม่ได้การ งานเลี้ยงลูกท้อจะเริ่มแล้ว พ่อจะต้องไปเข้าร่วม ส่วนเจ้าช่วงนี้ก็ทำตัวฉลาดๆอยู่เฉยๆในตำหนักไปก่อน แล้วอย่าไปสร้างปัญหาให้คนใหญ่คนโตเข้าล่ะ”

“ท่านพ่ออย่าได้กังวล ข้าจะไม่สร้างปัญหาให้ท่านแน่นอน!” หั่วเอี๋ยนพูดอย่างเป็นเด็กดี

“ดี” หั่วเต๋อจิงซวินผงกหัวอย่างสบายใจ สำหรับเขาแล้วลูกชายของเขาคือสิ่งที่เขารักมากที่สุด ความสามารถก็ดี โดยเฉพาะการใช้พลังไฟที่เฉียบคม และถึงแม้ลูกชายของเขานั้นจะมีนิสัยเสียที่ชอบสร้างปัญหากับทายาทเจ้าหน้าที่ด้วยกัน แต่เขาก็มีทัศนวิสัยที่ดี น้อยครั้งที่เขาจะได้สร้างปัญหาให้กับคนที่ยุ่งยาก! ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ไปขอให้องค์เง็กเซียนช่วยประทานตำแหน่งเจ้าหน้าที่ให้เขาหรอก

มีเมฆสีแดงปรากฏขึ้นมาที่เท้าของหัวเต๋อซิงจวิน และก็ได้ทะยานเป็นวงโค้งที่สวยงามทะยานขึ้นไปในอากาศแล้วบินไปในท้องฟ้า

หั่วเอี๋ยนมองดูพ่อของเขาที่ออกไป แล้วสีหน้าที่ตื่นเต้นของเขาก็ได้กลับกลายเป็นหมองหม่นทันที แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องของเขา

ทันทีที่เขาเข้ามาในห้อง ไอร้อนจากร่างกายของเขาก็ได้เย็นลงและหม่นหมองทันที แม้แต่เมฆรอบๆตัวเขาก็ดูเหมือนจะถูกแช่แข็ง ราวกับว่ามันมาจากใต้ดินชั้น 9! ร่างกายของเขาได้ปล่อยควันสีดำออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนักทั้งห้องนั้นก็ได้ถูกปกคลุมไปด้วยควันสีดำ ราวกับอยู่ในแดนปีศาจ

“ออกมาได้แล้ว!” หั่วเอี๋ยนพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“ชี่ชี่, ข้าออกมาก็ได้! พ่อของท่านอยู่แค่ในระดับเซียนไท่อี่เท่านั้น หากข้าไม่เปิดเผยตัวออกมา เขาไม่มีทางพบข้าหรอก” มีเสียงของวิญญาณปีศาจดังออกมาซึ่งพูดด้วยความมั่นใจ

“หึ, ก็ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน” หั่วเอี๋ยนพูดอย่างเย็นชาโดยที่ไม่ได้คิดหรือรู้สึกอะไร

“ชี่ชี่, เจ้าเป็นนายท่านของข้า สิ่งที่เจ้าพูดย่อมถูกต้อง!” ปีศาจร้ายพูดออกมาอย่างไม่พอใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเรียกหั่วเอี๋ยนว่านายท่าน แต่น้ำเสียงไม่ได้แสดงถึงความเคารพเลยสักนิด

“ชี่ชี่, ถ้าอย่างนั้นข้าจะออกมาล่ะนะ!”

แล้วควันสีดำก็ได้พุ่งออกมาจากเส้นไหมสีดำที่ตัวของหั่วเอี๋ยน แล้วควันนั้นก็ได้มารวมตัวกันอยู่ฝั่งตรงข้ามของหั่วเอี๋ยน

กลายเป็นกลุ่มก้อนควันดำๆ ที่ไม่มีอะไรอยู่ข้างใน มีแต่เพียงเสียงที่น่าขยะแขยงดังออกมาเท่านั้น “คำแนะนำที่ข้าให้ไป เจ้าลองเอาไปคิดดูแล้วหรือยัง? ข้าไม่ได้โกหกเจ้าแน่นอน ข้าสามารถทำให้เจ้าทรงพลังอย่างที่เจ้าใฝ่ฝันถึงได้!”

หัวเอี๋ยนกำหมัดแน่นในมือของเขาแล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งกล้าออกมาจากร่างกายของเขา ถึงแม้ว่าจะเป็นพลังที่ไม่ได้มาจากการบำเพ็ญเพียรของเขาเอง แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าเขาบรรลุได้ไปหลายขั้นแล้ว

ความรู้สึกทรงพลังเช่นนี้มันช่างน่าหลงใหลเสียจริงๆ!

“แกทำได้ยังไง? ทำให้พลังของข้าเพิ่มสูงได้เพียงแค่ไม่กี่วัน” หั่วเอี๋ยนคิ้วขมวดและถาม

“หึ ข้าคือปีศาจจิตใจที่อยู่ในโลกแห่งเซียน ทั้งความโลภ โกรธ เกลียดชังและการพนันในโลกนั้นล้วนถูกซึมซับเอาไว้โดยข้า ข้าเพิ่งได้ถูกปลดปล่อยออกมาแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ถ้าเจ้าให้เวลาข้าสักหน่อยข้าสามารถทำให้เจ้าเหนือกว่าพ่อของเจ้าเสียอีก” ปีศาจจิตใจพูดอย่างล่อลวง

“เจ้าสามารถทำให้ข้าไปถึงระดับเดียวกับพ่อข้าได้อย่างนั้นเหรอ?” หั่วเอี๋ยนพูดอย่างตื่นเต้น เขานั้นตื่นเต้นมากเพราะพ่อของเขานั้นอยู่ในระดับเซียนไท่อี่ ถ้าเกิดเขาได้พลังนั้นมา เขาก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการในโลกเซียน

“แน่นอน! อย่าว่าแต่เซียนไท่อี่ ระดับเซียนต้าลัวข้าก็สามารถทำให้เจ้าไปถึงได้ด้วยเวลาไม่นาน” ปีศาจจิตใจยังคงล่อลวงเขาต่อ

หั่วเอี๋ยนรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วเขาก็ได้สงบจิตใจที่ไม่สงบของเขาลงมา ถึงแม้ว่าเขานั้นจะเป็นคนหยิ่งผยองเพียงใดแต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าไม่มีของฟรีดีๆในโลกนี้

เช่นเดียวกัน ฉิงเทียนก็ได้ลงไปนั่งคุกเข่าพร้อมกับคนอื่นๆแล้วฉิงเทียนก็ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง

บนก้อนเมฆที่มีสีสันมีองค์เง็กเซียนที่ยืนอยู่ซึ่งสวมมงกุฎสีทองม่วง และมีมังกรสองตัวกำลังแย่งชิงไข่มุกและทองคำอยู่ที่ด้านหน้า และสวมชุดลายผีเสื้อทองคำสองสีและแขนเสื้อลายลูกศรสีแดง และลายปักไหมพรมดอกไม้หลากสี และเสื้อนอกลายดอกไม้สีน้ำเงิน และรองเท้าบูตสีเขียวพื้นสีเหลือง

และเพชรยอดมงกุฎที่อยู่ข้างๆเขา ก็มีไข่มุกที่ล้ำค่าที่ล้อมรอบทับทิมขนาดใหญ่ วงแหวนหงส์ไฟทองคำทั้ง 9 อันได้อยู่ล้มรอบมงกุฎอันนั้น เส้นด้ายไข่มุกทั้งห้าอันนั้นได้ห้อยอยู่ที่ปากของหงส์ไฟ ห้องลงมาเป็นแนวดิ่ง โดยอันที่อยู่ด้านข้างและด้านหลังนั้นจะยาวประบ่าโดยไขว้ไว้ที่หลังหู ชุดสีม่วงเข้มพร้อมด้วยแขนเสื้อที่ปักด้วยไหมสีน้ำเงินเป็นลายมังกร และบนเสื้อนอกและผ้าคลุมไหล่ก็เป็นลายของภูเขา, ทะเล, พระอาทิตย์, พระจันทร์, มังกรและหงส์ไฟ แสดงให้เห็นถึงความภูมิฐานของเจ้าแม่เป็นอย่างดี

แล้วเขาก็ได้ยกมือในแขนเสื้อออกมาแล้วพูดกับทุกคนด้วยรอยยิ้ม “พอแล้ว, พอแล้ว วันนี้เป็นวันที่ทุกท่านมาสังสรรค์กัน ฮ่าๆ….ไม่ต้องมีพิธีรีตองมากนัก”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท” แล้วทุกคนก็ตอบรับด้วยความยินดี

ฉิงเทียนก็ได้พูดขึ้นมาในใจ: อย่างที่คิด, คนที่เป็นจักรพรรดิก็ต้องแบบนี้แหละนะ”

แล้วองค์เง็กเซียนกับเจ้าแม่ก็ได้นั่งลงตรงที่ประทับและเหล่าเซียนก็ได้พากันนั่งลงทีละคน

“ทุกท่าน ช่วงนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง?” องค์เง็กเซียนที่มีสีหน้าที่น่าเกรงขามก็ได้เผยรอยยิ้มออกมาและถาม

“ข้าขอเลื่อมใสองค์เง็กเซียน ด้วยความปรีชาสามารถของพระองค์ทำให้ไพร่ฟ้าประชากรอยู่ร่มเย็นเป็นสุขขอรับ” เหล่าเซียนทั้งหมดต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกัน

ด้วยบทสนทนาที่น่าเบื่อเช่นนี้ ทำให้ฉิงเทียนที่ยืนอยู่เกิดความเบื่อขึ้นมา

แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาในใจ: แม้แต่เทพก็พูดอะไรไร้ค่าแบบนี้กันด้วยแฮะ

ฉิงเทียนที่ราวกับกำลังแหวกว่ายอยู่ในทะเลน่าเบื่อก็เริ่มคิดเรื่อยเปื่อย ซึ่งระหว่างนั้นเขาก็มองดูเหล่าเซียนที่อยู่ชั้นบน และพบว่าเซียนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีบทบาทสำคัญในสวรรค์ทั้งนั้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย